เจตน์ ศิรธรานนท์ พูดถึงการร่างสัญญาเงินกู้กับธนาคารพัฒนาเอเชียและธนาคารโลก และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณที่มีอยู่ในการพัฒนาเส้นทางรถไฟ และไม่ควรใช้เงินกู้เพิ่มเติม และเรียกร้องการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการตามนโยบายที่มีอยู่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในกรอบเรื่องของการร่างสัญญาเงินกู้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย กับร่างสัญญาเงินกู้กับธนาคารโลก ในข้อ ๔.๕ กับข้อ ๔.๖ นะครับ เพราะฉะนั้นเราก็มาดู ที่การกู้เงินมาสร้างทางสายหลักเปึน ๔ ช่องทางนี้เหมาะสมหรือไม่ โดยหลักการแล้ว ในระยะเวลาช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยเราก็ควรจะลงทุนในด้านเมกะโปรเจกต์ (Mega project) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในเรื่องของกระทรวงคมนาคมที่จะได้งบมาสร้างทางหลวงร แต่ไปปรับปรุงสถานี ซ่อมรางร้าว รางหักแถวภาคอีสาน ทําเครื่องกั้นถนนและสร้างทางผ่าน ในเส้นทางสายเหนือ ซื้อหัวรถจักรที่ขาดแคลน ๒๗ ตู้ ซื้อโบกี้บรรทุกตู้สินค้าเพิ่มให้กับ เส้นทางที่เชื่อมโยงกับแหลมฉบังเท่านั้นนะครับ คือแก้ปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในช่วงวันสองวันนี้ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อนุมัติงบ อนุมัติโครงการให้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติกรอบ ท่านประธานครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอามาจากไหน อย่ามาพูดให้ประชาชนหลงดีใจนะครับ เพราะว่า งบเปึนพระราชกําหนดที่ป่ดกรอบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเปึนจริงก็คือว่าป่ดหีบเหลือแค่ป่ดหีบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นมีเงินอยู่ในมือของรัฐบาลเท่ากับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าโครงการที่เสนอมาเท่าที่ผมได้ข้อมูลมาก็คือ เต็มหมดแล้ว ไม่มีนะครับ แล้วจะไปกู้เพิ่ม ๑.๔๓ ล้านล้านบาทก็ไม่มีนะครับ มันไม่มีโครงการ ที่จะมาพัฒนาเส้นทางของรถไฟ เพราะฉะนั้นในความเปึนจริง ในหลักการที่ถูกต้องแล้ว ในยุคนี้เราควรจะทําที่สุดก็คือรถไฟรางคู่กับรถไฟความเร็วสูง ที่ท่านคณะรัฐมนตรี ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าเส้นทางอยากจะทําไฮสป้ด (High Speed) ไปจนถึง จังหวัดจันทบุรี ก็อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วท่านขอให้เปึนแค่ กรุงเทพฯ-ระยอง ถ้าทําได้ผมจะรู้สึกดีใจแทนประชาชนทั้งประเทศเลยนะครับ แต่ผมยังนึกไม่ออกว่าจะเอาเงินที่ไหน โดยเฉพาะท่านปลัดกระทรวงคมนาคมมาบอกว่า จะทําทางทั้งหมด ๒,๖๕๑ กิโลเมตร วงเงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และระยะที่ ๓ ก่อสร้างรถไฟ ความเร็วสูงใน ๔ เส้นทางสายหลัก กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ภาคใต้ กรุงเทพฯ-ตะวันออก อันนี้มันเหมือนกับเอาขนมมาล่อแต่มันไม่มีครับ พอเราไปจับมันก็หายไปในอากาศ แล้วไม่รู้ว่าอีก ๑๐ ป้มันจะเกิดหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราก็ดูว่าในสิ่งที่มันเปึนไปได้ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่างบประมาณที่ลงไปเรื่องของระบบรางเปึนสิ่งที่ถูกต้อง ท่านจะทํารถไฟ ความเร็วสูงแล้วก็ทํารถไฟรางคู่เปึนสิ่งที่ถูกต้อง แล้วก็ควรจะต้องทําให้ได้ แล้วควรจะเจียดเงิน จากกรมทางหลวงกับกรมทางหลวงชนบทมาทํานะครับ
