ปรีชา โรจนเสน หารือเรื่องนโยบายของนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องการปรับเปลี่ยนการโยกย้ายนายพลในกองทัพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องวัฒนธรรมและศาสนา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมการและดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและศาสนา รวมถึงการแก้ไขปัญหาการซ้อนหน่วยงานระหว่างสํานักพระพุทธศาสนาและกรมการศาสนา และเห็นด้วยกับแนวความคิดของนายกรัฐมนตรีที่จะผันน้ําจากแม่น้ําโขงเข้ามาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังหารือแนวความคิดการจัด 3-5 จังหวัดภาคใต้เป็นเขตปกครอง และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก ปรีชา โรจนเสน ประธานคณะกรรมาธิการสามัญศาสนา จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม จะขออภิปรายโดยรวม ๆ จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผู้อื่น อภิปรายไปแล้วนะครับ
ในประเด็นแรกผมจะอภิปรายเกี่ยวกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีนโยบายที่จะไม่แทรกแซง การโยกย้ายของกองทัพ หากท่านกระทําได้จริงกระผมคิดว่าท่านจะเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือว่าภาษาทั่ว ๆ ไป เขาเรียกว่าล้วงลูก แต่อย่างไรก็ตามหากท่านกระทําได้จริงแล้วท่านก็จะต้องปกปัองไม่ให้ ผู้อื่นเข้าไปล้วงลูกด้วย ไม่ใช่ว่าท่านไม่ล้วงแต่ปล่อยให้คนอื่นล้วงก็เปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ในประเด็นที่ ๒ ท่านมีนโยบายในการปรับย้ายนายพล ซึ่งเรื่องนี้กระผม เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าจะเปึนการสร้างความเปึนธรรมให้แก่ข้าราชการทหาร เปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันนี้นายพล ในฐานะที่กระผมเองก็เปึนนายพล ปรากฏว่า การโยกย้าย ปรับย้ายของนายพลที่เลื่อนยศเลื่อนตําแหน่งต่างกับไม่มีวาระในการโยกย้าย แต่ระดับ พันเอก (พิเศษ) ลงไปจนถึงร้อยตรี มีวาระในการโยกย้ายจะต้องมีระยะห่าง ในการโยกย้ายหรือว่าเลื่อนยศ เลื่อนตําแหน่งกี่ป้ ๆ ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้องผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งถ้านํานโยบายนี้มาปรับได้
ในประเด็นต่อไปคือ ความเด็ดเดี่ยวของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ยังไม่พิจารณา บุคคลที่จะมาเปึนเลขานุการและเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี กระผมเห็นว่าบุคคลที่จะมา เพราะว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์อยู่ว่าคณะรัฐมนตรี คณะนี้ออกจะขี้เหร่ไปสักหน่อย เพราะฉะนั้นเมื่อคณะรัฐมนตรีออกจะขี้เหร่แล้วก็อย่าให้ ที่ปรึกษาหรือเลขานุการขี้เหร่ไปกว่านั้น ผมฟังเสียงประชาชนทั่วไปแล้วก็ไม่สบายใจก็เลย นํามาอภิปราย ณ ที่นี้ด้วย
ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของกระผมก็คือวัฒนธรรม ขณะนี้เท่าที่ผมดู โทรทัศน์ภาคเอกชนจะมีการจัดรายการวัฒนธรรมแต่ละจังหวัดขึ้นมาทุกวัน ๆ วันละจังหวัด หรือว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แล้วก็ทางรัฐบาลได้เตรียมการในเรื่องของวัฒนธรรมบัญญัติไว้อย่างไร เพราะว่าวัฒนธรรมเปึนเรื่องสําคัญ กระผมเคยประสบมาในฐานะที่เคยเปึนอนุกรรมการ กองทุนวัฒนธรรมแห่งชาติ ปรากฏว่าเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินั้น มาจากคนของรัฐมนตรีทุกครั้ง ทุกยุคทุกสมัย แทนที่รองเลขาธิการจะขึ้นเปึนเลขาธิการ แต่หาเปึนเช่นนั้นไม่ เพราะฉะนั้นเมื่อเลขาธิการมาใหม่ก็จะต้องมาตั้งต้นกันใหม่ งานวัฒนธรรมก็จะไม่ต่อเนื่อง งานวัฒนธรรมนั้นจะช่วยให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัยมีจิตสํานึก ในความมีระเบียบ มีวินัย มีความรักชาติ ในเรื่องของการศึกษาของพระ ขณะนี้ในกระทรวงศึกษาธิการและสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน่วยงานอยู่ ๒ หน่วยที่ซ้ําซ้อนกันคือสํานักพระพุทธศาสนากับกรมการศาสนา ๒ หน่วยงานต่างคนต่างทําในเรื่องของศาสนา มหาเถรสมาคมนี่ไม่ได้มีความร่วมรู้ รับรู้รับเห็นด้วยนะครับ สํานักพระพุทธศาสนามีประจําจังหวัดทุกจังหวัดเปึนสํานัก พระพุทธศาสนาจังหวัดนะครับ มีกําลังพลรวมแล้วประมาณ ๑,๒๐๐ คน ส่วนกรมการศาสนา มีกําลังพลประมาณ ๗๐๐ คน ซึ่งการทํางานของ ๒ หน่วยงานนี้ซ้ําซ้อนกัน เปึนเรื่องที่ ไม่ถูกต้อง
ประการต่อไป แนวความคิดของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่จะผันน้ําจาก แม่น้ําโขงเข้ามาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น กระผมมีความเห็นสอดคล้องด้วย เพราะว่ากระผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาแล้ว หลายครั้งว่า จังหวัดทางตอนบนของภาคกลางน้ําท่วมซ้ําซาก เพราะฉะนั้นควรจะมี การขุดอ่างเก็บน้ําให้มีจํานวนมาก แล้วก็มีการเชื่อมต่อกันลักษณะแก้มลิง ในยามน้ําท่วม น้ําหลาก น้ําก็ไม่ท่วมจังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้น เวลาหน้าแล้งเกษตรกรก็สามารถใช้น้ํา ในอ่างต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นกระผมจึงมีความเห็นด้วยในประเด็นนี้
ในเรื่องของแนวความคิด ผมขออภิปรายไปในทางด้านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย แนวความคิดที่จะจัด ๓–๕ จังหวัดภาคใต้เปึนเขตปกครอง อย่างใดก็ตาม กระผมก็ฝากไว้ว่าต้องคํานึงถึงสาเหตุหรือเบื้องลึกของการก่อการร้ายว่าเกิดมาจากอะไร กระผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการศาสนา จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมนั้น มีคณะกรรมาธิการอยู่จํานวน ๑๓ ท่าน ในจํานวน ๑๓ ท่าน มีถึง ๕ ท่านเปึนระดับประธาน เปึนระดับผู้ใหญ่ของคณะกรรมการอิสลามอยู่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็คณะกรรมาธิการ ของเราได้ลงไปพบปะสังสรรค์กับคณะกรรมการในท้องที่มาแล้วปรากฏว่าผู้ก่อการร้ายนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาแต่ประการใด แต่เปึนการกระทําในลักษณะที่ค่อนข้างจะเปึน การแบ่งแยกดินแดนเสียมากกว่า โดยมีทุนรอนจากต่างประเทศสนับสนุน ซึ่งในฐานะที่ กระผมได้ทํางานด้านการข่าวมาเปึนระยะเวลานาน แล้วเรื่องนี้ก็มีตัวอย่างเรื่องสะมะแอ ท่าน้ํา มาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นทางผู้นําศาสนาอิสลามบอกไม่เกี่ยว เพราะว่าพวกนั้น ก็นับถือศาสนาใช้ศาสนาอิสลาม แต่เปึนพวกไม่ปฏิบัติตามคําสั่งสอนของคัมภีร์ อัลกุรอานนั่นเอง
ในประการสุดท้าย เนื่องจากมีร่าง พ.ร.บ. หลายฉบับของสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาไม่ทันในรัฐบาลที่แล้ว ทางท่านประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติได้ชี้แจงว่าจะรวบรวมส่งต่อให้รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขออภัย ขออนุญาตเอ่ยชื่อว่านายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ก็ขอความกรุณาได้นําขึ้นมา พิจารณาด้วย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ เหล่านั้นมีความสําคัญต่อสังคม และบ้านเมืองทั้งสิ้น ผมก็มีเรื่องที่จะกราบเรียนเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