ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องความร่วมมืออาเซียนในเรื่องการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป่าไม้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายตลาด ส่งเสริมคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร และสร้างความยั่งยืนในการผลิต และขอความเห็นชอบจากสภาในการลงนามในบันทึกข้อตกลงกรอบอาเซียน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพรักทุกท่าน กระผม นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเรียนชี้แจง เรื่องบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับแผนการส่งเสริม สินค้าเกษตรและป์าไม้ ต่อที่ประชุมรัฐสภาดังต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเรียนต่อที่ประชุมว่าบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป์าไม้ ได้มีการ ลงนามกันครั้งแรกเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๓๗ ที่มีเปัาหมายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ของสินค้าเกษตรและป์าไม้ของอาเซียนในภาพรวม และต่อมาได้มีการพัฒนาเนื้อหา ของเอ็มโอยู (MOU) เพิ่มเติม และลงนามโดยรัฐมนตรีด้านเกษตรและป์าไม้อาเซียน ๑๐ ประเทศ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๒ โดยให้มีระยะเวลาบังคับใช้ ๕ ป้ เริ่มต้นตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ ถึงป้ ๒๕๔๗ แล้วก็ได้รับฉันทามติจากรัฐมนตรีด้านเกษตรและป์าไม้อาเซียน ให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๕ ป้ คือในช่วงป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๒ ซึ่งสิ้นสุดการบังคับใช้ ในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน สมาชิกอาเซียนจึงร่วมกันพิจารณาปรับปรุงร่างเอ็มโอยูใหม่ และจะนําเสนอต่อ ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีด้านเกษตรและป์าไม้อาเซียน ครั้งที่ ๓๑ เพื่อลงนามในการประชุม ดังกล่าว ซึ่งมีกําหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๖-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ประเทศบูรไน สําหรับความแตกต่างในเอ็มโอยูฉบับเดิมและฉบับใหม่มีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เปึนเพียงการปรับเปลี่ยนรูปแบบเอกสารให้เปึนไปตามรูปแบบเอกสารของประชาคม อาเซียน แต่เนื้อหาสาระส่วนใหญ่ยังคงเดิม โดยประเด็นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมีดังนี้ ครับ
๑. มีการเพิ่มข้อบท ได้แก่ การเก็บรักษาความลับ การเก็บรักษาซึ่งเอ็มโอยู การระงับข้อผิดพลาด การขอสงวนการขอระงับการปฏิบัติตามเอ็มโอยู ซึ่งมีการปรับเปลี่ยน
๒. เพิ่มข้อความในข้อบทการจัดการด้านการเงิน ในการสนับสนุนด้านการเงิน ในการเข้าร่วมประชุมกับบางประเทศตามแต่กรณีที่ประเทศเจ้าภาพเห็นสมควร
สาระสําคัญของเอ็มโอยูฉบับนี้นะครับ
๑. วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มอํานาจการต่อรองในเรื่องการค้า สินค้าเกษตรและป์าไม้ของอาเซียนในตลาดโลก การขยายตลาดสินค้า พัฒนาคุณภาพ และความปลอดภัยด้านอาหาร ประสานงานระหว่างสมาชิกอย่างใกล้ชิด และเพื่อการ มีวัตถุดิบในการผลิตที่ยั่งยืน
๒. ร่างเอ็มโอยูฉบับนี้ครอบคลุมสินค้าจํานวน ๑๑ ชนิด ได้แก่ สาหร่ายทะเล โกโก้ มะพร้าว กาแฟ ผลิตภัณฑ์จากป์าไม้ น้ํามันปาล์ม ถั่วต่าง ๆ พริกไทย มันสําปะหลัง ชาและปลาทูน่า
หลักการประกอบด้วย
๑. ร่วมมือกันด้านการค้าสินค้าในตลาดโลก อาทิ ลดและเลิกข้อกีดกัน ทางการค้าและการเจรจาต่อรองการค้าที่ไม่เปึนธรรมจากประเทศผู้นําเข้า
๒. อาเซียนต้องมีจุดยืนร่วมกันสําหรับสินค้าชนิดนั้นในตลาดโลก
๓. เพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและป์าไม้ระหว่างอาเซียนด้วยกัน
๔. สร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในระยะยาว ซึ่งแผนงาน และกิจกรรมในการส่งเสริมสินค้าเหล่านี้จะริเริ่มโดยภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐจะเปึนเพียง ผู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การดําเนินการตามแนวทางความร่วมมือ ดังกล่าวจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตร ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการผลิตและการร่วมมือในด้านการตลาดของอาเซียน เปึนการสร้าง อํานาจต่อรองทางการค้าและพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรในภูมิภาคให้สามารถแข่งขัน กับประเทศอื่น ๆ จากที่คณะทํางานของแต่ละสินค้าได้จัดทํานั้น จะก่อประโยชน์ให้กับ ประเทศสมาชิกที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากประเทศนํา และยังสร้างโอกาสสําหรับ ภาคเอกชนให้รู้จักคู่ค้า ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในอาเซียน เปึนฐานการผลิตและ ตลาดเดียวตามแผนการไปสู่การเปึนประชาคมอาเซียนต่อไป
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ด้วยความจําเปึนและเร่งด่วนในการที่จะ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยของพวกเรานั้น ขณะนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร นะครับ ได้ไปร่วมประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียนอยู่ที่ประเทศบรูไน รอการพิจารณาของรัฐสภาไทย ในขณะนี้นะครับว่าถ้าหากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเปึนตัวแทนของประเทศไทยก็จะได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง กรอบอาเซียนเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป์าไม้ ดังนั้นวันนี้ผมจึงได้นํา กรอบความร่วมมืออาเซียนเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป์าไม้มานําเสนอ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ เพื่อขอความเห็นชอบต่อไปครับ