กษิต ภิรมย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๕ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมนี้ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการแก้ปัญหาม้งลาวลักลอบเข้าเมือง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนสปป. ลาวในการพัฒนาประเทศ และขอความเห็นชอบของรัฐสภาในการดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนข้อมูลเกี่ยวกับบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๕ ที่รัฐบาลได้เสนอต่อรัฐสภา ดังนี้
รัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป. ลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ได้ตกลงร่วมกันในช่วงการเยือน สปป. ลาวอย่างเปึนทางการของนายกรัฐมนตรี พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ให้มีการจัดตั้งกลไกระดับ รัฐบาลเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ในด้านต่าง ๆ ตามแนวนโยบายของทั้ง สองประเทศ ซึ่งต่อมารัฐสภาทั้งสองได้จัดทําความตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๓๔ เพื่อเปึนกลไกกํากับดูแลความสัมพันธ์ไทย-ลาวในภาพรวม โดยครอบคลุมความ ร่วมมือทั้งทางด้านการเมืองและความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและลาวเปึนประธานร่วม
นับตั้งแต่การจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย-ลาว ขึ้นมาทั้งสองฝ์ายได้ ประชุมร่วมกันเปึนประจําเกือบทุกป้ โดยผลัดเปลี่ยนกันเปึนเจ้าภาพ และ คณะกรรมาธิการไทย-ลาว เปึนกลไกเดียวที่มีผู้แทนจากหน่วยงานหลักของไทยและลาว ทุกหน่วยร่วมเปึนคณะกรรมาธิการ
ที่ผ่านมาไทยและลาวได้ใช้คณะกรรมาธิการร่วมเปึนเวทีในการทบทวน สถานะความสัมพันธ์ทวิภาคี ปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างและหาทางออก ร่วมกัน
กําหนดแผนงานความร่วมมือแบบประจําป้ระหว่างกันและผลักดันให้ ความร่วมมือระหว่างกันมีผลคืบหน้าอย่างเปึนรูปธรรม
ท่านประธานที่เคารพ สําหรับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๕ ได้จัดขึ้นเมื่อระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกระผมและท่านทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สปป. ลาว เปึนประธานร่วม และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ์ายไทยและฝ์ายลาว ซึ่งรับผิดชอบความ ร่วมมือตามระเบียบวาระการประชุมฝ์ายละประมาณ ๓๐ หน่วยงานเข้าร่วม
ที่ประชุมได้ทบทวนและติดตามความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว ในสาขา การเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดยได้ยึดหลักการหารือตามกรอบความตกลงและ แนวนโยบายที่รัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป. ลาวได้เห็นชอบร่วมกันแล้ว รวมทั้งผลการ ประชุมของกลไกความร่วมมือและแผนงานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยกับ หน่วยงานลาวที่เกี่ยวข้องเปึนสําคัญ จึงถือได้ว่าเปึนการนํานโยบายมาปฏิบัติให้เกิดผล อย่างเปึนรูปธรรมในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-ลาวให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และนําผลประโยชน์มาสู่ประชาชนไทยและประชาชนลาวร่วมกัน ท่านประธานที่เคารพ ในด้านการเมืองและความมั่นคง
ที่ประชุมได้หารือในประเด็นสําคัญ ได้แก่ ความร่วมมือรักษาความสงบ เรียบร้อยตามชายแดน ซึ่งโดยรวมแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ ฝ์ายมีความร่วมมือ อย่างใกล้ชิด การแก้ปัญหาม้งลาวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งทั้งสองฝ์ายได้ ตั้งเปัาหมายที่จะดําเนินการส่งกลับชาวม้งลาว ที่บ้านห้วยน้ําขาว จังหวัดเพชรบูรณ์ จํานวนประมาณ ๕,๐๐๐ คน ให้แล้วเสร็จภายในป้ ๒๕๕๒ นี้
ที่ประชุมได้รับทราบผลการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนร่วมไทย-ลาว โดยเห็นชอบให้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ครั้งที่ ๙ ในป้ ๒๕๕๒ เพื่อเร่งรัดการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก ซึ่งมีระยะทาง ๗๐๒ กิโลเมตร และได้ดําเนินการไปแล้ว ๖๗๖ กิโลเมตร ให้สําเร็จภายในป้ ๒๕๕๒ และเส้น เขตแดนทางน้ําซึ่งมีระยะทาง ๑,๑๐๘ กิโลเมตร ภายในป้ ๒๕๕๓
นอกจากนั้นยังได้หารือเกี่ยวกับการเป่ดและยกระดับจุดผ่านแดนในพื้นที่ที่ เหมาะสม และมีความพร้อมเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่การสัญจรของประชาชน ในด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งความร่วมมือด้านแรงงานและการต่อต้านการค้ามนุษย์
ประเด็นที่สําคัญที่ได้มีการหารือ ได้แก่ ความร่วมมือด้านไฟฟัาและ พลังงาน ฝ์ายไทยได้ยืนยันความพร้อมที่จะดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟัาใน สปป. ลาว ลงนามเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดย ฝ์ายไทยจะพิจารณารับซื้อกระแสไฟฟัาจากโครงการไฟฟัาต่าง ๆ ใน สปป. ลาว จํานวน ๗,๐๐๐ เมกกะวัตต์ ภายในหรือหลังป้ ๒๕๕๘ รวมทั้งยินดีที่จะเจรจาราคาซื้อขายไฟฟัา กับผู้พัฒนาโครงการไฟฟัาต่าง ๆ สําหรับความร่วมมือพัฒนาเครือข่ายคมนาคมซึ่งเปึน สาขาความร่วมมือที่สําคัญ
