อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องร่างความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและจีน พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับหลักการ แนวปฏิบัติ และนโยบายภายใต้การบริหารของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้าโดยตรงระหว่างไทยและมณฑลยูนนาน และการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและข้อเสียเปรียบทางการค้าระหว่างไทยและจีน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ใคร่ขอถือโอกาสนี้ตอบข้อชี้แจงต่อกรณีที่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ได้นําเสนอร่างความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้า ในเชิงกว้างและเชิงลึกระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ซึ่งตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงท่านสมาชิก ในสาระสําคัญแล้วก็ประเด็นคําถามบางประเด็น โดยเฉพาะในระดับของหลักการ แล้วก็ แนวปฏิบัติ ซึ่งเปึนนโยบายและยุทธศาสตร์ภายใต้การบริหารของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์
กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ได้ชี้แจงในบางประเด็นที่ท่านสมาชิกรัฐสภา ได้กรุณาให้ความสนใจซักถามในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งต้องใคร่ขอฉวยโอกาสนี้กราบเรียนว่า ความตกลงดังกล่าวนั้นถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของการค้าและ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ภายใต้ความตกลงดังกล่าว ซึ่งกระผมใคร่ขอฉวยโอกาสขออนุญาตที่จะเรียกสั้น ๆ ว่า อีดีบี (EDB) อีทีซี (ETC) ความตกลงดังกล่าวนั้นเปึนการพัฒนาขึ้นมาในช่วงระยะเวลา ๒๐ กว่าป้ จนกระทั่ง ได้มีแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างไทย-จีน และท้ายที่สุดก็คือ การร่างความตกลงดังกล่าว ทุกท่านคงทราบว่ารัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบในเรื่องของข้อตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรี ไทย-จีน และความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน แต่ในเรื่องของเขต การค้าเสรีหรือเอฟทีเอนั้น จะมุ่งเน้นน้ําหนักไปที่เรื่องของการลดภาษีในเรื่องการนําเข้า ส่งออก ตลอดจนในเรื่องของภาคสินค้าและการลงทุน ในความตกลงเสริมต่อเนื่องจาก ความตกลงการค้าเสรี แต่ในความตกลงฉบับดังกล่าวที่รัฐสภากําลังพิจารณาอยู่ ขณะนี้จะมีกรอบที่กว้างและลึกเพื่อให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-จีน ได้สามารถ ที่จะขยายความร่วมมือรวมไปถึงการแก้ไขปัญหาโดยมีกลไกที่เปึนรูปธรรมและมี กฎเกณฑ์ที่แน่นอนในการดําเนินการร่วมกัน ทั้งนี้ เพราะว่าจีนนั้นเปึนประเทศ ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เปึนอันดับ ๒ ของโลก มี จีดีพี (GDP) สูงถึง ๑๐ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกันเปรียบเทียบกับประเทศไทย เรามีจีดีพี เพียง ๒.๕ แสนล้านเหรียญเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามในสถานะของการค้าระหว่างไทยกับจีนนั้น เปึนที่ทราบกันดีว่าจีน เปึนตลาดส่งออกอันดับ ๓ ของประเทศไทย และแน่นอนที่สุดว่าสัดส่วนของการส่งออก ที่เราส่งออกไปจีนก็ดี หรือเรานําเข้าจากจีนนั้น เมื่อรวมมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ ล้านเหรียญเมื่อป้ที่แล้ว และการส่งออกของเราไปยังจีนนั้นเรายังเสียเปรียบ ดุลการค้าของจีนประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านเหรียญ แน่นอนที่สุดว่าการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ทางการค้าตลอดจนคําถามและข้อสังเกตของท่านสมาชิกนั้น จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แน่นอนที่สุดว่าการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า ตลอดจนคําถามและข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกนั้น จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะนําคําแนะนําตลอดจนข้อสังเกตทั้งความเห็น และข้อเท็จจริงไปเปึนแนวทางส่วนหนึ่งของการเจรจา และการค้าขายหรือความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจรวมถึงสาขาด้านอื่น ๆ ทั้งเรื่องของเกษตร เรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การลงทุนและอื่น ๆ นั้น ก็ย่อมที่จะมีได้มีเสียอย่างที่ทราบกัน แต่เราพยายามที่จะให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า เปึนดุลยภาพของการได้ประโยชน์ ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นจึงเปึนความพยายามและเปึนความมุ่งหมายในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการที่จะขยายการค้าระหว่างไทย-จีน ขณะเดียวกันแก้ไขปัญหา ข้อเสียเปรียบรวมไปถึงอุปสรรคต่าง ๆ อันพึงมี ด้วยเหตุนี้เองท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์และตัวกระผมนั้น จึงได้ให้ความสําคัญกับประเทศจีน จึงได้เดินทางไปครั้งแรก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่เข้ารับตําแหน่งได้เพียง ๑ เดือนเศษ ได้เดินทางไปที่ กรุงปักกิ่ง ได้พบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เอคิวเอสไอคิว (AQSIQ : Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine : สํานักงานควบคุมและตรวจสอบ คุณภาพสินค้าของจีน) ซึ่งมีความสําคัญมาก เพราะว่าเปึนกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่อง ของการควบคุมคุณภาพและการตรวจโรคพืช ที่เปึนปัญหามากสําหรับการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร นอกจากนั้นแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้เดินทางไปที่กวางโจว ในมณฑลกวางตุ้งก่อนหน้านี้ และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระผมเองก็ได้นําคณะผู้แทนการค้าไปที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ รวมทั้งการขยายการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ ข้าว ยางพารา และอื่น ๆ ตลอดจนการที่จะดูแลในการพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์ทางการค้า ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านถึงท่านสมาชิกว่า เปึนข้อเท็จจริงที่ท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. และ ส.ว. ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อเสียเปรียบ อุปสรรค และปัญหาต่าง ๆ ดังนั้น หัวข้อสําคัญของแนวทาง ของการแก้ไขปัญหาอันได้แก่
๑. เรื่องของโลจิสติกส์ทางการค้า ที่เรียนอย่างนี้เพราะว่า อย่างที่ท่านทราบว่า จีนเปึนประเทศคู่ค้าสําคัญอันดับ ๓ ของประเทศไทย รองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ์น เพราะฉะนั้นตลาดจีนซึ่งมีประชากร ๑,๓๐๐ ล้านคน จึงถือได้ว่า เปึนตลาดใหญ่และเปึนตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ของจีนนั้นอยู่ในตัวเลข ๒ หลักในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าเมื่อป้ที่แล้วจะตกที่ ๙ เปอร์เซ็นต์ และป้นี้อยู่ระหว่าง ๖-๘ เปอร์เซ็นต์ ตามการคาดหมายของสถาบันการเงิน ระหว่างประเทศ แต่ก็ถือได้ว่าเปึนตลาดหลักที่สําคัญและยังมีอัตราการเติบโตในทางบวก ตลอดจนอัตราการค้าและการส่งออกของไทยไปจีนก็เปึนตัวเลขในทางบวกมาโดยตลอด ทั้งสิ้น ยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์จึงได้มองภาพรวมของจีนไว้ว่า ถ้าเราจะปฏิรูป การค้าระหว่างไทย-จีน แม้ว่าจะมีปัญหาในอดีตต่าง ๆ นานา แม้ว่าเราจะยังไม่สามารถ เจาะเข้าไปสู่มณฑลต่าง ๆ ของจีนได้มากนัก แต่เมื่อเราได้ตั้งยุทธศาสตร์เปัาหมาย ของเราว่า การเจาะตลาดจีนภายใต้กลไกความตกลงของ อีดีบี อีทีซี ฉบับนี้นั้น จะเป่ดโอกาสอย่างสูงมากในสภาพของไทยที่จะเพิ่มการค้าและความร่วมมือด้านต่าง ๆ กับประเทศจีน เช่น การกําหนดให้มณฑลทางเหนือของประเทศจีนนั้นจะใช้โลจิสติกส์ทาง การค้า โดยการเป่ดเมืองท่าเทียนจิน