ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจัง และเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปที่ดินและพักชำระหนี้ให้เกษตรกรได้ นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการน้ำและเกษตรอินทรีย์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคณะกรรมการลุ่มน้ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างรวม และความปลอดภัยของเกษตรกร
ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้เวลาอันมีค่านี้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนและเกษตรกรไทยทั้งแผ่นดินเพื่อที่จะ สะท้อนมุมมองข้อคิดเห็นต่อนโยบายของรัฐบาล ตามที่สืบเนื่องจากที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวถึงปัญหาของพี่น้องเกษตรกรมาหลายท่านแล้ว แต่ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าพวกเราคงจะทราบดีว่าทุกข์ของเกษตรกร นั้นคือทุกข์ของแผ่นดิน ในฐานะที่ดิฉันเปึนเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวเกษตรคนหนึ่ง และมีความรัก ความผูกพันและสํานึกในบุญคุณของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงขอ กราบเรียนว่าทุกวันนี้พี่น้องเกษตรกรของเรานั้นนอกเหนือจากที่ท่านเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม คือท่านอาคม เอ่งฉ้วน ได้กล่าวไปแล้วว่ามีปัญหาเรื่องของ หนี้สินที่ดินทํากิน แล้วก็เรื่องน้ํา ทุกข์ของเกษตรกรยังมีมากมาย อีกทั้งเรื่องทุกข์ อันเนื่องมาจากการต้องคอยเฝัาระวังกับโรคระบาด ภัยธรรมชาติ แล้วก็ความไม่แน่นอน ของราคาพืชผลการเกษตร ตลอดจนทุกข์อันเนื่องจากผลกระทบจากนโยบายของรัฐ ในเรื่องของการค้าเสรีและการได้รับการกีดกันทางการค้า ตลอดจนต้องแบกรับภาระ ค่าใช้จ่ายที่เปึนต้นทุน ไม่ว่าจะเปึนค่าพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ แล้วก็ปุิยที่มี ราคาแพง ตลอดจนสารเคมีต่าง ๆ ดังนั้นดิฉันจึงได้ศึกษานโยบายของรัฐบาล แล้วก็ได้ตั้งใจ รับฟังนโยบายมาโดยตลอดว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้จะเปึนคําตอบเปึนทางออกให้กับ พี่น้องเกษตรกรได้อย่างไรที่จะนําพาพวกเขาให้พ้นจากภาวะอยู่ร้อนนอนทุกข์ที่ต้องเผชิญ อยู่ทุกวัน ดิฉันคิดว่าดิฉันเข้าใจดีว่ารัฐบาลได้ทํานโยบายนี้ภายใต้การคํานึงถึงนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ แต่อาจจะด้วยข้อจํากัดด้านเวลา และขาดความมุ่งมั่นจริงจังเพียงพอ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร จึงทําให้นโยบายนี้ดูเหมือนจะขาดพลังที่จะนําพาเกษตรกร ทั้งแผ่นดินให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากได้ ดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตสัก ๒–๓ เรื่อง เท่าที่เวลาจะมี สืบเนื่องจากที่หลายท่านได้พูดไปแล้วเรื่องที่ดินที่เปึนปัญหาใหญ่ของ พี่น้องเกษตรกร ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะให้ความสําคัญโดยบรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วนว่า ให้ทําในป้แรก แต่ก็มีเพียงกําหนดไว้ว่าจะจัดให้มีการจัดระบบการถือครองที่ดินเท่านั้น แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในนโยบายอื่น ๆ ตลอด ๔ ป้เลยนะคะ ว่าจะทําอย่างไรหลังจาก วางระบบการถือครองที่ดินแล้ว ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หมวด ๕ ว่าด้วย แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๘๕ (๒) ได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า ให้รัฐดําเนินนโยบาย ด้านที่ดิน โดยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเปึนธรรมและดําเนินการให้เกษตรกรมี กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบการเกษตรอย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดิน หรือวิธีอื่น ดังนั้นเมื่อนโยบายของรัฐบาลไม่มีการกล่าวถึงการกระจายการถือครองที่ดิน หรือการปฏิรูปที่ดินอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่เปึนหัวใจที่พี่น้องเกษตรกรรอคอย และถามถึง ไม่ว่าจะเปึนที่ดินที่ซ้อนทับกับที่ของราชการ หรือที่ป์าสงวนแห่งชาติ ตลอดจนที่ที่มี ปัญหาต่าง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าในเวลาอันใกล้นี้สมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตลอดจน ท่านคณะรัฐมนตรีจะต้องเป่ดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ ถ้าหากพวกเราไม่ได้ ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายในเรื่องของการปฏิรูปที่ดินก็อาจจะต้องตกเปึน จําเลยของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเกษตรกรว่าถ้าหากท่านใดที่ถือครองที่ดินมากเกินไป เกินความจําเปึนนั้นอาจจะเปึนเพื่อประโยชน์ของใคร ในข้อสังเกตข้อที่ ๒ ในเรื่องของ การพักชําระหนี้ ดิฉันมีข้อสังเกตว่าในนโยบายครั้งนี้ได้มีการนําเรื่องของการพักชําระหนี้ กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเองได้พบปะกับพี่น้องเกษตรกร และได้ศึกษารายงาน หลายชิ้น พบว่านโยบายการชําระหนี้ของรัฐบาลนั้นที่ผ่านมาไม่สามารถรักษาอาการ เปึนหนี้ของพี่น้องเกษตรกรได้จริง โดยเฉพาะในรายงานที่ได้ศึกษามานั้นพบว่าเกษตรกร ที่เข้าโครงการพักชําระหนี้ซึ่งเปึนเกษตรกรรายย่อยเปึนหนี้น้อยกว่า ๑ แสนบาทกับ ธ.ก.ส. มีจํานวนประมาณร้อยละ ๓๖ เท่านั้นที่ได้นําเงินระหว่างการพักชําระหนี้ไปใช้เพื่อพัฒนา อาชีพอีกประมาณถึง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่นําไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค นอกจากนั้น ในระหว่างที่พักชําระหนี้ยังไม่สามารถกู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส. ได้ ทําให้ไปกู้หนี้นอกระบบที่อื่น ดังนั้นเมื่อครบเวลาพักชําระหนี้ ๓ ป้ จึงทําให้พี่น้องเกษตรกรมีหนี้ ๒ ต่อ ทั้งหนี้ที่เกิดกับ ธ.ก.ส. เดิม และหนี้ใหม่ ดังนั้นเมื่อรู้ว่ายาขนานนี้รักษาอาการเปึนหนี้ของเกษตรกร ไม่ได้ผลแล้ว เหตุไฉนรัฐบาลจึงนํานโยบายพักชําระหนี้กลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง และในครั้งนี้ไม่ได้บอก ด้วยซ้ําว่าจะพักเปึนเวลากี่ป้ ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ หรือว่าพักตลอดกาล อันนี้ดิฉันขอเรียนถาม เพื่อความชัดเจนนะคะ สําหรับในเรื่องของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งมี หลายท่านได้พูดถึงนั้น ดิฉันเองก็ได้มีโอกาสได้ศึกษาผลการสัมมนาของกองทุนฟุ๋นฟูและ พัฒนาเกษตรกรนะคะ แล้วก็ทราบดีว่ากองทุนแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นโดยการผลักดันของ พี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลของท่านชวน หลีกภัย ตั้งแต่ ป้พุทธศักราช ๒๕๔๒ จากผลการสัมมนาของคณะกรรมการกองทุนฟุ๋นฟูเมื่อป้ ที่ผ่านมานะคะ ในช่วงที่ปลอดจากอํานาจทางการเมือง คณะกรรมการกองทุนนั้น ได้ทบทวนตัวเองนะคะว่าที่ผ่านมาเหตุใดองค์กรแห่งนี้จึงไม่สามารถทําหน้าที่เปึนกลไก ที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้จริง จนกระทั่งผ่านเวลามาเกือบ ๑๐ ป้แล้วนะคะ ผลการสัมมนาระบุชัดเจนนะคะว่าช่วงของการก่อตั้งกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ใน ๑ ถึง ๒ ป้แรกนั้น ภายใต้รัฐบาลของท่านชวน องค์กรนี้มีความเปึนอิสระในการทํางาน จริงนะคะ ไม่ได้ถูกแทรกแซงจากทางการเมืองแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้นตั้งแต่ ป้พุทธศักราช ๒๕๔๔ เปึนต้นมานะคะ องค์กรแห่งนี้ได้ถูกครอบงําและถูกแทรกแซงทาง การเมืองมาโดยตลอด โดยมีการส่งคนเข้าไปเปึนเลขาธิการบ้าง หรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ บ้าง ทําให้กลไกการทํางานของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้นไม่สามารถขับเคลื่อน ภารกิจที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องของหนี้สิน แล้วก็ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรด้วยตนเองนะคะ อันนี้จึงเปึนที่มาว่าเหตุไฉนสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนกองทุนฟุ๋นฟูได้ถ่ายเอกสาร ที่บ้านดิฉัน ถ่ายเอกสารหมดค่าถ่ายเอกสารหลายครั้งแล้ว ต่างก็รอความหวังที่จะได้ฟุ๋นฟูหนี้กับ กองทุนฟุ๋นฟู ขณะนี้ก็ยังต้องรอความหวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ นะคะ ดิฉันจึงขอเรียนถาม รัฐบาลนะคะว่า รัฐบาลนี้จะมีนโยบายอย่างไรต่อกระบวนการทํางานของกองทุนฟุ๋นฟู และพัฒนาเกษตรกร จะปล่อยให้เปึนองค์กรอิสระที่ให้ผู้ที่อยู่กับปัญหา รู้ปัญหา และ แก้ปัญหาด้วยตนเอง ให้กองทุนฟุ๋นฟูเปึนของเกษตรกร โดยเกษตรกร เพื่อเกษตรกรได้ หรือไม่ หรือจะมีนโยบายอย่างไร เพราะในนโยบายของรัฐบาลก็ไม่ได้กล่าวถึงนะคะ
ดิฉันมีข้อสังเกตในนโยบายเรื่องน้ํานะคะ ในฐานะที่ดิฉันเองก็เคย เปึนคณะกรรมการลุ่มน้ําป์าสักนะคะ เคยทํางานกับองค์กรลุ่มน้ําทั้งท้องถิ่น ภาคราชการ แล้วก็องค์กรที่เกี่ยวข้องนะคะ ในนโยบายนี้ไม่ได้กล่าวถึงความสําคัญของคณะกรรมการ ลุ่มน้ํานะคะ ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันนี้องค์กรแห่งนี้ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะแก้ไขปัญหา หรือบริหารจัดการน้ําได้ทั้งระบบ แต่เรามีคณะกรรมการลุ่มน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํานะคะ ซึ่งได้ทํางานร่วมกันโดยกระบวนการมีส่วนร่วม แล้วก็บูรณาการ ในการบริหารจัดการน้ํา นั้นคงไม่ได้หมายถึงเพียงเรื่องของน้ํา แล้วก็การชลประทาน แล้วก็ท่อนะคะ แต่เมื่อมองน้ํา ท่านจะต้องมองให้เห็นถึงป์า มองให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา แล้วก็เศรษฐกิจ ชุมชน แล้วก็มองให้เห็นการบริหารจัดการร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ํา ดังนั้นองค์กรคณะกรรมการลุ่มน้ํานั้นเราได้ทํางานร่วมกันมานะคะ ถ้าหากว่าจะได้โปรด กรุณาชี้แจงว่ารัฐบาลนี้จะให้ความสําคัญหรือว่าจะสนับสนุนกระบวนการทํางานของ คณะกรรมการลุ่มน้ําหรือไม่อย่างไร ดิฉันก็ขอคําชี้แจงด้วยนะคะ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งดิฉันมีข้อสังเกต แล้วก็มีมุมในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ ในฐานะที่มีแนวร่วมเปึนเครือข่ายเกษตรอินทรีย์นะคะ ในนโยบายนี้ได้พูดถึงเรื่องของ การส่งเสริมการเรียนรู้ กระบวนการเกษตรอินทรีย์ แต่ว่าไม่ได้บอกลงไปถึงการปฏิบัตินะคะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดแล้วว่าเกษตรอินทรีย์นั้นก็เปึนเกษตรกรรม ทางเลือกนะคะ ดิฉันเองก็เรียนเกษตรแล้วก็รู้ดีว่าเรื่องของสารเคมีก็มีความจําเปึน แต่เกษตรอินทรีย์เปึนเกษตรทางเลือก แล้วก็เปึนทางรอดของเกษตรกรไทย เพราะถ้าหาก เกษตรกรรายย่อยเลือกการทําเกษตรอินทรีย์ก็จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ แล้วก็จะ ทําให้ชีวิตของเขาปลอดภัยนะคะ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีหลายเรื่องนะคะ เนื่องจากว่า เวลามีจํากัดนะคะ ดิฉันก็คงมีข้อสังเกตอีกมากมายซึ่งจะได้สรุปเปึนเอกสารแล้วก็นําเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่เคารพต่อไปนะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