รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

มุกดา อินต๊ะสาร หารือเรื่องการสนับสนุนชุมชนและความมั่นคงของชีวิต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้และความมั่นคงของชีวิตที่ควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน และเรียกร้องการสนับสนุนกลุ่มต่าง ๆ ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะที่รัฐจัดตั้ง

นางมุกดา อินต๊ะสาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ครูมุกดา อินต๊ะสาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสภา ท่านที่เคารพ ดิฉันมาจากชุมชน ดิฉันอยากจะขอพูดถึงเรื่องของชุมชน และขณะเดียวกันตัวของดิฉันเองได้มีโอกาสและได้มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่สําคัญที่ได้มานั่งอยู่ ในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และถือว่าที่สําคัญมากต่อการพัฒนาประเทศชาติ ดิฉันเองก็จะกลับ ไปสู่ดินเหมือนเดิม คือกลับไปเปึนครู กลับไปอยู่ที่พื้นที่ กลับไปทําหน้าที่ของคนที่อยู่ใน ชุมชน ทุกท่านที่เคารพ นโยบายในคําแถลงการณ์ของท่านรัฐบาลที่ได้พูดถึง โดยเฉพาะ นโยบายความมั่นคงของชีวิตและความมั่นคงของสังคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการประสาน เชื่อมโยง การดําเนินงาน การใช้ประโยชน์จากกองทุนต่าง ๆ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสร้าง หลักประกันความมั่นคงและศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ การเตรียมความพร้อมให้แก่ สังคมผู้สูงอายุและเด็ก การสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ในสังคม ในชุมชน ท่านคะ อยากจะกราบเรียนว่าดิฉันมาจากเด็กบ้านนอก มาจากในชุมชน ดิฉันต่อสู้กับชีวิต เพราะคิดว่าเมื่อเราเกิดเปึนคนทุกคนมีคุณค่า แล้วทุกคนมีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง ขณะที่เรากําลังพัฒนาตัวเองเราสามารถที่จะแสวงหาการเรียนรู้ แสวงหากัลยาณมิตร หาทุนทางสังคมที่มีอยู่โดยบทบาทหน้าที่ของเรา แล้วกลับนําเอาสิ่งเหล่านั้นไปรับใช้สังคม ตามบทบาทหน้าที่ที่เรามีอยู่ในขณะที่เราเปึนอยู่ เรามีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นโดยเหตุนี้ดิฉัน จึงมีความเชื่อว่าคนทุกคนมีคุณค่า คนทุกคนสามารถจัดการได้ ถ้าหากว่าเราให้โอกาส และให้ที่ยืนกับเขา สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้พยายามตลอดเวลาในช่วงชีวิตของดิฉันคือ กลับไปบ้านเกิดนําเอาองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้ แล้วต้องพยายามเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิตเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ แล้วก็ เชิญชวนทุกท่านที่เปึนภาคีไม่ว่าจะเปึนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชุมชน หรือทุกหน่วย ผู้ใหญ่ใจดี ทุกท่านเหล่านี้มีคุณูปการในการที่จะทําให้ชุมชนมีที่ยืน