ปริญญา ศิริสารการ หารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐบาล โดยเสนอให้มีการจัดระเบียบการอภิปรายที่ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อป้องกันการซื้อพรรคและบิดพลิ้วในการชี้แจงกับรัฐบาล นอกจากนี้ยังเสนอให้ตรวจสอบและลงโทษผู้ที่มีความผิด และให้พรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบและพ้นจากหน้าที่ นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องการรับรองผู้กระทำผิด และการรับผิดชอบต่อการยกมือรับรอง ผู้กระทำผิด และเสนอเปลี่ยนชื่อกรรมาธิการในห้องนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. นะครับ ขอหารือเรื่องแรกแล้วกันนะครับ หารือท่านประธานว่าจะดีหรือไม่นะครับ ถ้าเรามีจอเรียงลําดับผู้จะเข้าคิวอภิปรายให้ฝ์ายสมาชิกได้เห็นด้วย เพื่อจะได้จัดระเบียบ ตัวเองและได้เห็นว่าสมควรจะยื่นเสนอชื่ออภิปรายหรือไม่นะครับ ผมว่าถ้าท่านเห็นด้วย ขอกรุณาช่วยจัดการด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะเปึนนักอภิปราย ที่ไม่คล่องตัวเท่าไร แต่ว่าขอให้ฟังในประเด็นแล้วกันนะครับ ในอดีตที่เราเห็นมา ตลอดเวลานะครับว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามจะให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจช้าที่สุด หรือเมื่อมีการอภิปรายก็จะพยายามที่จะให้สั้นที่สุด เหมือน ๆ กับการหนีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนะครับ จนกระทั่งรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตรวบรวม สส. ไว้ในมือให้มาก ๆ หรือรวบรวมพรรคเล็กพรรคน้อยให้มาก จนกระทั่งเปึนประเด็นหนึ่งซึ่งเกิดวิกฤติ ทางการเมืองและนํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ กระผมกําลัง คิดว่าผมจะเสนอรายละเอียดดังต่อไปนี้ก็คือวิถีทางที่น่าจะแก้ไขได้ ก็คือตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ในมาตรา ๑๘ ระบุไว้ว่า รัฐบาลต้องเสนอผลงาน กับรัฐสภาทุกป้ ป้ละ ๑ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเสนอว่าเราควรจะมีอย่างนี้ นะครับ คือเมื่อมีการเสนอผลงานกับรัฐสภา รัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถ จะอภิปราย แนะนํา เสนอแนะ พร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามด้วยการลงมติป้ละ ๑ ครั้ง เปึนหลักเกณฑ์ตายตัวซึ่งรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องทํา ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในกรณี วิสามัญต่าง ๆ ก็ใช้การยื่นญัตติและใช้จํานวน สส. รับรอง แล้วแต่ที่กฎหมายจะกําหนด ต่อไป เหตุการณ์อย่างนี้เปึนการแก้ปัญหาในอดีตที่เกิดมาของการซักฟอกต่าง ๆ อันนี้ เปึนการคิดนอกกรอบหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ตามหลักการร่างรัฐธรรมนูญผมก็ไม่แน่ใจ ว่ามันจะร่างลงไปได้หรือเปล่า แต่กระผมก็เสนอกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญว่าพยายาม เสนอสาเหตุนี้ ประเด็นนี้สู่การร่าง เพราะประเด็นที่ผมเสนอประเด็นแรกนี้ ผมได้สอบถาม หรือได้ฟังความคิดเห็นของประชาชนมามากมายแล้ว เหมือนกับเกาถูกที่คันของประชาชน ว่าเพื่อไม่ให้รัฐบาลทุกรัฐบาลซื้อพรรค ดึง สส. หรือว่าบิดพลิ้วในการชี้แจงกับรัฐบาล ฉะนั้นเราจึงมีการซักฟอกป้ละ ๑ ครั้ง โดยไม่ต้องหลีกเลี่ยงใด ๆ ทั้งสิ้น เปึนหน้าที่นะครับ
ประการต่อมาที่ผมจะเสนอก็คือ ท่านประธานที่เคารพ เรามักจะเห็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจต่าง ๆ ของ สส. ฝ์ายค้าน ซึ่งนําเหตุและผลข้อมูลต่าง ๆ หลักฐานมาอภิปรายในสภา ทําให้สังคมที่ฟังมีความรู้สึกว่ามีมูลเหตุแห่งความผิด แต่เมื่อเวลาลงมติครั้งใด เราก็จะเห็นว่าการลงมติทุกครั้งผ่านการรับรอง ผมมองว่าสังคม คาใจเรื่องนี้มานานแต่ไม่ได้รับการแก้ไข ทุกอย่างเปึนไปโดยเหมือนกับซักฟอกคนได้ ในการยกมืออภิปรายรับรอง จนกระทั่งมีบทบัญญัติกลับมาว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องนําสํานวนไปให้องค์กรอิสระตรวจสอบและนําสู่ศาลฟัอง กระผมเลยเสนอต่อไป ท่านประธานที่เคารพ หากมีการตัดสินจากคําพิพากษาว่ามีความผิดและรับโทษ กระผม ก็เสนออีกเรื่องหนึ่งก็คืออันนี้อาจจะเปึนการที่หลายคนฟังแล้วไม่สบายใจ หลายคน ฟังแล้วสะใจ ก็คือผมคิดว่า สส. ที่อภิปรายรับรองหรือไว้วางใจกับรัฐมนตรีหรือผู้บริหาร รายใดจะต้องรับผิดชอบและรับผิดเช่นกัน จากการที่ผมฟังความคิดเห็นของประชาชน มากมายก็พบว่า เขาตั้งตุ๊กตาไว้ดังนี้ว่าเมื่อ สส. อันนี้เปึนตุ๊กตานะครับ ท่านจะทําอย่างนี้ หรือจะทํายิ่งกว่านี้ก็ได้นะครับ เมื่อ สส. อภิปรายไว้วางใจกับรัฐมนตรีผู้ถูกตัดสินว่าผิดและ ถูกลงโทษจะต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน เพราะท่านมีสิทธิที่จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และก็ไม่ออกเสียงได้ แต่เมื่อท่านออกเสียงรับรองประหนึ่งชาวบ้านบอกว่าอุ้มโจรที่ผิด ท่านต้องรับผิดด้วยกัน ตุ๊กตาก็เสนอว่า อาจจะให้พรรคการเมือง หรือ สส. ท่านนั้น จะต้องพ้นจากหน้าที่ไปเลย หรือว่าเมื่อพ้นจากหน้าที่อาจจะต้องเว้นวรรคทางการเมือง นี่ตุ๊กตาแห่งความผิด หากเปึนการลงมติตามมติพรรคการเมือง พรรคการเมืองนั้น ก็ต้องรับผิดชอบ เช่น ยุบพรรคไปเลย โดยไม่มีอภิสิทธิ์ทางการเปึน สส. ใด ๆ ทั้งสิ้น อันนี้ อาจจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้มากมายนะครับ ถามว่าประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติ จะได้อะไรจากข้อนี้ ผมว่าประชาชนจะได้ความสุขใจที่ได้ผู้แทนราษฎรที่มีมาตรฐานที่ ทํางานจริง ๆ และเปึนความภูมิใจที่ไม่รู้ลืม ถามว่าประเทศชาติได้อะไร ผมว่าสิ่งที่ ประเทศชาติจะได้ก็คือ ความเปึนเอกเทศของอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร จะเปึนเอกเทศกันมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนในอดีตที่มีความรู้สึกว่าผูกพันกันบ้าง แต่นี่ก็ ไม่ใช่ประเด็นที่จะแก้ความเปึนเอกเทศของอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เปึนการแก้ปัญหาประการหนึ่ง กรณีอย่างนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ เราเกาถูกที่คัน
เรื่องต่อไปที่ผมไม่แน่ใจว่าจะฝากไว้ในเรื่องของ กกต. หรือกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ขอให้เปึนประเด็นที่เปึนกฎหมายที่ผู้รู้มากกว่าผมไปเขียน แล้วกันนะครับ มีของฝากจากชาวบ้านมาอย่างนี้นะครับว่า ทุกครั้งเรามีความรู้สึกการซื้อ สิทธิขายเสียงมันมีจริง มันเหมือนเงาที่เวลามีแสงไปตรงไหนเราเห็นหมด แต่เราจับไม่ได้ เสียที เพราะว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายผิดทั้งคู่มันก็เลยไม่ได้ ชาวบ้านก็ฝากผมมาบอกว่าถ้าจะเอาผิดจริงขอให้ผู้ซื้อมีความผิด ผู้ขายเปึนพยานมันจะ ได้จับกันได้เสียที แล้วเมื่อผู้ขายเปึนพยาน ผู้ซื้อถ้าถูกลงโทษว่าผิด ถูกตัดสินว่าผิดและ ถูกลงโทษนะครับ ก็ควรที่จะยึดทรัพย์แล้วก็เปึนรางวัลนําจับให้กับผู้ชี้นํา ชี้แนะน่าจะเปึน วิธีหนึ่งที่ล้างการซื้อเสียงได้อย่างหนึ่ง นี่คือความคิดของผมที่ได้สอบถามประชาชน แล้วประชาชนก็ได้เสนอความคิดเห็นมา ต่อไปการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในอดีตมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นกันว่า เมื่อถึงระยะเวลากี่ป้ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจาก ที่ผ่านมาเราไม่เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เลยมีความคิดจากประชาชนที่ฝากผมมาว่า จากเวทีต่าง ๆ ที่เราฟังก็พบว่า ท่านประธานครับ เขาคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่แอบแฝงหรือว่า ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้เกิดการแก้ มีอะไรมากมายที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ทํา แต่ระบุไว้ เขาก็เลยเสนอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปขอให้เปึนองค์กร อิสระองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือหลายองค์กรก็ได้ ที่เข้ามาแบบ สสร. หรือการเลือกตั้ง สสร. แล้วทําการแก้ เพื่อไม่ให้แฝงผลประโยชน์ในสภา และเมื่อการแก้เสร็จโดยวิธีการ ต่าง ๆ ใด ๆ ที่จะระบุต่อไปนี้นะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระยะเวลา เพียงแต่ให้ สส. รับรองผ่านเท่านั้น ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ นี่คือข้อฝากจากชาวบ้านมาที่เราไป หลาย ๆ เวทีนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ผมลืมพูดไปก็คือ เมื่อกี้ก็บอกว่าถ้าเผื่อ สส. ที่ยกมือรับรองผู้กระทําผิด และเมื่อถูกลงโทษ ผมลืมเติมไปว่า แม้แต่อยู่ในวาระ หรือแม้แต่พ้นวาระความผิดนั้นก็ไม่ได้หมดไปนะครับ แต่ต้องรับผิดชอบต่อการยกมือ รับรอง หรืออุ้มผู้กระทําความผิด ก็เปึนประการเช่นนี้ครับ
อีกประการหนึ่งครับ ไม่ทราบว่าผมจะเสนอเปลี่ยนชื่อกรรมาธิการในห้องนี้ ได้ไหมครับ พอดีผมไปรับตําแหน่งดูแลกรรมาธิการในภาคอีสาน แล้วก็พบว่ามีชื่อ นามสกุลซ้ํากัน