สมัคร สุนทรเวช หารือเรื่องความไม่ถูกต้องของข้อความที่หัวหน้าฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ และอ้างถึงกรณีเหตุการณ์ปฏิวัติ 2519 ที่เขาเป็นหนึ่งในผู้ปิดหนังสือพิมพ์
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ท่านประธานคงได้ฟังก่อน ท่านขึ้นมานั่งบนบัลลังก์นะครับ เมื่อเวลาที่กระผมเปึนผู้อ่านนโยบาย ผมใช้เวลาชั่วโมงหนึ่ง ท่านหัวหน้าฝ์ายค้านใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ผมก็ยังไม่ได้ถึงเวลาที่จะตอบสิ่งที่ท่านได้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งแต่ต้นนะครับ แต่ขออนุญาตท่านประธานจะตอบในส่วนที่มันอยู่นอกเหนือนโยบาย ก็ขอใช้สถานะเพียงแต่ว่าผมถูกพาดพิง จะพูดในส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายทั้งนั้น ท่านวิพากษ์วิจารณ์นโยบายอย่างไรไม่เปึนปัญหาหรอกครับ แต่ว่าระยะเวลาหลังเมื่อกี้ ประมาณสักเกือบครึ่งชั่วโมงที่ท่านเริ่มอบรมสั่งสอนคนเปึนนายกรัฐมนตรี ก็อยากจะเรียน สั้น ๆ ตรงนี้เท่านั้นท่านประธานครับ ผมชื่อ สมัคร สุนทรเวช ผมเปึนหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาตามเส้นทางของการเลือกตั้ง มีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ กกต. ถูกต้องเรียบร้อย หัวหน้าพรรคพลังประชาชนมีสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้ง ๒๓๓ คน หัวหน้าฝ์ายค้านซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ผมเมื่อสักครู่นั้นได้รับเลือกตั้ง ๑๖๕ คน ผมเลยได้เปึน นายกรัฐมนตรี อยากกราบเรียนท่านประธานไม่มากหรอกครับ ลักษณะที่ได้มาพูดจา เหมือนกับอบรมสั่งสอนคนเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นฟังดูก็คงจะดูโก้เก๋แล้วก็เก่งกล้าดี แต่เวลาจะใช้ข้อความต่าง ๆ นั้นคนเปึนหัวหน้าฝ์ายค้านแม้อายุจะยังไม่มากควรจะต้องมี ความรอบคอบในการใช้ตัวเลขใช้อะไรต่าง ๆ มากกว่านี้ วิพากษ์วิจารณ์คนเปึนนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันว่าเมื่อเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นสั่งป่ดหนังสือพิมพ์มากที่สุดนั้น ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ วันนี้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ผมเปึนมาแล้ว ๓๒ ป้ คนที่อบรมสั่งสอนผมเมื่อสักครู่นี้ ป้นี้อายุ ๔๓ ป้ลองลบดูสิครับ ลบดูแล้วก็จะรู้ว่า อายุ ๑๑ ป้เท่านั้นเอง แล้วอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า ไม่อยู่หรอกครับ อยู่ประเทศอังกฤษ ถ้าไม่รู้ข้อมูลแล้วละก็ลองให้ท่านเลขาธิการพรรค ท่านบอกให้ฟังหน่อยหรือประธานที่ปรึกษา พรรคให้เล่าให้ฟังหน่อย ข้อเท็จจริงนั้นเปึนอย่างไร ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมไม่เคยสั่งป่ดหนังสือพิมพ์คนจะป่ดอาจจะเปึนเจ้าพนักงานการพิมพ์ ซึ่งผมไม่เคยสั่งให้ เขาไปป่ด ถ้าเขาจะทําตามหน้าที่บ้าง ผมก็จําไม่ได้ว่ามันมีอีกสักเท่าไร แต่ถ้าท่านหัวหน้า ฝ์ายค้านไม่เคยรู้เลย ผมจะบอกให้ฟังครับว่า เมื่อเขาปฏิวัติกันเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น เขาป่ดหนังสือพิมพ์หมดทุกฉบับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครถูกเชิญเข้าไปในคณะปฏิวัติ เขาเรียกว่าคณะปฏิรูป ผมบังเอิญนั่งอยู่ที่ กทม. ด้วย ท่านผู้ว่า กทม. ท่านก็บอกไปกับอาหน่อย ผมก็เข้าไปกับท่าน ท่านก็ไปนั่งคุยกับท่านหัวหน้าคณะปฏิรูป ผมก็นั่งคุยกับท่านนายพลอากาศเอก ท่านหนึ่ง ท่านบอก คุณสมัคร เราสั่งป่ดหนังสือพิมพ์หมดเลยทุกฉบับ ผมบอกหรือครับ แล้วพรุ่งนี้ใครจะรู้ คนไทยจะรู้ได้อย่างไรครับว่าคณะปฏิรูปเปึนใคร มาจากไหน ผมบอกผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ อย่างนี้แล้วคนจะไม่รู้ พรุ่งนี้หนังสือพิมพ์สําคัญก็ต้องออก เขาบอกอย่างนั้นหรือ แล้วรุ่งขึ้น คณะปฏิรูปก็ตั้งคณะกรรมการเป่ดหนังสือพิมพ์ ๕ คน มีทหาร เปึนหัวหน้า ผมเปึน ๑ ใน ๕ แล้วผมนี่แหละครับเปึนคนเป่ดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ถูกป่ด พยานที่ผมอ้างอิงได้ ชื่อนายประพันธ์ เหตระกูล ตอนนั้นอยู่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มานั่งอยู่ที่หน้าห้อง เขามา เพราะเขาเปึนเพื่อนผมเรียนหนังสือมาด้วยกัน ผมสั่งเป่ดเปึนแถวเลยครับ เป่ดหมด นายสมัคร สุนทรเวช นี่แหละครับสั่งเป่ดหนังสือพิมพ์และไม่เห็นด้วยกับคณะปฏิรูปที่ป่ด หนังสือพิมพ์ ด้วยเหตุผลว่าพรุ่งนี้เช้าผู้คนในบ้านเมืองจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเปึนคณะปฏิรูป ถ้าหัวหน้าฝ์ายค้านไม่เคยรู้เรื่องนี้ลองถามท่านประธานที่ปรึกษาดูเถอะครับ ข้อเท็จจริง เปึนอย่างนี้ สําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องต่าง ๆ ที่เอามาอบรมสั่งสอนว่ากล่าวผม ท่วงท่าทีผม ต่าง ๆ นั้น ไม่เปึนปัญหาหรอกครับ ผมฟังได้ ผมอายุมากพอที่จะฟังคนอายุ ๔๓ ป้อบรม ผมได้ ผมป้นี้ย่าง ๗๓ ป้แล้วครับ อายุแก่กว่าผู้พูดเพียง ๓๐ ป้เท่านั้น ผมเห็นตื้นลึกหนาบาง ในบ้านเมืองนี้ แล้วผมเปึนคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ถ้าผมสกปรก คิดไม่เปึนทางการเมือง มาไม่ได้ไกลถึงป์านนี้หรอกครับ จะอยู่แถวไหนยังไม่รู้ เลยครับ ถ้าผมสกปรกผมอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรอกครับ ผมฟัองคดีประธาน กกต. ซึ่งท่านก็ดีท่านก็บอกไม่เปึนไรหรอก มันก็ผลัดกัน ท่านมากล่าวหาผม ผมเห็นว่าไม่ถูกผมฟัองท่านครับ ยังเปึนคนรู้จักดีด้วยกันอย่างนี้ เพราะว่าผมไม่เคยรู้จักท่านเปึนส่วนตัว แต่ท่านฝากความมาบอกว่าไม่เปึนไร คุณสมัคร ก็ทําหน้าที่ของคุณไป ผมก็บอกท่านก็ทําหน้าที่ของท่าน แต่ผมเห็นว่าท่านทําไม่ถูก ผมเปึนผู้ถูกกล่าวหาที่ผมฟัองคดีผู้กล่าวหาผมนะครับ เวลานี้คดีก็อยู่ในศาล การวินิจฉัย ก็ยังครับ เรื่องทั้งหมดนั้นอยู่ที่คณะกรรมการ คตส. คตส. เปึนคนจัดการดูแลเรื่องนี้ครับ อยู่ขั้นสอบสวนเท่านั้นแหละครับ เรื่องยังไม่ถึงอัยการด้วยซ้ําไป ยังสอบคนไม่หมดเลยครับ แต่ว่าสื่อสารมวลชนว่ากล่าวกันรุนแรงเหมือนกับผมเปึนคนสกปรกเต็มที่ มีคนไปขุดออกมา ด้วยซ้ําไปนะครับ ทิ้งขยะกันมา ๓ ป้ ลองดูสิครับ ลองบอกว่าผมทําผิดแล้วลองระงับ สัญญาดูสิครับ แล้วดูสิอะไรมันจะเกิดขึ้นผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ ทําได้ แต่ผมนี่ผมพูด กับหนังสือพิมพ์เมื่อ ๒–๓ วันเอง ผมบอก ผมนี่สุจริตเปึนเกราะบังศาสตร์พร้อง สกปรก บาทเดียวเปึนศัตรูกับสื่อสารมวลชนไม่ได้หรอกครับ ไม่ได้จริง ๆ เขาเอาตายเลยครับ ถลกหนังตายเลย ในเมืองไทยยังมีคนอย่างนี้กี่คนครับที่ต่อปากต่อคํากับสื่อสารมวลชน ไม่ละเว้นเลย แต่สําคัญที่สุดนักการเมืองกี่คนในบ้านเมืองนี้ถูกนักสื่อสารมวลชนสับโขก ดุ ด่า ว่ากล่าว เขียนกระทบกระแทกแดกดัน ผมตอบโต้คนพวกนี้ เพราะผมเปึนคนมีจิต มีวิญญาณ เปึนคนธรรมดา ไม่ให้ใครมารุกล้ําก้ําเกินผม คดีความในศาลนี่แพ้บ้างชนะบ้าง สุดแท้แต่ทนายจะเก่ง ไม่เก่งคดีหมิ่นประมาทเท่านั้นแหละครับ คดีทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ยังไม่เคยโดนเลยครับ ผมไม่ใช่คนสกปรก ผมไม่ใช่คนทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ผมต้อง แน่ใจในตัวผมเองผมถึงมาเปึนหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพราะฉะนั้นอะไรที่เกิดขึ้น ที่อบรมเมื่อสักครู่นี้ แล้วผมเปึนเหมือนนายกรัฐมนตรีคนเก่าไหมละครับ นี่ปวดปัสสาวะ ตั้งแต่เริ่มต้นอ่าน เท่าไรครับ อ่านอยู่ชั่วโมง หัวหน้าฝ์ายค้านพูดอภิปราย ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง คนอายุขนาดนี้นั่ง ๓ ชั่วโมง เพราะเกรงใจหัวหน้าฝ์ายค้าน หิวข้าวก็หิว ปวดปัสสาวะ ก็ปวดแต่ไม่ลุกครับเพื่อจะได้ให้เห็นนึกว่าจะชมเชยกลับไปอ้างคนที่ก่อนโน้น ไปว่ากล่าวเขา เขาจะคิดอะไร จะทําอะไร เขาเปึนอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ผม อะไรต่าง ๆ ที่กระทบกระทั่ง ก็นโยบายผมเขียนมาใหม่วันนี้ ผมรับผิดชอบในสิ่งที่ผมเขียน ตัวหนังสือที่ไปแก้ไข ผมยัง ไม่ทราบเลยครับ ผมยังไม่ทราบเขามีคณะกรรมการดูแล ผมไม่ใช่เปึนคนทําเรื่องนโยบายนะครับ ตั้งคณะกรรมการ ๖ พรรคมาร่วมร่างกัน เขาประชุมกัน ๔ ครั้ง ผมยังไม่ทราบเลยครับว่า ข้อความมันมีเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่เปึนอะไรยกประโยชน์ให้ว่าได้ เก่งนะครับช่างค้นคว้า ไปเอาฉบับก่อนหน้าฉบับนี้มา ผมก็อ่านครับฉบับก่อนหน้าแต่ผมไม่ยักสังเกตเห็น แล้วฉบับหลังผมก็เพิ่งอ่านเมื่อเช้านี้เองครับ ตะกุกตะกักไปบ้างเพราะเหตุว่ามี ความพลาดพลั้ง ผมอยากจะอ่านฉบับที่พิมพ์ เขาไปทิ้งไว้ที่บ้านผมคนเอาไว้ที่บ้าน ก็ไม่บอก ผมก็บอกจนป์านนี้ยังไม่ได้รับ เขาให้ไป ๑๐ เล่ม มันผิดปกติถ้าให้เล่มเดียว อยู่ในซองผมก็เป่ดแล้ว ให้ไป ๑๐ เล่มก็ไปวางอยู่ตรงนั้นเอง ก็เพิ่งมานั่งเป่ดดูในรถ ถูกต้องครับ ถ้อยคําสํานวนที่อ่านตะกุกตะกักเพราะคําไม่คุ้นเคย แต่คําไหนคุ้นเคยก็อ่าน ได้เร็วหน่อย ผมอยากจะบอกว่า ผมต้องรับผิดชอบสถานะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยิบมา วิพากษ์วิจารณ์ผมก็จะใช้สถานะตรงนี้พูดเสียให้มันจบเสียจะได้ไปกินข้าว ผมจะบอก ให้ฟังนะครับว่า ผมไม่ได้ป่ดบังสถานะการที่ผมมาเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองนี้เลย คนทั้งบ้านทั้งเมืองนี้รู้ครับ แต่ต้องถือว่ามันเปึนเรื่องที่มันเกิดขึ้น มันพิสูจน์ด้วยการที่ว่า ผมเปึนหัวหน้าพรรค จดทะเบียนถูกต้อง มีดีเบท (Debate) กันในพรรคด้วยครับก่อนจะได้ เปึนหัวหน้าพรรค หัวหน้าพรรคเก่าเขาไม่ยอมครับ ผมเคยดีเบตมาแล้วครับ แล้วผม ดีเบตชนะด้วย แล้วผมก็ได้เปึนหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผมก็ไปสมัครรับเลือกตั้ง วันสมัครรับเลือกตั้งก็มีคนชวนไป ผมบอกไม่ มันเปึนสิทธิเสรีภาพของบุคคลในระบอบ ประชาธิปไตยนะครับที่จะไม่ขึ้นไปพูดกับใคร ที่ไหน ผมไม่พูดหรอกครับ เปึนสิทธิของผม