วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล โดยพูดถึงโครงการดูแลประชาชนและเรียกร้องให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงาน และพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบความร่วมมือ ในการที่จะใช้จ่ายเงินที่รัฐบาลได้นําเสนอเข้ามาตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งวันนี้เราได้พิจารณา ตั้งแต่เช้ามาจนถึงขณะนี้ ผมเองต้องขออนุญาตนะครับว่า ในเรื่องของการกู้เงิน หรือการขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ของเราเองนั้นมีส่วนที่เปึนสมาชิกในโครงการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการใช้จ่ายเงินร่วม คือเรียกง่าย ๆ ว่าเปึนสมาชิก ถ้าไม่เปึนสมาชิกก็ไม่สามารถที่จะหยิบยืมเงินหรือเงินกู้ต่าง ๆ มาใช้ได้ แล้วก็เปึนโอกาส ที่จะมีการพัฒนาในเรื่องของการนําเงินมาดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของ โครงการที่เรียกว่าโครงการดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของการขยายโอกาสเรื่องประปา แล้วก็เปึนการขยายในช่วงระยะเวลาทั้งโครงการประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เปึน เงินกู้ที่ประเทศญี่ปุ์นให้ของสถาบันในโครงการไจก้าอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าคิดเปึนตัวเลขของไทยนะครับ ประเด็นที่ผมกําลังจะขออนุญาตเรียนซักถามว่า ผมดูแล้วในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบันมักจะมีการพูดว่าได้รับ ประโยชน์จากการทําโครงการ โดยจะมุ่งเน้นว่าประชาชนได้ประโยชน์ แต่สิ่งหนึ่งนั้น ดูเหมือนว่าโครงการต่าง ๆ ที่ทําแล้วมีการประเมินผลหรือเปล่าในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ ของงาน เช่น กรณีการขยายโอกาสในเรื่องของน้ําประปามีอยู่ ๒๐๐ ตารางกิโลเมตร โดยเปรียบเทียบแล้วว่าผู้ที่ขาดแคลนน้ําอยู่สามารถที่จะขยายระยะเวลาออกไป แล้วก็ได้ ใช้น้ําในโครงการดังกล่าวประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ประเด็นนี้ถ้าเราคิดเทียบตัวเลขแล้ว จะมีการขยายเมืองอยู่ตลอดเวลา แต่ถามว่าวันนี้ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ขออนุญาตนะครับ ประชาชนที่ได้รับประโยชน์ มันเพียงพอต่อจํานวน ที่เราจะขยายหรือเปล่า เพราะจํานวนหนึ่งนั้นก็ยังขาดแคลนอยู่ ผมขออนุญาตครับว่า การประปานครหลวงมักจะบอกว่าต้องมีต้นทุนและกําไร แต่รัฐเองก็ไปใช้จ่ายเงินในการกู้ เงินมา กู้จนกระทั่งเต็มเพดานบ้าง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบส่วนของสถาบัน ต่าง ๆ ซึ่งต้องเข้าไปดูเพราะเปึนหน้าที่ ผมวิตกครับว่าโครงการอย่างนี้ถ้าเกิดเราปล่อยให้ มีการโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นมากมาย แล้วอ้างว่าเปึนการขาดแคลน เปึนสิ่งที่จะต้องดูแล ผมไม่เถียงครับ สิ่งที่จะต้องทําก็ต้องทําให้กับประชาชน แต่สิ่งที่จะต้องนําเม็ดเงิน มาใช้นั้นก็ต้องดูให้ชัดเจน ขณะนี้เราเคยคิดไหมครับว่าสิ่งที่เปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ในอดีตเรามีการแปรรูปในเรื่องของการใช้โทรศัพท์ ตอนนั้นผมจําได้ว่า ก่อนที่จะมีการแปรรูปจากองค์การโทรศัพท์ของประเทศไทย โทรศัพท์เครื่องหนึ่งเบอร์หนึ่ง ตกเปึน ๑๐๐,๐๐๐ บาทถ้าอยู่ในกรุงเทพมหานครแล้วไม่มีคู่สาย แต่ตอนหลังมีการแปรรูป คนก็มักจะพูดบอกกล่าวกันว่ามันจะมีราคาแพง สูง ขนาดโทรศัพท์ซึ่งเปึนปัจจัยหนึ่ง ที่คนต้องใช้ แต่น้ําประปา พูดง่าย ๆ ว่าขาดไม่ได้เพราะวันนี้คู คลองน้ํามันสกปรกหมดแล้ว ต้นทุนเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลายท่านเองอภิปรายไปว่าต้นทุนมีกําไรบวกไปแล้ว เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถามว่าวันนี้การประปาเองบอกว่า ๑ ลิตร ๒๕ สตางค์ที่ขายอยู่ ผมไม่ได้มองหรอกครับว่าลิตรหนึ่งจะตกเท่าไร แต่หนี้สินที่เกิดขึ้นกับตัวเลขที่ออกมา ยืนยันว่าการประปานครหลวงนั้นมีต้นทุนและการให้โบนัส คือต้นทุนกําไรป้ ๒๕๕๑ ออกมาอยู่ตรงนี้ ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทตัดในเรื่องของ กําไรโบนัสสุทธิออกเหลือ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ถามว่าต้นทุนตรงนี้เอาไปลงทุนต่อหรือเปล่า แต่ถ้ามาดูให้ดี ถ้าผมคิดเปึนมุมกลับ วันนี้ขยายอย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในเรื่องของ น้ําประปาไปไม่ทั่วถึง เพราะท่อหรือโรงสูบ โรงจ่ายน้ํานั้นต้องลงทุน แต่ไปถึงท่อที่จะเข้าสู่ พี่น้องประชาชนตามบ้านเรือน ตามซอย เรามีการลงทุนหรือเปล่า มีการยืนยันว่าจะทําได้ หรือเปล่า การประปานครหลวงมีต้นทุนที่สูงมาก ถ้าจะเอากลไกของการประปานครหลวง มาเทียบเคียงกับเอกชนและเป่ดให้มีการแข่งขัน ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้น่าคิดครับถ้าเป่ดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน ราคาต้นทุนการผลิต การขายและจํานวนที่เพิ่มมากขึ้น ลองคิดดูครับ คิวหนึ่งเขาคิดบอกว่าถ้าไม่เกิน ๓๐ ยูนิต ก็คิดอยู่ที่ ๙.๕๐ บาท นี่การประปานครหลวงนะครับ ถ้าเกินก็จะบวกอัตราก้าวหน้า เปึน ๑๐ บาท เปึน ๑๑ บาท เปึน ๑๒ บาทไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับการใช้น้ํา ถ้ามองกลับไปอีกด้านหนึ่งคนที่บริโภคมากน่าจะได้รับในส่วนของส่วนลดมาก แต่การประปานครหลวงหรือไฟฟัาอัตราก้าวหน้าตลอด ผมเลยคิดว่าถ้าเกิด มีการลงทุนในลักษณะอย่างนี้น่าจะเป่ดเสรีเพื่อเปึนการช่วยเหลือให้เกิดการแข่งขัน แล้วถ้าการประปานครหลวงเปึนแผนกผลิตแล้วให้เอกชนมาลงทุนเปึนแผนกจําหน่าย การวางท่อต่าง ๆ ก็จะมีมาตรฐานแล้วการดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะลดคอสท์ (Cost) จํานวนลง อันนี้เรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับโครงการที่เปึนโครงการในเรื่องของถนน ซึ่งเปึนโครงการ เงินกู้ของธนาคารในส่วนของธนาคารเอดีบี แบงก์ หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ซึ่งบอกได้เลยครับว่าโครงการตรงนี้นั้น เปึนโครงการที่ต่อเนื่องมาจากหลายรัฐบาล ก็เปึน โครงการที่ดีผมไม่เถียง แต่ประเทศไทยนั้นการลงทุนอะไรก็ต้องกู้ แต่การวางในส่วนของ โครงข่ายต่าง ๆ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่ามีการเตรียมการพร้อมไปหรือเปล่า เพราะในอดีตถึงปัจจุบันจะเห็นว่าสภาแห่งนี้นั้นเวลาทําอะไรโครงการต่าง ๆ เอาเสนอ เข้ามาสู่สภา แต่ไม่เคยมีการทําแผนว่าทําแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ทําแล้วประชาชนจะมี อะไรที่สามารถใช้ถนนเส้นต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ผมบอกได้เลยครับว่าบางถนนบางเส้นทางนั้น ทําอย่างดี ตัดเส้นทางเขาไป รถใช้จํานวนน้อยมาก เราเคยคิดประเมินไหม ผมดูในนี้ บอกว่าประมาณ ๘๐,๐๐๐ คัน/วัน ดูในรายละเอียดคร่าว ๆ ถามว่าจํานวน ๘๐,๐๐๐ คัน ที่วิ่งอยู่ในถนนสายเส้นซึ่งเราบอกว่ากําลังจะขยายถนน มันถึงเวลาหรือยังที่จะต้องขยาย ให้มันออกเปึนช่องทางถึง ๔ เลน ๔ ช่องจราจร เม็ดเงินมหาศาลที่ลงไปกับจํานวน ช่องทางที่เกิดขึ้นใหม่จํานวนถึง ๔,๓๖๖ ตารางกิโลเมตร ถ้าพูดถึงว่าเสร็จทั้งโครงการ เม็ดเงิน ๑๐๓,๓๐๐ ล้านบาท ผมถามท่านประธานครับว่าถ้าเบ็ดเสร็จทั้งโครงการ ระยะเวลาที่จะดําเนินการก่อสร้างมันยาวนานมันคุ้มทุนไหมครับ ระยะเวลาต้องมีการ ประเมินว่าการลงทุนอย่างนี้มันสามารถที่จะใช้คุ้มค่าหรือเปล่า แต่ของเราเวลาทําอะไร ถนนสายเอเชีย สายมิตรภาพเวลาไปตั้งด่าน ทุกประเทศเขามีการเก็บค่าผ่านทาง อย่างน้อย ๆ เปึนการบํารุงรักษาผิวทางโดยเฉพาะกรมทางหลวง ผมเห็นตอนนี้ยกเลิกหมด แล้วอ้างว่ามันเกะกะ มันไม่ปลอดภัยมันเสียเวลา ท้ายที่สุดก็มาดูประเมินว่า จะทําอย่างไร พอเกิดเหตุการณ์สถานีต่าง ๆ ที่เปึนด่านนั้นเปึนตัวช่วย มันต้องมาดูครับว่า การที่เรากู้เงินนั้นกู้ง่ายครับ เพราะเรามีข้อตกลง อัตราดอกเบี้ยที่ต่ําไม่ว่าครับ ท่านบอกว่า เปึนการฟุ๋นเศรษฐกิจ เปึนการช่วยดูแลการขยายโอกาสขยายเมือง และเพื่อเปึนการ เชื่อมต่อในส่วนของภาคต่างจังหวัด ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ต้องมีการประเมินนะครับ ไม่ใช่บอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับโครงการนะ ต้องมีการประเมินผล และสมควรอย่างยิ่งครับ ว่าถ้าเกิดการลงทุนดังกล่าวนั้น ถ้าคุ้มทุน ถ้ามองแล้วคุ้มทุนท่านต้องเป่ดกว้างให้เอกชน นั้นเปึนตัวจักรในการมาลงทุนและเรียกเก็บเงินจากรถที่วิ่งผ่าน เปึนทางเดียวกันครับ แต่คนละส่วนที่ว่าคนที่ใช้เส้นทางนั้นจะต้องเปึนผู้จ่ายในส่วนหนึ่ง เพื่อรักษาในเรื่องของ ความสมดุลว่าคนที่ใช้จ่ายถนนเส้นต่าง ๆ นั้น จะได้มีโอกาสได้ร่วมกันในการพัฒนา ประเทศและเกิดความเจริญเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นผมเองมองว่าในระยะเวลาที่ ๓ ฉบับที่กําลังเสนออยู่ในเรื่องของโครงการเงินกู้และรวมถึงเส้นทางรถไฟนะครับ ท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับความสําคัญ แต่โดยวิธีการแล้วที่จะใช้จ่ายเงินหรือโดยวิธีการ ที่จะนําสิ่งต่าง ๆ มาลงทุนดังกล่าวนั้นจะต้องพิจารณาให้รอบคอบในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คงขออนุญาตนําข้อติติงไปสู่รัฐบาล เพราะว่าวันนี้เราเองก็คงจะไม่มีทางที่จะไม่ให้ ความเห็นชอบ เพราะว่าเสียงของรัฐบาลนั้นก็คงจะมีสัดส่วนที่มากกว่านะครับ ก็คงพิจารณา ในส่วนนี้ครับ ขอบคุณครับ