ซึ่งจะสามารถเจาะเข้าไปสู่มณฑลทางเหนือไปถึง ปักกิ่ง และเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกพูดถึงตลาดกลางใหญ่สุดของจีน ซึ่งกระผมก็ได้ เดินทางไป และได้ประชุมกับคณะกรรมการบริหาร เจ้าของ และประธานตลาดซินฟาตี้ ซึ่งเปึนตลาดกลางสินค้าเกษตรใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และเปึนศูนย์กลางของ การกระจายสินค้าทั้งของจีนและต่างประเทศรวมทั้งสินค้าของไทยเพื่อไปสู่มณฑล ทางเหนือ เข้าไปสู่แม้แต่มองโกเลีย และประเทศ ซีไอเอส (CIS : Commonwealth of Independent States) ซึ่งอยู่ติดพรมแดนของจีน อุปสรรคที่ผ่านมาก็คือ เราสามารถ นําเข้าไปโดยส่วนใหญ่แม้แต่ผลไม้เข้าไปทางตอนใต้ก็คือ จากฮ่องกง เซินเจิ้น และกวางโจว หลังจากนั้นต้องลากตู้คอนเทนเนอร์เปึนระยะทางเปึนพัน ๆ กิโลเมตร เพื่อไปที่ตลาดซินฟาตี้ เพื่อกระจายไปยังมณฑลภาคเหนือของจีน ปรากฏว่าแม้รสนิยม ในการบริโภคสินค้าเกษตรของคนจีนที่มีต่อผลไม้ไทยและสินค้าของไทย เช่น ข้าว ทุเรียน มังคุด กล้วยไข่ เปึนต้น แต่ราคาสูง เพราะต้นทุนโลจิสติกส์สูง และมีมาเฟ้ยการค้าอย่างที่ ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึง ดังนั้นในการเดินทางไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อปูทางที่ ท่านนายกรัฐมนตรีของไทยได้เตรียมการจะเดินทางไปเยือนประเทศจีนนั้นก็ได้มี การเจรจา และที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ขออนุญาตที่ประชุมที่จะต้อง เดินทางไปพบปะกับทางผู้แทนของกระทรวง เอคิวเอสไอคิว นั้น รวมไปถึงตัวแทนซึ่งเปึน ประธานตลาดซินฟาตี้ และผู้นําเข้าผลไม้ รวมไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของอินเดียนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งในการที่เปึนการดําเนินตามยุทธศาสตร์และกุศโลบาย ต่อเนื่อง และการเดินทางล่าสุดที่ผมได้เดินทางสุดสัปดาห์นี้นําคณะผู้แทนการค้านักธุรกิจ ไทย ๗๐ คน ได้ไปร่วมการจัดสัมมนาทําบิซซิเนส แมชชิ่ง (Business matching) ที่ นครคุนหมิง ที่มณฑลยูนนานนั้น ได้รับการยืนยันจากท่านเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ของจีน และท่านรองผู้ว่าการหูเชาสีของมณฑลยูนนาน ว่าจะได้มีการทําความตกลงกับ กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวง เอคิวเอสไอคิว ของจีนระดับมณฑลของ ยูนนานเปึนตัวอย่าง ในการคลี่คลายปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกระผมได้พบที่กรุงปักกิ่งและท่านได้มาเยือนประเทศไทย ได้มีโอกาสรับประทานอาหารด้วยกันที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านก็ได้ ยืนยันในความกังวลใจของประเทศไทย และมีความเชื่อว่าในการเดินทางเยือนประเทศจีน ของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเดือนมิถุนายนนี้จะได้มีการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ซึ่งเราเชื่อว่าจากท่าทีล่าสุดที่ตัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระผม ได้เดินทางไปเยือนจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และผมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงตีหนึ่ง เมื่อเช้าวันนี้เองก็มีสัญญาณในทางบวกว่า การขนส่งโลจิสติกส์ที่เราตั้งยุทธศาสตร์ ในการบุกตลาดมณฑลภาคเหนือของจีนที่ท่าเรือเทียนจินนั้น มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับ การเป่ดเมืองท่าดังกล่าวให้กับสินค้าไทยไม่ต้องเข้าทางด้านตอนใต้ แล้วก็ส่งด้วยต้นทุน ที่สูงและระยะเวลาที่นานไปสู่ทางตอนเหนือของจีน
๒. ก็คือการเป่ดยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก ซึ่งเปึนเขตเศรษฐกิจที่มี ความเจริญรุ่งเรืองที่สุด ร่ํารวยที่สุด มั่งคั่งที่สุด ไม่ว่าจะเปึนที่เซี่ยงไฮ้ก็ดี ไม่ว่าจะเปึน ที่ตะวันออกเฉียงใต้ลงมาที่ฮ่องกง เซินเจิ้น กวางโจว หรือหวางอู เปึนต้น