สําหรับทางน้ํา ท่านประธานทราบไหมครับว่าทางน้ํางบไทยเข้มแข็งได้เท่าไร ได้ ๔๘๑.๔ ล้านบาท ถึงป้ ๒๕๕๕ เลยนะครับ แล้วอันนี้คือโครงการขุดลอกร่องน้ําชายฝัืงทะเล ของจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ไม่มีเรื่องของ การพัฒนาขนส่งในประเทศและขนส่งชายฝัืงเลยแม้แต่บาทเดียว ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้ ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญส่วนที่ ๗ มาตรา ๘๔ (๑๒) ระบุไว้ว่าส่งเสริมและสนับสนุน กิจการพาณิชยนาวี การขนส่งทางราง รวมทั้งการดําเนินการตามระบบบริหารจัดการ ขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศ ท่านไม่ได้ทําตามรัฐธรรมนูญครับ แล้วก็นโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ข้อ ๔.๓.๓ พัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ข้อ ๔.๓.๕ พัฒนาโครงข่ายรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ ข้อ ๔.๓.๗ พัฒนากิจการพาณิชยนาวีและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ํา ไม่ได้ทําเลย นะครับ ถ้าหากว่าผมเปึนสมาชิกรัฐสภา ผมตรวจสอบติดตามการทํางานของ ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรี ผมจะเห็นว่าไม่ได้ทํานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีว่าโปรดเถอะครับ ทําเถอะครับ โครงการพัฒนา เรื่องของทางราง ตอนนี้มันเปึนโอกาสที่ดี ท่านรัฐมนตรีครับ ตอนนี้จะเปึนโบแดงของท่าน ถ้าท่านสามารถทําได้ ถ้าท่านสามารถยักย้ายงบประมาณมาทํารถไฟรางคู่ หรือว่ารถไฟ ความเร็วสูงอย่างน้อยสักเส้นทางหนึ่งจะเปึนประโยชน์มหันต์ต่อประชาชนทั้งประเทศ แล้วก็จะเปึนผลงานที่จะมีชื่อของท่านปรากฏอยู่ต่อลูกต่อหลานตลอดว่าท่านเปึนผู้ริเริ่ม นะครับ ผมอยากจะฝากตรงนี้ไว้นะครับ
มาถึงว่าการกู้เงิน การกู้เงินที่ประชาชนเขาเปึนห่วงก็คือว่าหนี้สาธารณะ ผมไม่เปึนห่วงนะครับว่าการกู้เงินต่างประเทศ ๒ ก้อนนี้ ของธนาคารโลกกับธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบีจะสร้างหนี้ให้กับประเทศไทยในกรณีที่เปึนหนี้ต่างประเทศ เพราะว่าดูจากตัวเลขแล้วยังถือว่าอยู่ในระดับ ๓๘๕,๑๗๐ ล้านบาท ณ ตัวเลขวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพิ่มไปอีกหมื่นล้านบาทก็ประมาณนั้นมันก็คงไม่ต่างกันเท่าไร แต่ว่าท่านประธานครับ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ท่านทราบไหมครับเท่าไรครับ รวมทั้งหมด ๔,๑๐๕,๑๗๘ ล้านบาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็มันเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งมันมีอยู่ ๓.๔๐๘ ล้านบาท มันเพิ่มขึ้นมาตั้ง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้มีการกู้ ในประเทศและต่างประเทศสําหรับงบไทยเข้มแข็งกู้มานิดเดียวนะครับ อันนี้มันสร้างหนี้อยู่แล้ว สัดส่วนต่อเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี มันกระโดดจาก ๓๖.๒๒ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๔๕.๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์และ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เปึนอะไร ถ้าเศรษฐกิจมันผงกหัวขึ้น ตรงนี้ก็คงเปึน เรื่องที่อยากจะฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีว่าประชาชนเขาเปึนห่วงเรื่องของ การก่อหนี้สาธารณะตรงนี้ ทีนี้เรามาดูเรื่องของการกู้เงินในเรื่องของการกู้เงินธนาคารโลก กับของเอดีบี ธนาคารพัฒนาเอเชียหรือ เอดีบี สัญญาเงินกู้ หมายเลข ๔๑๖๘๒ ทีเอช (TH) เปึนการกู้เงินในวงเงิน ๗๗.๑ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๒,๕๔๔.๓ ล้านบาท อันนี้ก็ไปสมทบกับ เงินงบประมาณแผ่นดิน อันนี้ก็อยู่ในเอกสารแล้วนะครับ ถ้ารวม ๒ ก้อนแล้วก็เปึน ๕,๖๒๐ ล้านบาท บวกกับ ๕,๖๒๐ ล้านบาท ก้อนแรกเปึนการสร้างถนน ๑๗๘ กิโลเมตร คือทางหลวงหมายเลข ๑๒ พิษณุโลก-หล่มสัก ๑๐๕ กิโลเมตร และเส้นทางสนับสนุน การพัฒนาเชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่ชายฝัืงทะเลตะวันออก เส้นทางพนมสารคามกับสระแก้ว ๗๓ กิโลเมตร ส่วนการกู้เงินธนาคารโลก สัญญาเงินกู้ ที่ ๗๗๗๕๐ ทีเอช ทีเอช คือ ไทย สําหรับโครงการกรมทางหลวงวงเงิน ๗๙.๓๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๒,๖๑๖.๙๐ ล้านบาท สร้างถนน ๕ เส้นทาง รวม ๒๑๖ กิโลเมตร คือทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ สีคิ้ว-ชัยภูมิ ตอนสีคิ้ว-บ้านหนองบัวโคก ๖๐ กิโลเมตร หมายเลข ๒๔ สีคิ้ว-อุบลราชธานี ตอนอําเภอนางรอง-อําเภอปราสาท ๖๕ กิโลเมตร หมายเลข ๓๓๑ สีคิ้ว-พนมสารคาม ตอนแยกทางหลวงหมายเลข ๓๖ บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓ สัตหีบ ๒๘ กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข ๔ พังงา-กระบี่ ตอน ๓ ๒๗ กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ นครศรีธรรมราช-สงขลา-ระโนด-สทิงพระ ระยะทาง ๓๖ กิโลเมตร อันนี้คือเส้นทาง ที่เปึนระยะที่ ๒ ต่อจากระยะที่ ๑ ซึ่งกรมทางหลวงได้ทํามาแล้ว อันนี้ก็ดีนะครับ เพราะว่า การก่อสร้างถนนสําหรับภูมิภาคก็แสดงว่ารัฐบาลไม่เล็งเห็นเฉพาะคนกรุงเทพมหานคร งบประมาณไม่ใช่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่กระจายไปในภูมิภาค เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขนส่งก็เปึนทางหนึ่งที่เราควรทํา เพียงแต่ว่าการกระจาย งบประมาณภายในกรมทางหลวงเองมีปัญหา ผมก็ถึงอยากจะฝากตรงนี้ไว้
ในประการที่ ๓ เมื่อเรามาดูสัญญา สัญญาที่ทําเอาไว้ระหว่างธนาคาร พัฒนาเอเซียกับประเทศไทย แล้วก็ธนาคารโลกกับประเทศไทย ผมมีข้อสังเกตที่ฝากไว้ ในบางข้อ ผมอยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไว้ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ในเรื่องของคอนเวอชั่น เคอเรนซี (Conversion currency) มันมีการคอนเวิร์ท (Convert) ทั้งเคอเรนซี แล้วก็อัตราดอกเบี้ย ซึ่งตรงนี้นี่ ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องปกติของการกู้เงินในสมัยปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึนธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือธนาคารโลก ล้วนแล้วแต่ยึดผลประโยชน์เปึนตัวตั้ง ไม่มีการสงเคราะห์ ไม่มีการเอื้อเฟุ๋อ ต่อประเทศต่าง ๆ อีกต่อไปเหมือนกับสมัยเดิม เพราะฉะนั้นการกู้เงินก็ต้องบวกผลประโยชน์ของประเทศที่ให้กู้เปึนหลัก การคอนเวิร์ท ทั้งเคอเรนซี แล้วก็อัตราดอกเบี้ยนี้เปึนเรื่องที่ผลักภาระให้กับผู้กู้ ในเรื่องของสกุลเงินก็ปรากฏว่า