รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒

พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องต่างๆ มากมาย รวมถึงเรื่องกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การขออนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ และข้อตกลงอาเซียน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เราได้อภิปรายในเรื่องกรอบข้อตกลงที่เราจะไปลงนามกับต่างประเทศ นะครับ ซึ่งเราจะมอบหมายให้ทางรัฐบาลเปึนตัวแทนของประเทศไทยไปเจรจาไม่ว่าจะเปึน ทางด้านการค้าและการลงทุนมาเปึนเวลา ๒ วันเต็ม ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ที่เปึน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านใคร่ขออภิปรายประเด็นที่สําคัญ ๆ ดังนี้ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ๑๙๐ วรรคสาม และถึงแม้มี ถ้าหากว่ากฎหมายนั้นหรือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเขียนได้ชัดเจนไม่คลุมเครืออย่างที่ เปึนอยู่ เราไม่จําเปึนที่จะต้องใช้เวลารัฐสภาถึง ๒ วัน แล้วก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาพิจารณาอีกหลายเรื่อง นี่เปึนการเป่ดประเด็นเท่านั้น ท่านประธานครับ ว่าประเด็น ปัญหาของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสองและวรรคสาม เพิ่งเป่ดฉาย ท่านประธานครับ อีก ๓ ป้ที่รัฐบาลนี้เวลาเหลืออยู่ยังมีอีกมากมายอีกเยอะมาตราที่เรา จะต้องเอาเข้ามาให้กับรัฐสภาแห่งนี้เปึนผู้พิจารณา เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นผมเห็นสมควร ฝากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีว่าจะเปึนเจ้าภาพในการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ วรรคสองและวรรคสามให้ชัดเจนต่อไปในอนาคต ส่วนการอภิปรายวันนี้ผมสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมมี ๒ เรื่องที่อยากจะฝากทางรัฐบาล ซึ่งจะเปึนตัวแทนไปเจรจากับ ประเทศต่าง ๆ ผมไม่มีโอกาสได้เดินทางไปเจรจากับท่าน แต่ผมขอฝากข้อความไปให้ท่าน เปึนคนพูดแทนพี่น้องประชาชน พูดแทนคนไทยทั้งประเทศ ท่านจะต้องเปึนผู้รักษา ประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสูงสุด

ข้อแรกที่ผมอยากจะนําเสนอท่านประธานนั่นคือ ร่างบันทึกความเข้าใจ ของกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงแรงงานของประเทศไทยว่าด้วย การจัดส่งแรงงานไปประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ เอกสารที่นํามาให้เราดูนี้ ผมขอ เรียนท่านประธานว่าโดยหลักการแล้วงานได้เดินไปแล้วครับ ไทยกับประเทศเกาหลี ได้ดําเนินงานไปแล้ว แม้ว่าเราเพิ่งจะมาขออนุมัติกรอบสภา แต่ก็ไม่เปึนเรื่องที่ผิด เพราะว่าเมื่อเดินไปแล้ว และคิดว่าไม่มั่นใจว่ามันจะถูกกฎหมายมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง วรรคสามหรือไม่ จะโดนถอดถอนหรือไม่ ก็เลยเอามาเข้าสภาขออนุมัติสภาก็ทําถูกต้อง แล้ว แต่ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับว่า การดําเนินการบางส่วนไปแล้วประเทศไทย เสียหายหรือประเทศไทยเสียประโยชน์พอสมควรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ ท่านทราบหรือไม่ครับว่าปัจจุบันนี้ ถ้าหาก แรงงานไทยต้องการไปทํางานที่ประเทศเกาหลีนะครับ ทําข้อตกลงกันไว้ว่าแรงงานไทย จะต้องไปสอบนะครับ สอบความสามารถภาษาเกาหลี มีการเป่ดรับสมัครนะครับ ผ่านมาเมื่อปลายป้ที่แล้ว สมัครไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ คนนะครับ ทราบไหมครับว่าตัวเลข ผ่านเท่าไร ท่านประธานครับ ไม่ถึง ๕๐๐ คน เพราะฉะนั้นเปึนภาษาเกาหลีล้วน ๆ นี่คือข้อตกลงที่ประเทศไทยได้ไปตกลงไว้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานท่านใหม่น่าจะรับไป แล้วก็ไปเจรจากับประเทศเกาหลีผ่อนปรนตรงนี้ ทําอย่างไรที่เราจะส่งเสริมให้แรงงานไทยได้มีโอกาสไปทํางานต่างประเทศไม่ใช่เฉพาะ ประเทศเกาหลี ประเทศใด ๆ ก็ตามแต่จะต้องทํางานให้ง่ายนะครับ เพราะฉะนั้น พอไปออกกรอบไว้ว่าจะต้องไปสอบภาษาเกาหลีให้ได้ พอสอบได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วก็ให้ นายจ้างมาคัดเลือกที่ประเทศไทย เปึนช่องว่างให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ มีหลาย บริษัทออกมาบอกว่า ถ้าคุณมาจ่ายให้ผม ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาท คุณอาจจะ สามารถไปอยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้สอบผ่าน หลายคนหลงเชื่อไปจ่ายเงิน ท่านประธานครับ เสียเงิน เสียทองไปเปึน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไม่มีชื่อ ขึ้นมา ตรงนี้เปึนประเด็นปัญหาที่รัฐบาล ผมขอฝากไว้ว่าในการไปเจรจากรอบข้อตกลง ไม่ว่าจะเปึนอาเซียนหรือว่าจะเปึน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ์น ประเทศนิวซีแลนด์ หรือประเทศใด ๆ เกี่ยวกับแรงงานขอให้ อํานวยความสะดวกแล้วก็ลดค่าใช้จ่ายให้กับแรงงาน ซึ่งเปึนคนยากคนจนในชนบท อยู่แล้ว