๓. คือยุทธศาสตร์ในการเข้าสู่การเป่ดการค้าโดยตรงทางตอนใต้ของจีน และกลายเปึนประตูการค้าของเราไปสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้เข้าสู่เขตปกครองตนเอง พิเศษธิเบตและเข้าไปสู่ตะวันตกของจีน รวมทั้งมณฑลตอนกลางตอนตะวันตกเฉียงใต้ ที่อยู่ควบตอนกลางของจีน ไม่ว่าจะเปึนเสฉวนซึ่งมีประชากรกว่า ๑๐๐ ล้านคน โดยเฉพาะนครเฉิงตู และรวมไปถึงฮุยจง ซึ่งก็เพิ่งจัดการแสดงสินค้าไทยไปเมื่อช่วง ไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมไปถึงที่มณฑลอื่น ๆ เพราะฉะนั้นหัวใจสําคัญตามยุทธศาสตร์ และภายใต้การอาศัยความตกลง ไม่ว่าจะเปึน เอฟทีเอ ไทย-จีน เอฟทีเอ อาเซียน-จีน ตลอดจนกรอบของความร่วมมือว่าด้วยความตกลงของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ําโขง หรือ จีเอ็มเอส (GMS) ซึ่งมี ๖ ประเทศนั้น จําเปึนจะต้องอาศัยความตกลงฉบับนี้เปึนสําคัญ เพราะว่าเราได้วางยุทธศาสตร์และกุศโลบายในการที่จะเป่ดตลาดจีนเข้าไปในระดับ มณฑล และได้วางประตูไว้ ๓ ประตูสําหรับเข้าสู่จีนก็คือ มณฑลตอนเหนือ มณฑล ตอนตะวันออกเข้าสู่มณฑลตอนกลางและมณฑลตอนใต้ ต้องเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกันในข้อเท็จจริงว่าการค้าระหว่างไทย-จีน โดยเฉพาะที่มีศักยภาพในขณะที่เปึนตลาด ซึ่งประเทศคู่แข่งของเรายังเข้าไปไม่ถึงมากที่สุดนั้น ก็คือมณฑลตอนใต้ มณฑล ตอนตะวันตกเฉียงใต้จึงได้วางให้มณฑลยูนนาน ซึ่งเปึนมณฑลของจีนที่อยู่ติดประเทศไทยมากที่สุด โดยมีประเทศจีนและพม่าคั่นอยู่ เท่านั้น เราจึงให้ความสําคัญต่อการพัฒนาโลจิสติกส์การค้าภายใต้กรอบของ จีเอ็มเอส นั่นคือระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ที่เรียกว่า นอร์ธ เซาท์ อีโคโนมิกส์ คอริดอร์ (North-South Economics Corridor) หรือว่า อีสต์-เวสต์ อีโคโนมิกส์ คอริดอร์ (East-West Economics Corridor) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก ตะวันออก และรวมไปถึงระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ ของจีนมาสู่อาเซียน มณฑลยูนนานได้มีการเชื่อมต่อในการค้าภายใต้ยุทธศาสตร์ ที่เห็นร่วมกันที่เรียกว่า ยุทธศาสตร์คุนมั่น-กงลู่ ก็คือ คุนหมิง-กรุงเทพฯ และผมเติมไป ก็คือ คุนมั่น-กงลู่-แม่โขง เส้นทางสายที่ใกล้สุดในการส่งออกแทนที่เราต้องส่งออกผ่าน ทางทะเลอ้อมไปและเข้าสู่ทางตะวันตก ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ไม่ว่าจะเปึนที่ฮ่องกง เซินเจิ้น กวางโจวนั้น แล้วก็ไปสู่ตลาดทางตอนใต้ตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเปึนระยะทาง ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ระยะห่างระหว่างพรมแดนไทยที่จะเข้าไปสู่จีนในมณฑล ยูนนาน มีระยะห่างเพียงแค่ ๒๔๐ กิโลเมตรเท่านั้น นั่นคือเส้นทาง อาร์ ๓ อี (R3E) หรือที่เปึนทางการคือ อาร์ ๓ เอ (R3A) เส้นทางนี้คือจากเชียงของ-เชียงราย ข้ามไปที่ บ่อแก้ว ห้วยทรายของลาว แล้วก็ไปสุดเขตแดนลาว ๒๔๐ กิโลเมตรที่เมืองบ่อเต็น แล้วก็ เข้าสู่จีนที่ด่านบ่อหาน หลังจากนั้นก็ผ่านกาหลั่นปัาผ่านไปที่เชียงรุ้ง จิ่งหง ซึ่งเปึน เมืองเอกเมืองหลวงของสิบสองปันนา ซึ่งเปึนเขตปกครองตนเองของจีน ซึ่งอยู่ในมณฑล ยูนนาน และอีก ๕๐๐ กิโลเมตร เข้าไปสู่คุนหมิง ซึ่งเปึนเมืองหลวงของมณฑลยูนนาน เราได้ตั้งเปัาหมายว่ามณฑลยูนนาน โดยเฉพาะนครคุนหมิงจะเปึนประตูเกทเวย์ (Gateway) การค้า และเปึนเส้นทาง อาร์ ๓ ไม่ว่า อาร์ ๓ อี ที่ผ่านทางลาว หรือ อาร์ ๓ ดับเบิลยู (R3W) ตะวันตกที่ผ่านจากเชียงรายไปเชียงตุงและเข้าเชียงรุ้งก็คือจิ่งหง และเข้าสู่คุนหมิง ระยะทางตรงนี้เปึนเส้นทางสั้นที่สุด กลยุทธ์สําคัญคือการค้าโดยตรง ระหว่างไทยกับมณฑลยูนนาน และมณฑลยูนนานจะเปึนประตูไปสู่เสฉวน ไปสู่กุ้ยจง ไปสู่หูหนาน และไปสู่เขตปกครองตนเองทิเบต และเข้าไปสู่ซินเกียง และมณฑลอื่น ๆ ส่วนทางทะเลซึ่งมีระบบการขนส่งโลจิสติกส์ในอีกด้านหนึ่งนั้น ก็เข้าไปตลอดแนว ตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีทั้งกวางโจว เซินเจิ้น แล้วก็เขตปกครอง พิเศษของฮ่องกง แล้วก็ทางเซี่ยงไฮ้ แล้วก็ไปสู่เทียนจิน ซึ่งเข้าสู่ตลาดทางตอนเหนือ มณฑลทางเหนือ แล้วไปสู่การให้ทางซินฟาตี้ ตลาดกลางใหญ่สุดของจีนที่ชานกรุงปักกิ่ง ซึ่งผมได้มีโอกาสไปประชุมทั้งผู้นําเข้าสินค้าไทยแล้วก็กรรมการบริหารประธานของเขา ซึ่งวันนี้ได้เชิญเขามาที่ประเทศไทย ระหว่างนี้เขามาและจะไปภาคตะวันออกของเรา ซึ่งผลไม้กําลังจะออก ให้ผู้นําเข้าจากมณฑลตอนเหนือของจีนที่ตลาดใหญ่สุดของจีน มาเจรจาโดยตรง ซึ่งผมก็ได้เรียนท่าน ส.