ที่ประชุมได้รับทราบสถานะโครงการต่าง ๆ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้าง ถนน สะพาน ทางรถไฟ และสนามบิน ซึ่งคืบหน้าตามลําดับ รวมทั้งได้หารือเกี่ยวกับ แนวทางดําเนินโครงการในระยะต่อไป
นอกจากนั้นยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และความร่วมมือด้านการเงินและการธนาคารด้วย ในด้านสังคมและการพัฒนา ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการและการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่ง สปป. ลาว เปึนประเทศที่ไทยให้ความสําคัญในระดับต้น ในการให้ความร่วมมือช่วยเหลือ โดยมุ่งเน้นในสาขาการเกษตร การศึกษา และ การสาธารณสุข และได้มีการกําหนดแผนงานความร่วมมือประจําป้ระหว่างกัน รวมทั้ง ได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและความร่วมมือด้านกีฬาเพื่อสนับสนุน สปป. ลาว ในการเปึนเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๕ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒
ท่านประธานที่เคารพ ในโอกาสที่ ฯพณฯ จูมมะลี ไซยะสอน ประธาน ประเทศแห่ง สปป. ลาว และภรรยาเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเปึนทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ อันเปึนหนึ่งเหตุการณ์สําคัญในความสัมพันธ์ไทย-ลาว ฝ์ายลาวจึงได้ เสนอให้มีการลงนามบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ครั้งที่ ๑๕ ในช่วงการเยือน ดังกล่าว โดยที่ร่างบันทึกการประชุมซึ่งจะลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของทั้งสองฝ์าย ซึ่งเปึนผู้มีอํานาจเต็มในการทําสนธิสัญญาแทนรัฐตาม ข้อ ๗ ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๖๙ น่าจะเปึน หนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และร่างบันทึกการประชุมดังกล่าวซึ่งมีสาระเกี่ยวกับประเด็นด้านการเมืองและความ มั่นคง รวมทั้งประเด็นด้านเศรษฐกิจและสังคม น่าจะเปึนหนังสือสัญญาที่อาจมีบทบาท บทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลจึงได้เสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพัน รวมทั้งให้ความเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนผู้ลงนามบันทึก การประชุมดังกล่าว ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ สปป. ลาว ในช่วงประธานประเทศ สปป. ลาวเยือนไทยอย่างเปึน ทางการระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ท่านประธานที่เคารพ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความ ร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๕ ที่รัฐบาลได้เสนอมานี้ มีสาระสําคัญโดยรวมเปึนการติดตาม และรับทราบความคืบหน้าของความร่วมมือไทย-ลาว ในภาพรวมตามกรอบความตกลง และแนวนโยบายที่รัฐบาลไทยและลาวได้ตกลงร่วมกันแล้ว อาทิ ความร่วมมือด้านความ มั่นคงบริเวณชายแดนไทย-ลาว ลงนามเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๖ บันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ บันทึก ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็กลงนามเมื่อ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟัาใน สปป. ลาว ลงนามเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ รวมทั้งผลการประชุมของกลไกความ ร่วมมือไทย-ลาวในด้านต่าง ๆ อนึ่ง สําหรับประเด็นความร่วมมือด้านการสํารวจและ จัดทําหลักเขตแดนนั้น ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของการสํารวจและจัดทําหลัก เขตแดนในภูมิประเทศจริงและเห็นชอบให้มีการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วม ครั้งที่ ๙ ในป้ ๒๕๕๒ เพื่อเร่งรัดการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนให้สําเร็จตาม เปัาหมาย ซึ่งเปึนไปตามกรอบการเจรจาที่ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลเห็นว่าบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการ ร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ ๑๕ ที่เสนอขอความเห็นชอบของรัฐสภาฉบับนี้ จะเปึนแผนความร่วมมือที่หน่วยงานของไทยและลาวสามารถนําไปปฏิบัติในการส่งเสริม ผลประโยชน์ร่วมกันในระยะต่อไปได้อย่างครอบคลุม และการลงนามบันทึกการประชุม ในช่วงการเยือนประเทศไทยอย่างเปึนทางการของประธานประเทศ สปป. ลาว นอกจาก จะเปึนประโยชน์ต่อการประสานงานและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและลาว นําไปปฏิบัติให้เกิดผลได้โดยเร็วแล้ว ยังนับเปึนส่วนหนึ่งของผลการเยือนในระดับประมุข ของประเทศระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ดังกล่าว
สําหรับฝ์ายไทยนั้นจะเปึนการยืนยันให้ฝ์ายลาวเห็นถึงความจริงจังและ ความจริงใจที่รัฐบาลไทยจะผลักดันความร่วมมือไทย-ลาว ให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและ ดําเนินการตามที่ตกลงกันไว้ให้เปึนผล ซึ่งเปึนประเด็นที่ฝ์ายลาวให้ความสําคัญอีกทั้งจะ เปึนการเสริมสร้างความไว้วางใจ ซึ่งจะเปึนปัจจัยสําคัญในการดําเนินความสัมพันธ์ไทย- ลาวในภาพรวมต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