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ วันนี้ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมนั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ ผมก็อยากฝากท่านเพราะท่านอาจจะต้อง เดินทางไปเจรจาแล้วก็ไปเซ็นสัญญากับต่างประเทศ ประเด็นที่ผมสนใจคือ ร่างกรอบ ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดนครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ข้อที่ ๑๙ ในส่วนที่ ๓ เงื่อนไขทั่วไปในการขนส่ง ทางถนน เขียนไว้ในเล่มนะครับ ท่านประธานครับ เขียนไว้ว่า ภาคีคู่สัญญาตกลงว่า จํานวนรถที่จะอนุญาตให้ใช้ในการขนส่งข้ามแดนจะไม่เกินกว่า ๕๐๐ คันต่อ ๑ ประเทศ ภาคีคู่สัญญา ผมอ่านแล้วผมไม่เข้าใจเพราะว่าผมไม่ได้เปึนทนาย แปลว่าต่อไปใครที่จะ เข้าเปึนภาคีหรือว่าใครที่จะเอารถข้ามแดนจะต้องลงทะเบียนให้เข้าตามข้อตกลงนี้ แล้วให้ประเทศละ ๕๐๐ คัน ผมเรียนถามท่านประธานว่า ถ้าประเทศละ ๕๐๐ คันมันจะ เพียงพอหรือพอเพียงหรือไม่ แล้ว ๕๐๐ คันนั้นท่านจะคัดเลือกอย่างไร ปัจจุบันมี รถบรรทุกอยู่ในประเทศไทยเปึนแสนคันครับท่านประธานครับ แล้วก็ถ้าไปจํากัดไว้ว่า ให้เพียง ๕๐๐ คันที่ท่านตีทะเบียนให้ข้ามชายแดนได้อาจจะเปึนช่องว่างให้เกิดการตุกติก ขึ้นอีก ผมฝากท่านรัฐมนตรีโสภณช่วยดูประเด็นตรงนี้ด้วยว่า ๕๐๐ คันน้อยไปหรือไม่ ถ้าเปึนไปได้ทําไมไม่กําหนดกรอบเลยครับว่า รถจะต้องมีขนาดเท่าไร น้ําหนักเท่าไร แล้ว ปริมาณเท่าไร แล้วก็เป่ดเสรีไปเลยครับท่านครับ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพราะว่า รถประเทศไทยเราผลิตเยอะ เราประกอบในประเทศแล้วก็มีคุณภาพที่สามารถที่จะส่งออก ขายด้วย แต่ถ้าบอกว่า ๕๐๐ คัน จํากัดปัูบมันเกิดช่องว่างทันที

ท่านประธานครับ อันสุดท้ายคือข้อ ๑๖ นะครับ ว่าด้วยการนําเข้ารถ เปึนการชั่วคราว ในบันทึกข้อตกลงที่เราจะไปเซ็นหรือเซ็นไปแล้วผมไม่แน่ใจตรงนี้ผมยัง ไม่ได้เช็กรายละเอียด ที่ทําไว้ก็คือว่า ให้สิทธิในการนํารถ (ตลอดจนเชื้อเพลิงที่อยู่ในถัง) น้ํามันหล่อลื่น อะไหล่รถ ในปริมาณที่เหมาะสมให้ข้ามมาข้ามไปได้ในระหว่างประเทศ เพื่อนบ้าน พูดง่าย ๆ ถ้าน้ํามันที่มาเลเซียถูกกว่าเรานะครับ สมมุติว่าลิตรละ ๕ บาท พี่น้องมาเลเซียก็เติมเต็มถังแล้ววิ่งเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายนะครับท่านประธานครับ แล้วก็ถ่ายออก แล้วก็วิ่งกลับไปแล้วก็เอากลับมา กลับไป กลับมา ตรงนี้ต้องระวังครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีมาตรการรองรับประเด็นปัญหาตรงนี้แล้วหรือยังที่เรา จะไปเป่ดเสรีตรงนี้ ฝากท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ นะครับ ซึ่งท่านดูแลกระทรวง คมนาคม ผมมั่นใจว่าท่านเปึนคนที่มีคุณภาพ แม้ว่าท่านจะขึ้นมาเปึนรัฐมนตรีว่าการ มาใหม่ ๆ แต่ท่านก็เคยเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการมาก่อนท่านน่าจะมีความรู้ความสามารถ และที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าประเด็นที่ผมนําเสนอเปึนประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าเปึนไปได้อยากจะฝากทางรัฐบาลว่า ช่วยตั้งคณะกรรมาธิการอีกสักคณะได้ไหมครับ ๒ เรื่องนี้จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยนะครับ กระผมก็มีเรื่องที่จะหารือที่ประชุมแห่งนี้ เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