ทําให้คนในชุมชน สามารถพึ่งตัวเองและจัดการตัวเองได้ หลายท่านได้มีความพยายาม หลายรัฐบาล ที่ผ่านมาดิฉันเชื่อนะคะว่ามีความมุ่งมั่นที่อยากจะแก้ไขปัญหาและจัดการกับเรื่องราว ต่าง ๆ ที่จะให้ชุมชนอยู่ดีมีสุขได้ ทําให้ชุมชนอยู่ร่วมกันได้ โดยใช้วิถีของวัฒนธรรมเราที่มี ให้อยู่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นดิฉันจึงได้พยายามร่วมกับกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและความมั่นคงของมนุษย์ ในช่วงระยะ ๑ ป้ เปึนจังหวะที่ดีค่ะว่า ขณะที่ดิฉันเอง ได้อยู่ร่วมในกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบที่มาจากหลากหลาย ทําให้เราได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์ของแต่ละท่านในการที่จะนําประสบการณ์ นําปัญหาที่ตัวดิฉันเองได้กลับไป เปึนครูที่บ้านเกิด แล้วเรียนรู้ร่วมกับภาคีต่าง ๆ ได้เห็นปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้อง จนกระทั่ง บางเรื่องราวเราสามารถจัดการได้ ยกตัวอย่างเช่น กรณีตกเขียวของเด็กที่ดอกคําใต้ กรณีปัญหาของการมีหนี้สินนอกระบบที่ชาวบ้านต้องจัดการหนี้นอกระบบ ต้องยืมเงิน ภายนอกร้อยละ ๒๐–๓๐ ต่อเดือน สิ่งเหล่านี้เปึนกระบวนการหนึ่งที่ทําให้ดิฉันได้คิด เสมอว่าในฐานะที่เราเปึนคนไทยคนหนึ่ง ในฐานะที่เราทําหน้าที่ของความเปึนคนเราจะทํา อย่างไรที่จะเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เมื่อมาอยู่ในกรรมาธิการ ดิฉันเชื่อว่าเราสามารถต่อยอด สามารถที่จะนําสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่เปึนทุนทางสังคม ซึ่งชาวเหนือ ของดิฉันเองได้บอกว่าตื๊นของหมู่เฮา ถ้าเฮาสามารถที่จะเอาตื๊นของหมู่เฮานี่มาเปึน เครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วยกันในการพัฒนาตัวเก่าและพัฒนาคนอื่นตวย บ่สร้างความ เดือดร้อนให้กับคนอื่น ตรงนี้แหละค่ะทุกท่านทุนทางสังคมที่ดิฉันมอง ดิฉันบอกว่าเราต้อง ช่วยกันค่ะ หยิบยกเอาสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่เปึนคุณค่าของทุกท่านหลายท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ ได้มีโอกาสได้ช่วย มีโอกาสได้ทําให้เกิดศักยภาพเหล่านี้ในชุมชนมาโดยตลอดนะคะ ไม่ว่า จะเปึนท่านใดก็ตามที่ดิฉันได้สัมผัสมาอยู่เสมอ กฎหมาย ๒ ฉบับนี้เปึนการสร้างฐานราก ให้กับชุมชนเปึนอย่างดี ซึ่งเราไม่ได้คิดมาจากความรู้สึก แต่เรามาจากประสบการณ์ ๓๐ ป้ ๔๐ ป้ หรือบางที่ อาจจะไม่ถึง ๕ ป้ อย่างเช่น ประสบการณ์ของกองทุนหมู่บ้าน ของธนาคารหมู่บ้าน ของกลุ่มสัจจะวันละบาท ของเครือข่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เรามาร่วมกันคิดนะคะว่า เราจะทําอย่างไรที่จะให้ทุกภาคส่วนไม่ติดยึดว่าเราเปึนเจ้าของชาวบ้านแต่เพียงผู้เดียว แต่ชาวบ้านมีความเปึนอิสระในตัวตนของตัวเอง แล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือกับภาคีรอบข้าง