ส. ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จันทบุรี ท่าน ส.ส. พงศ์เวช เวชชาชีวะ ท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ท่าน ส.ส. สาธิต ป่ตุเตชะ ท่าน ส.ส. ธารา ป่ตุเตชะ ท่าน ส.ส. วิชัย ท่าน ส.ส. บัญญัติ บรรทัดฐาน ท่าน ส.ส. รัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ให้ประชุมร่วมกับทางสหกรณ์ แล้วก็สํานักงานการค้าของเราในภาคตะวันออก ทั้งหมด นี่คือกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหา เพื่อตัดตอนมาเฟ้ย แต่ถามบอกว่าง่ายไหม ไม่ง่าย ไม่ง่ายเปึนอย่างที่ท่านว่า ว่าเมื่อผมได้เดินทางไปปักกิ่งก็ดี ได้สอบถามข้อเท็จจริง ทั้งหลายว่าถ้าเป่ดตลาดที่มณฑลตอนเหนือไม่ต้องลากตู้จากกวางโจวขึ้นมาที่ปักกิ่ง เปึนพัน ๆ กิโลเมตร ปรากฏเขาบอกตรงกันอย่างที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้ให้ข้อมูล ต่อรัฐสภา คือมีมาเฟ้ยอยู่ที่กวางโจว ฮ่องกง จึงเปึนเหตุผลว่าทําไมในอดีตที่ผ่านมา จะเปึนว่ารัฐบาลให้ความใส่ใจมากน้อยแค่ไหนในอดีตก็แล้วแต่ แต่ว่าเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา เราเห็นว่าประเทศไทยมีรายได้ส่งออกนักท่องเที่ยวถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ เข้าประเทศทั้งหมด และจีนเปึนตลาดใหญ่สําคัญมากของประเทศ ดังนั้นยุทธศาสตร์ นโยบาย กุศโลบายจึงได้วาง และได้เดินทางออกไปเจรจาเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และได้ วางกลยุทธ์อย่างถูกต้องที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ร่วมกับทางรัฐบาลจีน และน่าดีใจครับ น่าดีใจว่าการตอบสนองของรัฐบาลจีนนั้นซึ่งเดิมเราอาจจะไม่ได้เจรจา ในอีกหลายระดับ แต่ครั้งนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผมได้หารือกัน และเห็นว่า เราจําเปึนที่จะต้องสร้างระดับการเจรจาและความผูกพันในหลายระดับ และใช้โอกาสในวาระที่ประเทศจีนได้สถาปนาก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ ๖๐ ป้ เปึนวาระสําคัญของการสร้างศักราชใหม่นิมิตใหม่ในการค้าและความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและด้านต่าง ๆ ระหว่างไทย-จีน จึงได้รับการตอบสนองและรวมไปถึง ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของรัฐบาลจีนเท่านั้น แต่ได้รับการตอบสนองอย่างดียิ่งจาก พรรคคอมมิวนิสต์จีน และอาศัยว่าผมนั้นเปึนคณะมนตรีของสหภาพรัฐสภาโลก ซึ่งได้มี ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ซึ่งท่านประธานที่ทําหน้าที่ในที่ประชุม ท่านรองประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา ก็เคยนําคณะผู้แทนไทยไปประชุมและได้พบกับคณะผู้แทนจีน เราจึงมีความสัมพันธ์กับรัฐสภาของประเทศจีนในอีกทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎรของเขา รวมไปถึงผมได้มีโอกาสเจรจากับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เหมือนเช่นที่เดินทางไปประเทศเวียดนามไปเจรจากับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ หรือผู้นําของพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศเวียดนามในการร่วมมือเรื่องข้าว ปรากฏว่า การขยายความร่วมมือการเจรจาในระดับของพรรคคอมมิวนิสต์และทางการของไทย และรัฐบาลหรือรัฐมนตรีแบบ จี ทู จี และรวมไปถึงเรื่องของบรรดาสมาคมการค้าและ ภาคเอกชนนั้น เราจึงได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เช่น ตัวอย่างที่ยูนนาน ปัญหา แม้ว่าเราจะสร้างถนนสาย