ประเทศผู้ให้กู้คือประเทศไทยสามารถเปลี่ยนสกุลเงินได้ถ้าหากว่ามีปัญหา จะต้องเปลี่ยนเปึน เคอเรนซี ที่ธนาคารผู้ให้กู้รับรอง แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามเขาก็จะไปคิดจาก ชาร์จ (Charge) แล้วก็บวกอัตราเข้าไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือเรื่องหนึ่งที่จะเพิ่มต้นทุนของการกู้ยืม ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากมันผูกกับไลบอร์ ไลบอร์ จะบวกส่วนต่างและอัตราส่วนลด ในเอดีบี ก็จะเปึน ไลบอร์ คือบวก ๐.๒๐ ลบ ๐.๓๑ ก็คือความเสี่ยงของประเทศลบด้วย อัตราจูงใจในการกู้ ผิดกับของธนาคารโลกก็คือ ไลบอร์ บวกลบ ๐.๕ ไลบอร์ นี่ก็คืออัตราการกู้เงิน คิดจากลอนดอนใน ๖ เดือน ดอกเบี้ยการกู้ยืมระหว่างสถาบันทางการเงินใน ๖ เดือน ซึ่งตรงนี้ เนื่องจาก ไลบอร์ นี้มันก็จะปรับอัตราของมันไปเรื่อย โดยเฉพาะในสัญญานี้บอก ๖ เดือน ๖ เดือนก็จะเปึนการปรับอัตราไป เพราะฉะนั้นภาระตรงนี้มันไม่ใช่เปึนอัตราคงที่ เพราะฉะนั้นภาระตรงนี้ผลักให้กับผู้กู้ก็คือประเทศไทยเต็ม ๆ นอกจากนี้ครับท่านประธาน เงินกู้จากธนาคารโลกยังมีต้นทุนที่เปึนเงินค่าปากถุง หรือ ฟรอนท์ เอน ฟ้ ในอัตราร้อยละ ๐.๒๕ ของวงเงินกู้ ซึ่งมีมูลค่าถึง ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐอเมริกา ผมขอถามท่านประธานฝากถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ทําไมเอดีบีจึงไม่มีเงินค่าปากถุงตรงนี้
แล้วข้อที่ ๓ คอมมิทเมนท์ ฟ้ (Commitment fee) หรือค่าธรรมเนียมผูกพันเงินกู้ ของเงินกู้ของธนาคารพัฒนาเอเชียอัตราอยู่ที่ร้อยละ ๐.๑๕ ต่อป้ ของธนาคารโลกอยู่ที่ อัตราร้อยละ ๐.๗๕ ต่อป้ โดยคิดเปึนยอดเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายทั้งหมด ตรงนี้มันอยู่ที่ การวางแผนการทํางาน เพราะว่าทันทีที่เราเซ็นสัญญากู้ถึงยังไม่ได้ใช้เงิน ยังไม่ได้เบิกเงิน แต่เซ็นสัญญาไปแล้วก็จะเปึนเงินที่เราจะต้องเสียไปฟรี ๆ แล้วถ้าหากว่ากู้เงินมากอง โดยที่ยังไม่ได้ทําอะไรก็จะเหมือนกับเปึนการเสียเปล่า เพราะฉะนั้นเปึนภาระที่ทาง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผนในการทํางานให้สอดคล้องกับการกู้เงิน ตรงนี้ผมอยากจะฝากไปว่า ในกรณีนี้ถ้าหากว่าเอาเงินทั้งหมดมารวมกันแล้ว อยากจะเรียนถามท่านประธานฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เสร็จแล้ว ออล อิน คอสท์ (All in cost) หรือว่า ต้นทุนดอกเบี้ยทั้งหมด ค่าดอกเบี้ยทั้งหมดมันรวมกันแล้วเปึนเท่าไร เพราะผมดูแล้ว ผมก็ไม่ทราบ ท่านช่วยคํานวณออกมาเปึนอัตราไลบอร์ บวกกับเงินค่าปากถุงบวกกับ ค่าคอมมิทเมนท์ ฟ้ แล้วท่านช่วยแจ้งให้ทราบด้วยว่าแล้วรวมกันแล้ว ออล อิน คอสท์ มันเปึนเท่าไร แล้วถ้าไปเทียบกับเงินกู้จากประเทศต่าง ๆ เช่น ไจก้า หรือแม้กระทั่งประเทศจีนมันถูกกว่าไหม นอกเหนือจากนี้เราก็ยังมีปัญหาเรื่องของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะว่าจ่าย เปึนดอลลาร์ การคาดการณ์ขณะนี้ถ้าเราเชื่อว่าดอลลาร์อ่อนสุดจะทําให้ความเสี่ยง ในอนาคตที่ค่าดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นมากก็เปึนได้ เพราะว่ากู้ระยะยาวถึง ๑๕ ป้ ที่ท่านรัฐมนตรีแถลงว่าประกันความเสี่ยงไว้แล้วช่วยบอกด้วยว่าประกันอย่างไร เพราะว่า การกู้เงินจากพระราชกําหนดกับพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น นอกเหนือจากความเสี่ยงจากการกู้แล้วเรายังมีความเสี่ยงจากอัตราผันผวนของดอกเบี้ย ตรงนี้อีกด้วย