ในการที่จะพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต วิธีที่เริ่มดีที่สุดจากการที่ดิฉันได้ศึกษาแล้วก็ได้เรียนรู้ จากการทํางานกับชุมชน การพัฒนาคน พัฒนาเด็กและพัฒนาสังคมมาโดยตลอด ก็คือ การจัดการ โดยมีเครื่องมือ ไม่ว่าจะเปึนถ้าเปึนเรื่องเด็กก็อาจจะมีการจัดค่ายเด็ก แต่ถ้าหากว่าเปึนเรื่องของชุมชนสิ่งสําคัญที่เราปฏิเสธไม่ได้คือเรื่องของสวัสดิการ หลายคนอยากจะออกมาทํางานข้างนอก หาวิธีทุกอย่างที่จะให้ตัวเองได้รายได้กลับไปสู่ ครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวมีสวัสดิการ แต่ไม่ได้เปึนอย่างคิดเลยค่ะ หลายครั้งหลายคน พอออกมาจากหมู่บ้าน ก็มาเจอภาวะปัญหาต่าง ๆ มากมายในสังคมภายนอก สิ่งเดียว ที่เราคิดว่าน่าจะทําได้ก็คือต้องสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยการเริ่มต้นที่ตัวเอง หลายท่าน ผู้รู้มักจะพูดเสมอว่าต้องระเบิดออกมาจากตัวเอง และเริ่มต้นจากตัวเอง และเกาะเกี่ยว กันขึ้นมา กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนในเรื่องของการจัดการการเงินเพื่อชุมชน ณ ตอนนี้ไม่ได้มี กลุ่มเดียวในส่วนของกองทุนหมู่บ้านเท่านั้น ดิฉันเคยบอกเสมอว่ากองทุนทุกกองทุนเรามี เปัาหมายอย่างเดียวกัน คือทําอย่างไรที่จะจัดสวัสดิการให้พี่น้อง สิ่งที่ทําได้ดีที่สุดคือ การจัดสรรประโยชน์จากการจัดการกองทุนเพื่อเปึนสวัสดิการให้พี่น้อง ถึงวันนี้ดิฉันได้เห็น นโยบายของหลาย ๆ พรรค ได้พยายามพูดถึงเรื่องของสวัสดิการ และที่สําคัญที่สุดนะคะ นโยบายที่จะต่อเติมเรื่องของกองทุนหมู่บ้านเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เรื่องของการสร้าง สวัสดิการเพื่อนําไปสู่เรื่องบํานาญภาคประชาชน ซึ่งคนจาก ๒๓ ล้านคน ภาคประชาชน ไม่มีสวัสดิการอะไรเลย เราทําอย่างไรที่จะให้เขาได้รับอย่างมีศักดิ์ศรี และทําอย่างไรที่จะ ให้เขาสามารถที่จะร่วมไม้ร่วมมือกับกลุ่มต่าง ๆ ในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านั้นไม่จําเปึนจะต้องมี เฉพาะแค่กลุ่มที่รัฐจัดตั้ง รัฐมีกี่กระทรวง หลายกระทรวงไปจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน โดยตามแนวนโยบายแห่งรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มต่าง ๆ ที่ชาวบ้านเกิดวิกฤติปัญหา และพยายามต่อสู้ และลุกขึ้นมาจัดการด้วยตัวเอง กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ดิฉันเอง ไม่อยากให้รัฐละทิ้งและขณะเดียวกันนั้นก็ยังมีกลุ่มพี่น้องที่ภาคีภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึน หน่วยงาน บริษัท หรือแม้กระทั่งเอ็นจีโอ (NGO) หรือกลุ่มภาคประชาสังคมต่าง ๆ มูลนิธิ ที่พยายามที่จะไปหนุนเสริมเรื่องราวที่ดี ๆ ในชุมชน เรื่องที่เปึนปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ในชุมชน ให้ทุกคนได้ลุกขึ้นมาสู้ แต่มีอยู่อย่างเดียวค่ะท่านที่ดิฉันเห็นก็คือเวลาเราทําเรามักจะทํา กันไปคนละส่วน เพราะฉะนั้นดิฉันเองจึงได้พยายาม