อาร์ ๓ จากห้วยทรายของประเทศลาวเข้าสู่ประเทศจีนที่ด่าน โมฮันแล้วก็ไปที่จิ่งหงหรือเชียงรุ้งแล้วก็ขึ้นไปคุนหมิงเข้าไปที่ยูนนาน แต่ต้องยอมรับว่า ถนนเสร็จ แต่ความตกลงที่เรียกว่า ความสะดวกทางการค้า หรือเรียกว่า เทรด ฟาซิลิเตชั่น (Trade Facilitation) ยังติดขัดในหลายเรื่อง ๑. สะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๔ ที่เชียงของ เชียงรายของเรานั้นจะแล้วเสร็จในการก่อสร้างก็อีก ๒ ป้ข้างหน้า เพราะฉะนั้นการขนส่ง สินค้าทางบกยังไม่ได้ตลอดเส้นทาง ผมเองเดินทางด้วยตัวเองบนเส้นทางสาย อาร์ ๓ จากห้วยทราย แขวงบ่อแก้วของประเทศลาว ผ่านประเทศลาวแล้วก็เข้าไปสู่ที่เชียงรุ้ง ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปสู่ประเทศจีนที่ด่านโมฮันนั้น สิ่งสําคัญก็คือด่านตรวจควบคุมโรคพืช ภายใต้ความดูแลของกระทรวง เอคิวเอสไอคิว ของประเทศจีนนั้นยังไม่ได้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นจึงเปึนปัญหาของการที่จะส่งสินค้าซึ่งใช้เส้นทางสั้นที่สุดเข้าสู่ประเทศจีน ที่สําคัญคือความตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดนลาวไปสู่ประเทศจีนหรือ มาประเทศไทยนั้น ฝ์ายไทยยังไม่ได้ลงนาม นี่คือสิ่งที่ติดค้างมาและจะต้องเร่งรัด แก้ไขโดยเร็วที่สุด ในฝ์ายของจีนเองนั้นท่านเลขาธิการ ฉิว เหอ ของประเทศจีน แล้วก็ ท่านรองผู้ว่าการมณฑลยูนนาน ท่านกู๋ เชาสี ได้ยืนยันเลยว่า ภายในเดือนหน้า เขาจะคลี่คลายในการทําให้ด่านโมฮันนั้นสามารถที่จะเป่ดให้สินค้าของประเทศไทย เข้าไปได้ และเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์คุนมั่น-กงลู่-แม่โขง ในการที่จะให้ไทยกับมณฑล ยูนนานคือตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหมดของประเทศจีนนั้นผ่านเส้นทางดังกล่าวนี้ รวมไปถึงเส้นทางของการขนส่งสินค้าทางลําน้ําโขง ซึ่งท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นนี้ขึ้นมา ผมใคร่ขอกราบเรียนว่า เส้นทางลําน้ําโขงนั้นมีเรือที่วิ่งอยู่ประมาณ ๑๑๔ ลํา ในจํานวนนี้ ร้อยละ ๙๙ เปึนของประเทศจีน ใช้เวลาเดินทาง ๙ ชั่วโมงในขาล่อง และใช้เวลาเกือบ เท่าตัวโดยเฉพาะหน้าแล้งในการเดินทางขนสินค้าจากประเทศไทยขึ้นไป ไม่ว่าจะไป ที่ก่วนเล่ย ซึ่งเปึนท่าเทียบเรือใกล้สุดของประเทศจีนที่ติดกับประเทศไทย หรือว่าจะขึ้นที่ จิ่งหงซึ่งตรงนั้นเปึนท่าขึ้นสินค้าไทยที่ต้นทุนถูกที่สุดในขณะนี้ และท่าซือเหมา เส้นทาง ดังกล่าวนั้นจะเปึนเส้นทางหลักเส้นทางหนึ่งทีเดียว เพราะว่าในขณะนี้เมื่อผมได้ไปที่ตลาด หย่วนฟัางในนครคุนหมิง ซึ่งเปึนศูนย์กระจายสินค้าไทยในมณฑลยูนนาน ถ้าท่านเดินทางไปนครคุนหมิง ท่านไปที่ศูนย์การค้าหยวนฟัางท่านก็จะเห็นว่ามีปัาย ภาษาไทยติดบนตัวตึกขนาดใหญ่ ส่วนสูงของตัวอักษรสูงเท่ากับตัวผมนี่นะครับ เขียนว่า ศูนย์กระจายสินค้าไทยในประเทศจีน มณฑลยูนนาน นครคุนหมิง ปรากฏว่า เทรดดิ้ง คอมปานี (Trading Company) บอกว่า ในการนําสินค้าเข้าไปที่มณฑลยูนนาน ยกตัวอย่าง เพราะเหตุว่าการค้าระหว่างไทยกับตอนใต้ของจีนนั้น มีมูลค่า ๘,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อป้ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ดุลการค้าครับ เราส่งออกไป ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาส่ง มาที่เรา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่ส่งออกไปมากโดยเฉพาะบนเส้นทาง อาร์ ๓ หรือ แม่โขงก็คือ ยางพารา ปาล์มน้ํามัน ผลไม้บางส่วน นั่นคือ ๕ อันดับสินค้าที่เราใช้เส้นทาง ดังกล่าวนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ตามยุทธศาสตร์เจาะประตู ๓ ด้านของจีนโดยเฉพาะที่ใกล้ ที่สุดนั้นจึงเปึนความหวังอย่างยิ่ง และเนื่องจากว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ได้เพียงแค่ ๓-๔ เดือน แต่ระหว่างนี้เราได้ทุ่มเทความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะเป่ด ยุทธศาสตร์ใหม่ของเรา และเห็นว่าข้อมูลที่ท่านสมาชิกเห็นว่าเปึนความสําคัญอย่างยิ่ง