อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ เสนอการปฏิรูปวุฒิสภา โดยเสนอให้คงอํานาจการกลั่นกรองกฎหมายไว้ และควบคุมการทํางานของรัฐบาล พร้อมด้วยการเพิ่มอํานาจในการเสนอกฎหมาย และการเพิ่มวาระการดํารงตําแหน่งของวุฒิสมาชิก และห้ามวุฒิสมาชิกไม่ให้มีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับ สส. นอกจากนี้ยังเสนอให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลระหว่างการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันการใช้อำนาจรัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉัน อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ สสร. จากที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้โยนคําถามออกไปสู่ ภายนอกเพื่อรับฟัง ดิฉันเองได้รับผลจากการรับฟัง ๒๑ จังหวัด ๒๑ เวที ยกเว้นจังหวัด พระนครศรีอยุธยา และเวทีของจังหวัดเพชรบุรี ยกเว้นนะคะ ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ซึ่งก็เห็นว่าตรงประเด็นกับที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้สอบถาม เพื่อรับฟัง รวมทั้งเวทีของการสัมมนาสมาคมสตรีบัณฑิตทางกฎหมาย (ที่ถูก : สมาคมบัณฑิต สตรีทางกฎหมาย) ซึ่งเรื่องนี้ได้ฝากดิฉันมาโดยตรงเลยนะคะ ฉะนั้นเพื่อเปึนการประหยัดเวลา ดิฉันขออนุญาตที่จะนําข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นคําถามเลยว่า จากการรับฟังมีข้อเสนอหรือ สรุปในส่วนของสถาบันนิติบัญญัติ รัฐสภา ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าในเรื่องของสภานั้นควรที่จะ มีเปึนระบบสภาคู่ คือสภาผู้แทนราษฎรและก็วุฒิสภา ทั้งนี้เพื่อเปึนการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน และมีความรอบคอบในการออกกฎหมาย ก็ยั งยืนยันว่าขอให้มี ๒ สภา
ประเด็นต่อมาก็คือเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอให้เปึน การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะว่าระบบบัญชีรายชื่อนั้นอาจจะมีจุดด้อยคือไม่สนใจ ประชาชนและอาจจะเปึนนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลที่จะเข้าสู่การเมือง แล้วก็ทําให้เกิด ปัญหาการซื้อเสียงและก่อให้เกิดปัญหาคอร์รัปชันติดตามมา สําหรับเรื่องจํานวน สส. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ก็มีความเห็นจากเวทีว่าขอให้ลดจํานวนลงมา เหตุผลก็คือ ไม่จําเปึนต้องมี สส. จํานวนมาก เพราะปัจจุบันในพื้นที่มีผู้แทนของราษฎรระดับท้องถิ่น ดูแลอยู่แล้ว ในด้านของคุณสมบัติ สส. นั้นไม่ควรกําหนดวุฒิการศึกษาปริญญาตรี เปึนความเห็นของส่วนใหญ่เลยนะคะ แต่ว่าควรกําหนดระดับการศึกษาภาคบังคับ เปึนขั้นต่ําไว้ คือตัวขั้นต่ํา ไม่จําเปึนต้องไปกําหนดตัวขั้นสูง ทั้งนี้โดยเหตุผลที่ว่าการศึกษาไม่ได้บ่งบอก คือเปึนการบ่งบอกความรู้ แต่ไม่ได้บ่งบอก ถึงความสามารถและจริยธรรมในการทําหน้าที่
สําหรับทางด้านวุฒิสมาชิก หรืออํานาจของวุฒิสภานะคะ ส่วนใหญ่มี ความเห็นว่าควรที่จะคงอํานาจการกลั่นกรองกฎหมายไว้ และควบคุมการทํางานของรัฐบาล อีกทั้งแต่งตั้ง ถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระต่อไป แล้วก็ยังเสนอให้เพิ่มอํานาจ ในการเสนอกฎหมายอีกด้วย ในขณะที่มาของ สว. นั้นก็เสนอให้เปึนการสรรหาจาก กลุ่มอาชีพและเลือกตั้งกันเอง วุฒิสมาชิกควรมีวาระการดํารงตําแหน่ง ๒ ทางเลือก ทางเลือกที่ ๑ คือมีวาระ ๖ ป้เหมือนเช่นเดิม หรือเปึน ๒ วาระนะคะ วาระละ ๔ ป้ โดยเหลื่อมเวลากันกับ สส. อีกทั้งห้ามวุฒิสมาชิกไม่ให้มีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับ สส. ด้วยค่ะ
สําหรับทางด้านนายกรัฐมนตรีนั้นมีข้อเสนอว่าควรจะมาจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเพียงอย่างเดียวนะคะ ทั้งนี้เหตุผลก็คือว่า เมื่อเปึนผู้แทนที่ มาจากประชาชนก็จะมีความเข้าใจ เมื่อมีอํานาจเข้ามาบริหารประเทศก็จะได้สามารถ ดําเนินกิจกรรมที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้งมีความใกล้ชิดอีกด้วย
ทางด้านคุณสมบัติของรัฐมนตรี ส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐมนตรีจะมาจาก สส. หรือไม่ก็ได้นะคะ แต่ว่าทั้งนายกรัฐมนตรีและ สส. นั้นเกือบทั้งหมดเห็นว่าควรจะมี การกําหนดในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนไว้ให้ชัดเจน แล้วสิ่งสําคัญที่สุดก็คือการกําหนด ในเรื่องของมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมที่ชัดเจน และก็สามารถควบคุมติดตามได้โดยง่าย แล้วก็ให้มีการนําไปสู่การถอดถอนที่ยุติธรรม รัดกุม และปฏิบัติได้ง่าย โดยที่การเสนอ ถอดถอนนั้นควรให้ประชาชนที่เลือกตั้งมานั้นมีสิทธิโดยตรงในการที่จะฟัองร้อง นักการเมืองที่ทุจริตต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพราะว่า เมื่อเปึนผู้เลือกตั้งเขามาก็ควรที่จะมีสิทธิที่จะถอดถอนเขาได้โดยการฟัองร้องนะคะ
ในขณะที่เกี่ยวกับเรื่องรัฐบาลรักษาการมีความเห็นว่าถ้าหากว่ามีการ ยุบสภาก็ไม่ควรที่จะเปึนระบบรัฐบาลรักษาการ แต่ควรเปึนรัฐบาลเฉพาะกาล ทําหน้าที่ แทนระหว่างการเลือกตั้ง เหตุผลก็คือเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ปัองกันการใช้อํานาจรัฐ เอาเปรียบการเลือกตั้ง ซึ่งมีและเปึนเช่นนั้นมาโดยตลอด มีจริงมาโดยตลอดนะคะ ฉะนั้นดิฉัน ก็ขอนําเรียนต่อท่านประธานสภาฯ และกรรมาธิการยกร่างฯ ถึงประเด็นคําถามที่ท่านสอบถาม นะคะ ก็ได้รับฟังจากเวทีต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