ในขณะที่มาอยู่ ๑ ป้ คิดอยู่เสมอว่า เราจะทําอะไรที่จะให้ชุมชนได้เข้มแข็ง โดยการให้กลุ่มทุกกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กันที่สุด คืออยู่ในชุมชน มีภาคีท้องที่ ท้องถิ่นและกลุ่มพี่เลี้ยงต่าง ๆ ได้มาช่วยเคียงข้างและนําเสนอ ข้อมูลที่ดีงามที่จะให้การศึกษาตลอดชีวิตแก่เขาได้ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือชุมชนไม่มีที่ยืน ชุมชนที่จัดตั้งกันขึ้นมาเองมักจะถูกเรียกว่ากลุ่มเถื่อนเสมอ ดังนั้นเพื่อให้เขามีที่ยืนในสังคม และให้เขาได้ร่วมทํางานกับทุกฝ์ายได้ และให้ทุกฝ์ายมีชุมชนเปึนที่ตั้ง ไม่มีใครเปึนเจ้าของ คนใดคนหนึ่ง แต่เราทุกคนเปึนเจ้าของชุมชนร่วมกัน และช่วยกันพัฒนาในชุมชนของตัวเอง ดังนั้น ดิฉันเองกับคณะกรรมาธิการก็เลยพยายามเอากฎหมายที่เริ่มเกิดความขัดแย้ง เกิดความ ไม่เข้าใจในบางขณะในขณะที่รัฐบาลเสนอมาในครั้งที่แล้ว แต่ในทางตัวดิฉันเองกับพี่น้อง ในเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศได้พยายามช่วยกันหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาพูดคุยและมา หาข้ออ่อน หาข้อบกพร่อง หาข้อดี เชิญชวนนักกฎหมายที่มีประสบการณ์หลายท่าน เชิญผู้มีองค์ความรู้จากทุกภาคส่วนมาช่วยกันดูว่าเราจะทําอย่างไรที่จะมีกฎหมาย สักฉบับหนึ่งที่ไม่ใช่เปึนกฎหมายไปบังคับชาวบ้าน แต่เปึนกฎหมายที่จะให้ที่ยืนแก่ ชาวบ้าน แก่ชุมชนในการที่จะดูแลเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกัน เพื่อว่าทางรัฐบาลจะได้นํา ข้อมูลที่เปึนข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในพื้นที่ ข้อเท็จจริงที่จะต่อเชื่อมกับทางสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งสมาชิกวุฒิสภาที่จะมีมาต่อไปได้นําข้อมูลเหล่านั้นโดยที่ ไม่ต้องยาก แต่ขณะเดียวกันเปึนข้อมูลเท็จจริงที่มีมาจากกระบวนการ การแลกเปลี่ยน เรียนรู้จากการที่มีเวทีของพี่น้องร่วมกันหลายฝ์าย ไม่เปึนของผู้ใดผู้หนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะทํา ให้เกิดการเชื่อมโยง เกิดนโยบายที่ท่านได้พูดถึงว่าความมั่นคงของชีวิตและสังคมเกิดขึ้น บํานาญชราภาพดิฉันอยากจะให้ทุกท่านได้พยายามทําอย่างไร เชื่อว่าทั้งฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายบริหารจะช่วยทําให้พี่น้อง ๒๓ ล้านคนของดิฉันได้มีการรับอย่างมีศักดิ์ศรี และสามารถที่จะผ่านกระบวนการออมในชุมชนจากกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน แล้วมา บูรณาการร่วมกันในพื้นที่ระดับตําบล โดยมีท้องถิ่น ก็คือไม่ว่าจะเปึนเทศบาล อบต. หรือกรรมการในชุมชนในเขตเมืองที่จะมาร่วมร้อยรัก สร้างความรัก สร้างที่ยืน สร้างความสมานฉันท์เหมือนที่ท่านพูด แต่ดิฉันอยากจะบอกว่าคําว่า สมานฉันท์ ที่นําเสนอมันก็คือลักษณะของวิถีวัฒนธรรมไทยที่สร้างความรักซึ่งมันเปึนทุนเดิม ของสังคม ดิฉันมักจะพูดเสมอถึงเรื่องของความมีน้ําใจ เพราะน้ําใจเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ถ้าคนเรามีน้ําใจแล้วน้ําใจจะเปึนเครื่องหล่อหลอม เปึนเครื่องหล่อเลี้ยงทําให้ชีวิต ของผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉันอยากจะฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้ทรงเกียรติทุกท่าน คนในชุมชนทุกคนอยากจะมีโอกาสหลายเรื่อง เขาไม่รู้ ดิฉันเองกลับจากนี้ไปกฎหมาย ๒๐๐ กว่าฉบับที่ออกในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดิฉันจะไปถ่ายทอดและไปให้เขาได้รู้ว่ากฎหมายที่ใกล้ตัวของเขาเปึนอย่างไร ในฐานะของ ความเปึนครูเปึนคนในชุมชน พี่น้องไม่รู้อะไรหลาย ๆ เรื่อง แต่หลาย ๆ เรื่องพี่น้องมี องค์ความรู้มากมายที่จะผ่านประสบการณ์ของพี่น้องนํามาใช้เปึนเครื่องมือในการที่จะสร้าง สิ่งที่ดี สิ่งที่เปึนคุณค่าแก่สังคมได้ หลายพื้นที่ได้มีการเรียนรู้เปึนแหล่งเรียนรู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทางรัฐบาลจะทําอย่างไรที่จะทําให้ยุวชนในกลุ่มต่าง ๆ ได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้เหล่านี้ จากองค์ความรู้เหล่านี้ ทุกท่านที่เคารพ ๒-๓ เรื่องที่ดิฉันอยากจะนําเสนอต่อนโยบายชุดนี้ อยากจะกราบวิงวอนขอให้ท่านได้ช่วยติดตามดูแลกฎกระทรวง เพื่อที่จะให้ดําเนินการ เกี่ยวกับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ดิฉันเชื่อว่าเปึนรากที่จําเปึนที่จะต้องมีการใส่ปุิย พรวนดิน รดน้ํา และน้ําที่สําคัญที่ดิฉันพูดถึงก็คือน้ําใจของทุกท่านที่จะทําให้เกิดการบูรณาการ ร่วมกัน และทําให้ต้นไม้เหล่านี้เติบโตออกดอกออกผลและก็เปึนที่พึ่งของคนต่อไป

อันที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะฝากเปึนข้อเสนอแนะก็คือว่าทําอย่างไรที่จะ สนับสนุนส่งเสริมและต่อยอดทุนทางสังคมในการให้มีสภาองค์กรชุมชนที่มาจาก ความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วนจริง ๆ เราอย่า คือถ้าพูดออกมาจากหัวใจของดิฉันคือ เราเริ่มต้นจากตัวเรา เริ่มที่จะให้น้ําใจกับผู้อื่น เราจะเห็นนะคะว่าเราจะมีสุขการดําเนินการ เกี่ยวกับสวัสดิการสังคม การสร้างบํานาญชราภาพให้แก่ภาคประชาชนจะเปึนสิ่งที่เรา ได้ทําบุญร่วมกัน ทําบุญโดยมีศักดิ์ศรีที่เริ่มจากฐานการออมของภาคประชาชน

ส่วนอันที่ ๓ ที่ดิฉันอยากจะนําเสนอก็คือสนับสนุนกลุ่มต่าง ๆ ที่ไม่ได้เน้น เฉพาะที่รัฐจัดตั้ง แต่เหลียวกลับไปมองกลุ่มที่ชาวบ้านจัดตั้งกันขึ้นมาเอง ซึ่งบางทีเขาไม่มี โอกาส ไม่มีที่ยืน เราจะช่วยทําอย่างไรที่จะให้กลุ่มต่าง ๆ เหล่านั้นมีที่ยืน สภาองค์กร ชุมชน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วยทําให้ที่ยืนตรงนี้ชัดเจนและทางภาครัฐจะมีข้อมูล ข้อเท็จจริงที่จะนํามาสู่นโยบายได้ชัดเจนขึ้น ร้อยรัดน้ําใจ ร้อยรัดโซ่ใยแห่งชีวิตด้วยการจัด เรื่องของสวัสดิการบํานาญภาคประชาชนและให้มีเวทีการเรียนรู้ของพี่น้องให้มากขึ้น กราบขอบพระคุณค่ะ