ในการค้าระหว่างไทย-จีน หรือความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและอื่น ๆ นั้นเปึนความจริงครับ จึงได้มีนโยบายซึ่งแต่ก่อนไม่เคยทํามาก่อน และผมได้เจรจากับ ซีซีพีไอที (CCPIT) ก็คือ สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน ซีซีพีไอที ซึ่งร่วมมือกับสํานักงานกิจการ โพ้นทะเล คนจีนโพ้นทะเลเขาจะมีสํานักงานอยู่ที่กรุงปักกิ่งและมีอยู่ในทุกมณฑล มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องความร่วมมือ โดยที่เราได้ขอให้จากนี้ไปเราจะใช้สมาคม การค้าซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของกระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่ และมีสมาคมการค้าที่ แอคทีฟ (Active) อยู่ ๒๐๐ กว่าสมาคม มีอยู่ ๑๐๑ สมาคมที่อยู่ภายใต้การเปึนสมาชิก ของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย สมาคมการค้าเหล่านี้รัฐบาลนี้ ยึดหลักในการค้าการขายระหว่างประเทศในหลัก จีดีพี ก็คือความร่วมมือระหว่างเอกชน ภาครัฐ ดังนั้น การเจาะตลาดเป่ดตลาดใหม่ในจีนไม่ว่าจะเปึนระดับภาพรวมของประเทศ ระดับมณฑล หรือระดับจังหวัด ระดับอําเภอจะเปึนความร่วมมือโดยที่จะใช้สมาคม การค้าเปึนหัวหอกและเราได้ทดลองนําเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการใช้แนวทาง สายเลือดไทย-จีน ผมเองก็มีสายเลือดไทย-จีน สมาคมการค้ามิตรภาพไทย-จีน สมาคม ธุรกิจไทย-จีน สมาคมไทย-ยูนนาน ซึ่งเปึนไปตามสายเลือด สมาคมมิตรภาพ ไทย-แต้จิ๋วในมณฑลกวางตุ้ง สมาคมมิตรภาพไทย-ฮกเกี้ยนหรือฝูเจี้ยน ซึ่งมีหนานหนิง เปึนมณฑลที่สําคัญในมณฑลฮกเกี้ยนดังกล่าวนั้น เราจะได้ใช้พลังทุกพลังของสมาคม การค้า สมาคมมิตรภาพและตลอดจนสมาคมกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-จีน ในการที่จะ เปึนการจัดกระบวนทัพใหม่ในการค้าและการบุกตลาดจีน และไม่ใช่เฉพาะแค่การค้าครับ เรายังต้องใช้การเจรจาไม่ว่าโดยกระทรวงการต่างประเทศหรือกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศของกระทรวงพาณิชย์หรือกรมการค้าต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการเจรจาในปัญหา ยกตัวอย่างที่ท่านสมาชิกได้ หยิบยกมานั้น ไม่ว่าจะเปึนท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านสุวโรช พะลัง ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ซึ่งคุณลุงของท่านนั้นก็เปึนประธานสมาคมมิตรภาพไทย-จีน ที่กว้างขวางมาก หรือว่าคุณสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ซึ่งมีความผูกพันโยงใยอย่างยิ่งกับ มณฑลยูนนาน เปึนต้น และอีกหลายท่านที่ผมขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนาม เราต้องรวมพลัง ครั้งใหญ่เพราะครั้งนี้เปึนวิกฤตการณ์ของประเทศที่เราเผชิญ และถ้าเราไม่สามารถที่จะ ขับเคลื่อนการส่งออกได้ อย่าลืมว่ารายได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่เลี้ยงปากท้องประเทศ ไม่ว่า ผู้ใช้แรงงาน คนยากคนจน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนมาจากการส่งออก และจีน คือคู่ค้าที่สําคัญอย่างยิ่ง วันนี้รัฐบาลพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อน ได้อาศัยขอความเห็นใจ การสนับสนุนจากรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบในความตกลง อีดีบี อีทีซี ฉบับนี้ เพราะจะเปึนเครื่องมือกลไกสําคัญครับ แม้แต่ปัญหาภาษี ซึ่งแม้ว่าเราจะเปึนภาคีร่วมกันในเรื่องขององค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ และเราได้มีความตกลง เอฟทีเอ ไทย-จีน ซึ่งดําเนินการในสมัยรัฐบาล ท่านทักษิณ ชินวัตร และมีการยกเว้นภาษีเปึน ๐ สําหรับผัก ผลไม้จีนที่เข้าไทย จนกระทั่ง เกิดปัญหาอย่างที่ท่าน ส.ส. จํานวนไม่น้อย และท่าน ส.