นอกจากนี้แล้วนะครับ ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ในกรณีนี้เอดีบีมีอํานาจการบริหารโครงการแฝงอยู่ในเงินกู้ โดยที่กรมทางหลวงไม่ได้มีอํานาจ แท้จริง เพราะเอดีบีสามารถจัดสรรเงินใหม่ หรือรีอัลโลเคท (Re-allocate) ได้ ถ้ามีปัญหา เรื่องงบประมาณไม่พอหรือมากเกินในอนาคต เหตุใดเมื่อเอดีบี ให้กู้แล้ว จึงต้องมีอํานาจนี้ด้วย อีกข้อหนึ่งนะครับ ในตารางหน้า ๑๔ ข้อที่ ๓ มีเงินกู้ที่ไม่ได้อัลโลเคท คืออันอัลโลเคทเต็ท (Un-allocated) อยู่ถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ โดยไม่รวมภาษี เปึนจํานวนที่ตั้งเผื่อเหลือ เผื่อขาดเอาไว้ถึงร้อยละ ๑๐ อ้างว่าเพื่อไม่ให้โครงการสะดุด ตรงนี้เปึนการเป่ดช่อง ให้กรมทางหลวงใช้งบประมาณได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เหมือนกับให้เงินอธิบดี ใช้ฟรี ๆ โดยสามารถหาโครงการอะไรมาก็ได้เพื่อใช้เงิน หรือเอาไปบวกเปึนส่วนเกิน ในค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ปกติทั่ว ๆ ไปถ้าให้เหมาะสมแล้ว ตรงนี้ไม่ควรจะเกินร้อยละ ๑ เท่านั้น ข้อที่ ๖ นะครับ เงินกู้เอดีบีและธนาคารโลกเป่ดช่องให้ต่างชาติเข้ามาทํางานได้ตาม สเคดดูล ๔ (Schedule 4) ๔ ข้อ เอ ๔ (A4) และของเอดีบี และเซ็คชั่น ๓ โปรคิวเมนท์ (Procurement) ข้อย่อยบี ๑ (B1) ของธนาคารโลก ทั้งที่งานสร้างถนนเปึนงานที่คนไทยสามารถทําได้ และทําได้ดีด้วย เพราะฉะนั้นการต่อรองในการกู้เงินตรงนี้ทําไมถึงพ่วงตรงนี้เข้ามา ถ้าหากว่าเปึนบริษัทร่วมทุนจอยท์ เวนเจอร์ (Joint venture) แล้ว มันก็จะมีอยู่บางบริษัท ที่สามารถทําได้ แต่อีกหลาย ๆ บริษัทของคนไทยก็จะมีปัญหาว่าไม่สามารถที่จะเข้าไปประมูล แข่งกับบริษัทร่วมทุนพวกนี้ได้ ข้อสุดท้ายนะครับ เปึนสัญญาที่ต้องการให้โครงการปราศจาก คอร์รัปชัน ในสเคดดูล ๕ ข้อ ๑๒ ของ เอดีบี และในแอพเพนดิคซ์ (Appendix) เซ็คชั่น ๑ ข้อ ๑ ของธนาคารโลก เปึนข้อสัญญาที่เขียนไว้ว่า จะปราศจากคอร์รัปชัน ผมอ่านดูแล้ว ผมก็รู้สึกสะท้อนใจ ผมคิดว่าจะให้ดีแล้วไม่ต้องเขียนไว้จะได้หรือไม่ แต่ว่าแทนที่จะเขียน เอาไว้อย่างนี้ ท่านควรจะเขียนว่าทําอย่างไรถึงจะให้คอร์รัปชันลดน้อยลง ท่านต้องเขียน วิธีการนะครับ ไม่ต้องเขียนหลักการว่าไม่ให้มีคอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นข้อสังเกตนี้ผมติงขึ้นมา ด้วยความห่วงใยที่การกู้เงินของเรามีข้อเสียเปรียบต่อองค์กรที่ให้กู้เงิน เพราะฉะนั้นผมก็ อยากเรียนฝากท่านประธาน ฝากไปถึงทั้งท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังแล้วก็ทั้งรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคมด้วย ว่าการกู้เงินเราก็ไม่รู้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจริง ๆ แล้วทั้งหมดเท่าไร เพราะมันก็ปรับไปตาม มันเปึนตัวที่ไม่ฟ่กซ์ (Fix) เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามีแหล่งเงินกู้ ประเทศอื่นที่สามารถเปรียบเทียบได้ก็ช่วยกรุณาด้วย และก็ขอให้รัฐบาลให้ความมั่นใจ ต่อสภานี้ด้วยนะครับ ว่าจากงบไทยเข้มแข็ง การกู้เงินในโครงการนี้รัฐบาลทําด้วยความรอบคอบ โดยคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ขอบคุณครับ