ใครมาชวนผมพูดก็เปึนสิทธิของคนชวน แล้วเลือกตั้งก็ต่างคนต่างไปหาเสียง พูดจาหาเสียง ก็พูดกันไปสิครับ แล้วก็เปึนอย่างไรครับ หาเสียงเสร็จแล้วพูดอย่างผมนี่แหละครับ ได้ ๒๓๓ คน พูดอย่างหัวหน้าฝ์ายค้านได้ ๑๖๕ คนแล้วเปึนอย่างไร มันธรรมดาโลก เสร็จเรียบร้อยแล้วผมเข้ามานี้เปึนอย่างไรใคร ๆ ก็รู้ เหมือนที่ใคร ๆ ในบ้านเมืองนี้ก็รู้ครับว่า ในพรรคของท่านหัวหน้าฝ์ายค้านนั้นเปึนอย่างไร ใครจะขึ้นใครจะลง ใครจะมา ใครจะครวญ ใครจะเปลี่ยน ผมก็พูด คือผมวิพากษ์วิจารณ์จริง ๆ พรรคนี้ผมไม่เคยพูดจา เพราะว่า ผมเกิดมาจากพรรคที่ว่านะครับ พรรคท่านนี่ผมเกิดมาแล้วโตมาด้วย แล้วก็มาดังด้วย มีคนเคยบอกออกจากพรรคนี้ไปมันเจ๊งทุกราย แต่ไม่ใช่คนชื่อสมัคร สุนทรเวช ครับ นี่ออกมาแล้ว ตั้งพรรคการเมืองเอง ประวัติศาสตร์ที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านอาจจะ ไม่ทราบ วันหนึ่งผมต้องไปสู้กับพรรคที่ผมเคยอยู่เลือกกันใน กทม. ทั้งประเทศมี ๓๙๑ คน ผมเปึนพรรคสร้างใหม่ สมัคร ๓๕ คน สมัคร ๓๕ คน ได้รับเลือกตั้งเท่าไรทราบไหมครับ ได้รับเลือกตั้ง ๓๒ คน สมัคร ๓๕ คนได้ ๓๒ คนครับ กรุงเทพฯ สมัคร ๓๒ คนได้ ๒๙ คนครับ ขอประทานโทษออกชื่อพรรคท่านนิดเถอะครับ พรรคท่านชื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ ๑ คน พรรคผมชื่อพรรคประชากรไทยได้ ๒๙ คน แล้วจะบอกให้ฟังด้วยนะครับ ๑ คนที่ได้ไปชื่อ ถนัด คอมันตร์ ถ้าเปึนชื่ออื่นไม่ได้หรอกครับ บังเอิญชื่อถนัด คอมันตร์ เลยได้ไป แต่ผมก็จะ ไม่เล่าเกร็ดให้ฟังด้วยว่าตอนคุณถนัดท่านกลับเข้าไปในพรรคแล้วคนในพรรคเงียบหมดนั้น คุณถนัดท่านวิพากษ์วิจารณ์พรรคท่านว่าอย่างไร ท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากพูดจริง ๆ แล้วเขาก็บอกเลยว่า เมื่อเวลาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมนึกว่าท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน จะเข้าใจสถานการณ์การเมือง ผมเข้าใจท่านครับว่าท่านอยู่ในพรรคท่านอยู่ตรงไหน อย่างไร ท่านเปึนอย่างไร แต่ว่าผมนึกว่าท่านจะเห็นใจผมว่าผมมาอยู่ในพรรคพลังประชาชน ผมอยู่ตรงไหน อย่างไร การที่ผมบ่น ผมไม่ป่ดบังเลยครับ ผมบ่นนั้นคนเขาเห็นใจผม เขามีระบบพรรคนะครับ แล้วระบบพรรคเขาก็เล่นกับคนที่เปึนหัวหน้าพรรค ระบบเขาส่งมา อย่างนั้น ผมก็บอกถามไปเขาบอกเชิญใครเขาไม่มีใครมา คําว่า ขี้เหร่ ของผมนั้นไม่ใช่ คุณสุภาพสตรีที่เปึนลูกท่านอดีตผู้ว่าไม่ใช่เลยครับ ขี้เหร่ คือทั้งหมด มันไม่ได้อย่างใจ ไม่ได้อย่างใจรอบแรกคือไปเชิญใครต่อใครที่เขาตัวเจ๋ง ๆ เขาไม่มา เพราะมีกฎหมายที่ว่าเขารับไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้เขาเสียคน เขาเสียของ ไม่มาจึงต้องเอา คนของเราเอง เมื่อเอาคนของเราเองยังมีระบบก็มีกรรมการ ๓๗ คน เขาเปึนคนเลือกมาให้ผม สุดท้ายความจริงเขาเลือกแล้วเขาใช้เลยก็ได้ครับ แต่เขายังดีเขามาให้ผม ผมก็บอกว่า แหมมันไม่ได้อย่างใจ ไม่ได้อย่างใจของผมเองก็พอสมควรครับ แล้วต้องผสมอีก เมื่อผสมอีกรัฐบาลเงาของท่าน ๑๖๕ คน ตั้ง ๓๖ คนง่ายนะครับ แต่ของผม ๓๑๕ คน ตั้ง ๓๖ คน ยากครับ ยากจริง ๆ แล้วผมนึกว่าหัวหน้าฝ์ายค้านจะเห็นใจผม พรรคหนึ่งเขาเอาคนนี้มา เปึนเลขา ในนั้นเขาส่งคนนี้มาเปึนเลขา แต่ผมพูดชัดเจนเลยนะครับ ผมปัองกันการสรรหา ผมบอกเลขาผมไม่ขัดข้อง แต่ผมตําหนิตอนหลังสุดบอกว่าปัทโธ่มาเปึนที่ปรึกษามันต้อง คิดบ้างสิ คนเปึนที่ปรึกษาบางคนมาสู้เลขายังไม่ได้มาใส่ที่ปรึกษา ผมบ่นเลยครับ นี่แหละครับ นายสมัคร สุนทรเวช ตัวจริง ปากกับใจตรงกันแล้วบ่น แล้วผมก็ตอบด้วย บ่นในพรรคมันก็เปึนหุ่นเชิดอยู่เหมือนเดิมตามที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กัน คนวิพากษ์วิจารณ์ ผมใครครับ สื่อสารมวลชน ที่ท่านยกย่องสรรเสริญเมื่อกี้แหละครับ สื่อสารมวลชนจะดุ จะด่าว่ากล่าวเหยียบย่ําใคร เหยียบย่ํานักการเมืองอย่างไรก็ได้ครับ แต่นักการเมืองไปมี ทีท่าอย่างผมเปึนนะครับ ท่านมาอบรมผมแล้วเหมือนกับว่าถ้าเปึนอย่างนี้ เปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เปึนอย่างนี้เหมือนกับว่าไม่มีท่าดีกับสื่อ แม้กระทั่งข้อความผิด ไปหน่อยยังอุตส่าห์เอามา เทียบให้ดู ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ กรณีที่เอ่ยสุดท้ายนี้ผมจะใช้ตรงแค่นี้ครับ เอ่ยถึงเรื่องที่ เกิดขึ้น ๖ ตุลาคม สักนิดเถอะครับ ก็อ้ายฝรั่งมันดันมาถามผม แล้วผมก็ตอบกับฝรั่งตามที่ ผมรู้และที่ผมเห็น ผมอยู่สนามหลวงครับ เขาจะทําอะไรกันอย่างไรไม่ทราบ แต่สนามหลวง มีคนที่ถูกตีและถูกเผา ที่สนามหลวงเอายางมาใส่และเผา ตายที่สนามหลวงนั่นแหละครับ ๑ คน ฝรั่งถามผม ฝรั่งทุกคนที่สัมภาษณ์ผมต้องถามอ้ายคําถามนี้ มันทําไมครับ แหมฝรั่งมันช่างสนใจจริง มันสนใจจริง ๆ ครับ อย่าว่าอ้ายผู้ชาย ซีเอ็นเอ็น (CNN) เลยครับ ผู้หญิงอัล-จาซีราห์ (AL-JASIRAH) สวยด้วยอายุยังไม่ ๓๐ ป้ ถามผมอย่างนี้ต้องถอดเทป ออกเลยครับ ผมถาม ยู (You) ถามคําถามไอ (I) อย่างนี้อายุเท่าไรนี่ ยูอยู่เหตุการณ์ในบ้านเมืองไอ หรือใครเขาฝากมาถาม หรือไปจําขี้ปากใครเขามาถามว่าเปึนฆาตกรมือเปุ๋อนเลือด อ้ายฆาตกรมือเปุ๋อนเลือดนี่ใช้ทุกยุค ทุกสมัยนะครับ ท่านประธานครับ เวลาที่ผมเลือกตั้ง จะเลือกตั้งดัง ๆ เมื่อไรโดนทุกครั้ง เลือกตั้งผู้ว่า กทม. ฆาตกรมือเปุ๋อนเลือด ๖ ตุลาคม สมัครผู้ว่า กทม. ด่าผม ผมเอาไปศาลเลยครับ ไปศาลเลย ไม่ต้องออกชื่อหรอกใครเปึนจําเลยผม ไปฟัองศาล ศาลท่านบอก คุณสมัครจะเลือกตั้งแล้ว โถเถอะน่าถอนเถอะ เลือกตั้งสบาย ๆ ดีกว่า ผมก็เกรงใจศาลท่าน อ้าวถอนก็ถอน ถอนครับ แล้วไปเลือกตั้ง ถ้าฆาตกรมือเปุ๋อนเลือด คนกรุงเทพมหานครนี่ยอดรู้ดีกว่าใครหมด รู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองดีกว่าใครหมด ขอประทานโทษคนต่างจังหวัดด้วยนะครับ ฆาตกรมือเปุ๋อนเลือดถูกคนด่าและไปขึ้นศาล แล้วลงเลือกตั้ง คู่ต่อสู้ผมได้ ๕ แสนกว่า ผมได้ล้านกว่า คนมี ๑๔ ล้านคน มาใช้สิทธิ ๒ ล้านคน ผมได้ล้านเศษ ๆ คู่ต่อสู้ผมได้ ๕ แสนกว่า ทําไมครับฆาตกรมือเปุ๋อนเลือด มันได้รับเลือกตั้งคะแนนล้านกว่า มีใครในประเทศไทยบ้างครับ ว่าเลือกตั้งโดยการลงคะแนน ได้คะแนนล้านกว่า ไม่มีละครับ มีชื่อสมัคร สุนทรเวช นี่แหละครับ จนบัดนี้คนที่จะเฉียดมา ตอนหลังก็ ๙ แสนครับ ไม่ได้ถึงล้านกว่า ขอประทานโทษเถอะนะครับ รายละเอียดทั้งหลาย ผมจดไว้แล้ว แล้วผมจะตอบวันสุดท้ายเรื่องในนโยบาย แต่วันนี้ขอใช้สิทธิพาดพิง แหม คืออธิบายความ ๑ ชั่วโมงรอดตัวมาได้ก็นับว่าใช้ได้แล้ว ตะกุกตะกักหน่อย นั่งทนฟัง ปวดปัสสาวะฟังท่านหัวหน้าฝ์ายค้านพูดจาอภิปรายชั่วโมงครึ่งนึกว่าจะลงท้ายอ้าว โดนอบรมอีกครึ่งชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพโปรดให้อภัยผมนะครับ ผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมแน่ใจว่าผมมี ความสามารถถ้าไม่อย่างนั้นไม่อาสามาเปึนหัวหน้าพรรคเขาหรอกครับ ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่เดินหน้ามาถึงป์านนี้หรอกครับ ถ้ามันใช้ไม่ได้จริง ๆ มันแย่จริง ๆ แล้ว มันไม่เข้าท่าจริง ๆ ไม่มีโอกาสยืนพูดวันนี้ตรงนี้ ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผมจะใช้สิทธิผมวันสุดท้าย เวลาที่จะลงท้ายกันตรงนี้ อันนี้ถือว่าพาดพิงเท่านั้นครับ ขออภัย ท่านสมาชิกด้วยนะครับ ที่ต้องพูดหน่อย ทิ้งไว้อีก ๓ วันเก่าหมดไม่ทันกินหรอกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