ว. โดยเฉพาะที่อยู่ในภาคเหนือ ได้เห็นถึงความล้มละลาย ความสิ้นเนื้อประดาตัว ความเปึนหนี้เปึนสินของเกษตรกร ทั้งชาวสวนลําไย พี่น้องที่ปลูกผัก ผลไม้อากาศหนาวและอื่น ๆ นั้น เพราะว่าภาษีเรา ไม่คิดเขาเลยครับ เพราะเราเคารพในข้อตกลง แต่ของจีนนั้นเขาก็บอกว่า ไม่ได้คิดภาษีนําเข้า แต่คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๓ เปอร์เซ็นต์ สําหรับผลผลิตเกษตร ถ้าแปรรูป ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ของเราแยกระบบภาษีนําเข้า อากรนําเข้า กับเรื่อง ของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่มของเรา ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าข้อเสียเปรียบ ดังกล่าวผมก็ได้หยิบยกขึ้นเมื่อวานซืนนี้ เมื่อได้มีการประชุมหารือกับท่านเลขาธิการ พรรคคอมมิวนิสต์ที่นครคุนหมิง ก็คือ ฯพณฯ ฉิว เหอ ได้หยิบยกประเด็นนี้รวมไปถึง ทางด้านของผู้บริหารของมณฑลยูนนาน และเขาถือปฏิบัติด้วยเหตุผลเดียวกันว่า เขาถือปฏิบัติเหมือนกัน แต่ผมก็เรียนว่าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและในส่วนของระบบ ภาษีอากรนําเข้ามันแตกต่างกัน แต่ถามว่าเราจะใช้กลไกอะไรในการเจรจาร่าง ความตกลง อีดีบี อีทีซี ฉบับนี้หรือครับ ที่จะมีการตั้งคณะกรรมการถาวรร่วมกันในการ นําปัญหา อุปสรรคทางการค้า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเทรด ฟาซิลิเตชั่น ต่าง ๆ หรือเรื่องของ เทรด โลจิสติกส์ (Trade Logistics) ต่าง ๆ นั้น เข้าเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยมีอายุ ๕ ป้ และมีแอคชั่น แพลน (Action plan) ร่วมกัน ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเปึนปัญหาในข้อเท็จจริง ของความเสียเปรียบของประเทศไทยทั้งในเรื่องมาตรการทางภาษี มาตรการที่เปึน นอน แทริฟ แบริเออร์ หรือที่เปึนมาตรการทางด้านเทคนิคที่เสมือนหนึ่งการกีดกัน ทางการค้า หรือแม้แต่เรื่อง เอสพีเอส (SPS) ก็คือ ซานิทารี (Sanitary) แล้วก็ไฟโตซานิทารี (Phytosanitary) ในเรื่องสุขอนามัย และสุขอนามัยทางการพืช ซึ่งมีการตรวจเข้มและ คิดแพงมาก และเพียงบริษัทเดียวภายใต้กระทรวง เอคิวเอสไอคิว วันนี้เราคืบหน้าไปมากแล้ว ตัวผู้แทนระดับสูงของ เอคิวเอสไอคิว ได้เดินทางมาเยือนระหว่างนี้ ตัวแทนผู้นําเข้าสินค้า ของจีนเดินทางมา มีบริษัทจีน ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหลักของเราไม่ว่าจะเปึน ข้าวหอมมะลิ ข้าวสาร ข้าวหอมปทุมธานี หรือว่าข้าวสารชั้นดีของเรา ข้าวเหนียว รวมไปถึง ยางพาราแล้วก็น้ํามันปาล์ม และที่สําคัญคือ มันสําปะหลังหรือมันเส้น เรียนท่านสมาชิก ว่าวันนี้มีคําขอซื้อจากบริษัทจีนเข้ามาแล้วไม่ต่ํากว่า ๔ ล้านตันมันเส้น มากกว่ามันเส้น ที่เรารับจํานํา ๑๓ ล้านตันมันสด อยู่ระหว่างการเจรจาในเรื่องของราคา ซึ่งจะได้มี การนําเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายมันสําปะหลังต่อไป ส่วนผัก ผลไม้เช่นกัน วันนี้ต้องค้าตรง ไม่ว่าจะเปึนลําไย ๕๐๐,๐๐๐ ตันในภาคเหนือ ไม่ว่าจะเปึนผลไม้แชมเปุ้ยน ของเราในภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคเหนือ ผลไม้เหล่านี้ความจริงต้องเรียนนะครับ ว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบเลยในเรื่องของตลาดผลไม้หรือการค้าผลไม้ ระหว่างนี้ เนื่องจากว่ารัฐบาลชุดผ่าน ๆ มานั้นได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ ขึ้นมา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนประธานครับ แต่ถึงอย่างไร ก็ตามกระทรวงพาณิชย์ก็จะช่วยเข้าไปอุ้มชูดูแลในการทํางานประสานกันอย่างบูรณาการ เพื่อดูแลเกษตรกรของเราให้ดีที่สุดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงขอความร่วมมือจาก ท่านสมาชิกรัฐสภา ได้ช่วยกรุณาให้ความเห็นชอบต่อความตกลง อีดีบี อีทีซี ฉบับนี้ เพราะเปึนยุทธศาสตร์สําคัญที่เราได้ทํามาอย่างต่อเนื่องในระยะเกือบ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา วันนี้จึงขอความเห็นชอบจากข้อมูล เหตุผล และคําชี้แจง หากว่ามีประเด็นใดบกพร่อง ผมจะขอถือโอกาสชี้แจงในวาระต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