รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป่าไม้ของไทยในตลาดอาเซียน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมพร้อมและปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้เท่ากับต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

คือเรื่องที่ผมอยากจะขอแสดงความคิดเห็นและอภิปราย ก็คือเรื่องของบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือของอาเซียนเกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป์าไม้ คือจริง ๆ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เรื่องสินค้าทางด้านการเกษตร ในตลาดอาเซียน เองก็เปึนตลาดใหญ่ซึ่งมีจํานวนประชากรก็ไม่น้อย ประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ทีนี้การเจรจา เท่าที่ผ่านมาในเรื่องต่าง ๆ ก็ดี สําหรับการเตรียมพร้อมของประเทศไทย ผมมองเห็นว่า ทางภาครัฐที่เปึนฝ์ายเข้าไปเจรจามักจะเตรียมพร้อมเฉพาะเรื่องที่จะต้องเจรจาเท่านั้น แน่นอนการเตรียมพร้อมเรื่องการเจรจาในทางด้านตัวบทกฎหมายผมคิดว่าคนไทย หรือคนเจรจาของไทยไม่เสียเปรียบใคร แต่การเตรียมพร้อมอย่างว่าต้องมาจากข้อมูล พื้นฐาน กรณีการที่กําลังพูดถึงเรื่องการเกษตร ผมเป่ดดูในเรื่องวัตถุประสงค์ของแผนการ ที่จะไปเจรจา มุ่งเน้นที่จะขยายการส่งออกสินค้าไปยังระหว่างประเทศโดยที่จะเอาผลิตผล ทางปลายน้ํา คําว่า ผลิตผลปลายน้ํา คงจะเข้าใจกันว่ามาจากวัตถุดิบไปจนถึงสําเร็จรูป เพื่อจะยกระดับราคาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มของแต่ละประเทศ อันนี้ผมไม่ทราบว่า การเตรียมพร้อมทางภายในมันไปถึงไหน มันเปึนอย่างไรบ้าง เท่าที่ผมได้สังเกตและ ออกตรวจสอบบ้างในบางโอกาส ความพร้อมของเกษตรกรไทยยังขาดเทคโนโลยี ยังขาด ความพร้อมในด้านต่าง ๆ การเพาะปลูกยังเปึนไปตามยถากรรม การเพาะปลูกยังอาศัย ธรรมชาติเปึนหลัก ผมเคยเสนอให้การเพาะปลูกต้องมีการบริหารจัดการถึงจะแข่งขันกับ นานาประเทศได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สําคัญมาก เพราะเปึนกระทรวงที่จะต้อง รับผิดชอบในการผลิตพืชผลทางเกษตร ทั้งเปึนอาหารและเปึนสินค้า นอกจากนั้นยังต้อง เปึนผู้จัดสรรทรัพยากรของชาติ กระทรวงพาณิชย์เปึนฝ์ายขาย แน่นอนถ้าวัตถุดิบ คุณภาพไม่ดี ผลผลิตปลายน้ําก็ย่อมจะแข่งขันไม่ได้ ตรงนี้ละในเรื่องการเจรจาก็จะต้อง พูดถึงการยกระดับคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยทางอาหาร สิ่งเหล่านี้ไม่ทราบว่า ทางรัฐบาลก็ดี ได้สร้างความพร้อมภายในประเทศอย่างไรบ้าง ผมต้องการคําชี้แจงอย่างนี้ เพื่อที่จะอนุมัติว่าให้ท่านไปเจรจากับต่างประเทศในกรอบต่าง ๆ นั้น แต่ขณะนี้ผู้ชี้แจง ไม่เคยชี้แจงในลักษณะนี้เลยว่าความพร้อมในประเทศเปึนอย่างไร มิหนําซ้ําผมได้อ่าน ตามกรอบว่าอาเซียนจะต้องกีดกันทางการค้า ไม่ว่าจะกีดกันด้วยระบบภาษี หรือไม่ใช่ภาษี ความพร้อมภายในประเทศเปึนอย่างไรบ้างที่เราจะออกไปเจรจากับต่างประเทศ เมื่อวานนี้ หยก ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอพระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. .... ได้พูดชัดเจนว่าจะต้องเก็บค่าธรรมเนียมในการส่งออก และนําเข้าสินค้า ตรงนี้ละครับเปึนเครื่องมือ ผมถามแล้วว่าเปึนเครื่องมือในการสกัดกั้น การนําเข้าสินค้าทางการเกษตรจากประเทศอื่น ท่านอธิบายอย่างไรครับในความเปึนธรรม ระหว่างการค้ากับต่างประเทศ ในเมื่อคุณต้องการแอนตี้ ดัมปุ่ง (Anti Dumping) กฎหมายพวกนี้คุณจะต้องเอามาใช้ด้วย หรือเปล่า ซึ่งมันขัดกันกับสิ่งที่กําลังจะนํากรอบเข้าไปเจรจากับต่างประเทศ ในขณะที่ คุณเตรียมอาวุธไว้เพื่อที่จะรับมือจากการนําเข้าจากต่างประเทศโดยการเก็บภาษี เก็บค่าธรรมเนียม คือ แทกซ์ (Tax) กับ นอนแทกซ์ (Non Tax) ปากประกาศว่าภาษีไม่เอา แต่จะเก็บค่าธรรมเนียมนําเข้า ซึ่งอัตราเท่าไรก็ไม่รู้ ผมถามไปว่าทําไม และไม่คํานึงถึง อาฟตาหรือ ได้รับการอธิบายว่าเพื่อปัองกันผู้ผลิตในประเทศไม่ให้เกิดการแข่งขัน กับต่างประเทศ อย่างนี้ความแฟร์ (Fair) มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วท่านจะไปเจรจา กับต่างประเทศได้อย่างไรในเมื่อท่านถือดาบอยู่แบบนี้ แน่นอนผมคิดว่าความพร้อม ของเรายังไม่ค่อยชัดเจน

ผมจึงอยากจะขอแนะนําและฝากเปึนข้อสังเกตไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมพร้อมภายในประเทศเราเสียก่อนก่อนที่จะไปเจรจากรอบใดกรอบหนึ่ง เท่าที่ผมเห็น ในกรอบที่จะไปเจรจาเรื่องสินค้าทางการเกษตร ผมว่าเราเสียเปรียบแล้วชาติอื่นเขาคงจะ ไม่อยากจะเจรจาด้วย ในขณะที่เราตั้งปัอมที่จะฟันเขาอยู่ และอีกฟากหนึ่งเราต้องการ ความเปึนธรรมจากเขา เราต้องการวิน วิน ทั้ง ๒ ฝ์าย แต่ในเมื่อเขาเห็นกฎหมายภายใน ของเราเปึนอย่างนี้ แล้วความวิน วิน มันอยู่ที่ตรงไหน แน่นอนเขาคงไม่คิดว่าเราจะยกเว้น เพราะมันมีกฎหมายอยู่ ผมจะพูดถึงสภาพการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ สินค้าทางการเกษตร ประเทศไทยกําลังจะอ่อนลง ๆ ส่วนประเทศอื่นกําลังจะแข็งขึ้น ขณะที่เราต้องการให้สินค้า ในอาเซียน สินค้าทางการเกษตร โฟลว์ อิน เอาท์ (Flow in out) ระหว่างประเทศ โดยปราศจาก ภาษี โดยคํานึงกันที่คุณภาพและราคาที่จะแข่งขันกัน แต่ของเราไม่พัฒนาเท่าไร ถ้าพูดถึง เรื่องนอกอาเซียน ประเทศสหรัฐอเมริกาผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ผมได้รับทราบว่า จัสมิน (Jasmine) ของอเมริกามีคุณภาพเทียบเท่ากับข้าวหอมมะลิไทย ผมกลับไปมอง สภาพการผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาแม้กระทั่งพื้นที่ที่จะปลูกข้าว เขาใช้เลเซอร์ (Laser) เขาใช้กล้องส่องในระดับการทําแปลง การทําพันธุ์และการเพาะปลูก เขาประคบประหงม จนกระทั่งได้เมล็ดข้าวและออกมาคุณภาพเท่ากันหมด สวยงามไม่มีสิ่งเจือปน แต่ไปดูของ ประเทศไทยนะครับ หว่านข้าววัชพืชเต็มไปหมด ถึงเวลาน้ําหลากมา น้ํามากก็ท่วม น้ําแล้งก็แล้ง ก็ตาย ผลผลิตไม่คงที่ คุณภาพไม่ดี ถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเตรียมพร้อมสิ่งเหล่านี้อย่างไรเพื่อไปแข่งขันนอกอาเซียนต่อไปอีก ผมยังมองไม่เห็นทาง เพราะไม่ได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ให้รับทราบ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวที่จะไปต่อสู้หรือ ไปวางกรอบเวทีเจรจาการค้ากับต่างประเทศ ผมขอเสนอตามข้อสังเกตของผมนี้ ขอให้ทางรัฐบาลได้จัดการเพื่อที่จะทําให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ไปเจรจาได้เอกสารกลับมา แล้วประเทศไทยไม่ได้สร้างคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรได้ดีขึ้น ไม่ได้ขจัดความยากจนจากเกษตรกรไปได้เลย เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านรัฐบาล รัฐมนตรีทั้งหมดที่นั่งอยู่ทั้ง ๔ ท่านได้โปรดพิจารณารับไปพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