พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือเรื่องการลงนามพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ภายใต้พิธีสารระหว่างไทยกับเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า พร้อมหารือเรื่องการลดภาษีสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเปิดเสรีการค้าไทย-เปรู
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อขอความเห็นชอบ ในการลงนามพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า และหนังสือ แลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ และหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งมีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้
๑. พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ นี้จัดทําขึ้นเพื่อรองรับการปรับรายการสินค้า และกฎถิ่นกําเนิดสินค้า เฉพาะรายสินค้าจากระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonize) ป้ ๒๐๐๒ หรือ เอชเอส ๒๐๐๒ (HS2002) เปึนระบบฮาร์โมไนซ์ ป้ ๒๐๐๗ หรือ เอชเอส (HS2007) ๒๐๐๗ ตามพันธกรณีขององค์การศุลกากรโลก ซึ่งเปึนการดําเนินการทางเทคนิคเพื่อที่จะให้พิธีสาร และพิธีสารเพิ่มเติมเพื่อเร่งเป่ดเสรีทางการค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้าระหว่าง ไทย-เปรูที่ได้ลงนามไปแล้วเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้มีผลบังคับใช้โดยไทย ผูกพัน ยกเลิก และลดภาษีลงร้อยละ ๗๐.๘ ของรายการสินค้าทั้งหมดที่ได้นําเข้าจากเปรู ทั้งนี้พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ นี้ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญต่อพิธีสาร และพิธีสาร เพิ่มเติมที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบและมีการลงนามไปแล้ว
๒. หนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจในเรื่องของสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ํา หนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจนี้จัดทําขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ ไทยและเปรู ในการที่จะปฏิบัติตามพันธกรณี ลดภาษีสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ที่อยู่ในกลุ่มภาษีที่ต้องลดเปึน ๐ ภายใน ๕ ป้ ซึ่งมีสูตรการลดภาษีที่แตกต่างกันไป ระหว่างสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยฝ์ายไทยจะลดภาษีโดยถือสินค้าสัตว์น้ํา และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ําเปึนสินค้าเกษตร เนื่องจากไทยจะลดภาษีให้แก่เปรูน้อยกว่า การจัดเปึนสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนเปรูก็จะถือว่าสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ซึ่งเปึนอุตสาหกรรมในการเป่ดเสรีการค้าไทย-เปรู ตามพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ นี้ ก็จะครอบคลุมสินค้าประมาณร้อยละ ๗๐ ของรายการนําเข้าทั้งหมด และยังไม่ได้รวม สินค้าอ่อนไหว จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยตรงก็จะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถ ที่จะขยายตลาดไปสู่ประเทศเปรูและภูมิภาคในอเมริกาใต้ ซึ่งถือว่าเปึนตลาดใหม่ที่มี ศักยภาพ และมีความเปึนไปได้ที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน
ดิฉันขอเรียนเพิ่มเติมว่าในการเจรจาความตกลงเพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้า ระหว่างไทย-เปรู นั้น รัฐบาลก็ได้ตระหนักถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในอนาคต จึงได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล รวมทั้งตอบคําถามเกี่ยวกับการเป่ดเสรีทางการค้า ไทย-เปรู ในหลายรูปแบบผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต (Internet) คอล เซ็นเตอร์ (Call Center) การสัมมนาเวทีสาธารณะ และมีการหารือกับหน่วยราชการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งก็ได้มีภาคเอกชน แล้วก็ได้มีการจ้างศึกษาเสนอแนะด้านการเยียวยาแก่ผู้ที่จะได้รับ ผลกระทบ อีกทั้งก็ยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่อุตสาหกรรมที่อ่อนไหวไม่ว่าจะเปึนปลาป์น ซึ่งยังไม่ได้เป่ดเสรี แล้วก็ไม่ได้รวมอยู่ในพิธีสารนี้ ให้ปรับตัวล่วงหน้าโดยผ่านโครงการที่ให้ ความช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตแล้วก็ภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจาก การเป่ดเสรีการค้าซึ่งจะมีกองทุน เอฟทีเอ (FTA) ในการช่วยเหลืออยู่ มาตรการที่รัฐบาล ได้เตรียมไว้ช่วยเหลือเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ นอกจากโครงการให้ความช่วยเหลือ เพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรี ทางการค้า กองทุนการปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศ อันนี้เปึนกองทุนปรับโครงสร้างซึ่งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็เปึนผู้ดูแลอยู่แล้ว ก็ยังมีมาตรการในการปกปัองหรือที่เรียกว่า เซฟการ์ด (Safeguard) ภายใต้พิธีสาร ซึ่งจะปัองกันมิให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้รับผลกระทบ ในกรณีที่การลดหรือยกเลิกภาษีภายใต้พิธีสาร ทําให้มีการนําเข้าสินค้าจากประเทศคู่ภาคี เพิ่มมากขึ้นนะคะ ดังนั้นเพื่อให้เปึนไปตามมาตรา ๑๙๐ ตามวรรคสามของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ดิฉันจึงขอเสนอให้ทางรัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการลงนามในพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ เพื่อจะเร่งการเป่ดเสรีทางการค้าสินค้า และ อํานวยความสะดวกทางการค้า และหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจในเรื่องสินค้าสัตว์น้ํา และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ซึ่งประเทศไทยและประเทศเปรูก็มีเปัาหมายที่จะลงนามในช่วง การประชุมผู้นําเอเปค (APEC) เดือนนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ ท่านก็รออยู่ที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว จึงเรียนมาเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาค่ะ ขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