สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ แนะนำให้รัฐธรรมนูญครอบคลุมสถาบันการเมือง โครงสร้างอํานาจรัฐ และการใช้อํานาจรัฐ เพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมถึงการปรับปรุงการสรรหาสมาชิกสภาองคมนตรี การตรวจสอบอํานาจรัฐ การกระจายอํานาจให้ประชาชนในท้องถิ่น และการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งให้ประชาชนเลือกได้ 3 คนที่เขตเล็ก

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิก สสร. ที่เคารพรักทุกท่านนะครับ กระผม นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ สมาชิก สสร. หมายเลข ๐๔๕ ก็จะขออนุญาตอภิปรายในส่วนของกรอบที่ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบันการเมือง โครงสร้างอํานาจรัฐ ทั้งในเรื่องของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี รวมทั้งเรื่องการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งจะเปึนประโยชน์แด่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่กําลังรับชมรายการผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ รวมทั้งวิทยุรัฐสภา เอฟเอ็ม ๘๗.๕ เมกะเฮิร์ตซ์ (FM 87.5 Megahertz) กระผมอยากจะเสนอแนะเรื่องที่ได้รับฟังมาจากพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สสร. ของเราได้ลงพื้นที่ ในหลายจังหวัด หลายท้องที่ด้วยกันนะครับ ท่านประธานอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร เอง ก็ได้ เดินทางลงในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กระผมได้เรียนสอบถามท่าน สสร. วัชรา ท่านบอกว่ามีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมในการสัมมนา รับฟังความคิดเห็นที่นครศรีธรรมราชมากมายถึง หก เจ็ดร้อยคนนะครับ แล้วก็ถัดมา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์นี้เองที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านพลตํารวจโท ธรรมนิตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดสัมมนาใหญ่ ซึ่งมี ผู้ร่วมการสัมมนามากกว่า ๖๐๐ ท่านครับท่านประธาน เดินทางมาจาก ๑๙ จังหวัดของ ภาคอีสานนะครับ มาชุมนุมพร้อมกันที่ห้องประชุมสายสุรี จุติกุล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระผมเองก็ได้มีโอกาสไปร่วมในงานครั้งนี้ร่วมกับผู้ใหญ่ของ สสร. และสมาชิกอีกมากมายหลายท่าน โดยเฉพาะท่านรองประธานสภาฯ นะครับ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ได้นําทีม สสร. สิบกว่าท่านนะครับไปร่วมในงานครั้งนี้ โดยมีท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง แล้วก็ สสร. ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา และอีกหลายท่านไปร่วมในงาน ครั้งนี้ครับ พี่น้องประชาชนเข้าคิวกันยาวเหยียดเลยครับท่านประธาน เพื่อที่จะแสดง ความคิดเห็นนะครับ ดังนั้นสิ่งที่โพล (Poll) บางโพลนี่นะครับ ได้มีการสํารวจแล้วบอกว่าพี่น้อง ประชาชนตั้ง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ (percent) ไม่รู้เรื่องว่ารัฐธรรมนูญเปึนอย่างไร ตรงนี้กระผมคิดว่า โพลนั้นอาจจะมีความคลาดเคลื่อนบ้างนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากว่าเท่าที่พวกกระผมได้ลงพื้นที่ แล้วไปพบกับพี่น้องประชาชนมานั้น ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ขณะนี้มีความ ตื่นตัว อย่างยิ่งในการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็เสนอแนะสิ่งที่เปึนประโยชน์นะครับ

ในกรอบที่ ๒ นี้พี่น้องประชาชนจํานวนมากนะครับ ได้เสนอแนะดังนี้ อยากจะกราบเรียนท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ๑. คือในเรื่องของจํานวน สส. นะครับ ก็ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าอยากจะเห็นจํานวน สส. ที่ลดน้อยลงมาจาก ๕๐๐ คน เหตุก็เพราะว่าพี่น้องส่วนใหญ่เห็นว่าเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณมาก อยากจะให้มี การลดงบประมาณในส่วนนี้ลงมาบ้าง แล้วก็ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) หรือ สส. ในระบบ บัญชีรายชื่อนั้น ตรงนี้พี่น้องประชาชนก็ยังมีความคิดเห็นเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเห็นว่า ควรจะยกเลิกไปนะครับ เพราะว่า สส. ปาร์ตี้ลิสต์นั้นก็มีหลายคนบอกว่านอกจากจะมี นักวิชาการแล้วก็มีผู้รู้เข้ามาแล้วนี่ก็ยังมีนายทุนของพรรคการเมือง หรือว่ามีการไป ตอบแทนให้กับผู้สนับสนุนพรรคการเมือง เพื่อให้เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์อันดับต้น ๆ อันจะมีโอกาสได้รัฐมนตรีนะครับ ตรงนี้เขาก็ไม่อยากจะเห็นว่าจะเปึนการตอบแทนกัน ทางการเมือง แต่ว่าในขณะเดียวกันปาร์ตี้ลิสต์นั้นก็เป่ดโอกาสให้กับนักวิชาการ ให้กับผู้รู้ บางส่วนที่อาจจะไม่มีโอกาสหรือว่าไม่ถนัดที่จะลงพื้นที่นะครับ ก็จะได้เข้ามาทํางาน ทําหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากเรื่อง สส. ปาร์ตี้ลิสต์แล้วนะครับ ก็คือ สว. ท่านประธานครับ สว. นี้ก็ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนมีความเห็นดังนี้ครับ คือจํานวน ๒๐๐ ท่านนี่ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าสมควรที่จะให้ยังมีอยู่ ๒๐๐ ท่าน แต่ว่าวิธีการให้ได้มา ซึ่ง สว. นี่ก็ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่าน่าจะมาจากการเลือกตั้ง แต่ควรจะป่ดจุดอ่อนในเรื่องของสภาเครือญาติ สภาผัวเมีย หรือว่าผู้ใกล้ชิดกับนักการเมือง จะมีวิธีอย่างไร เราอาจจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ห้ามเครือญาติของนักการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้ง อันนี้ไม่ทราบว่าจะเขียนได้หรือเปล่า คือประชาชนพูดอย่างนี้จริง ๆ เลย แล้วก็อันที่ ๒ ก็คือนอกจากให้มาจากการเลือกตั้งแล้ว บางส่วนก็ยังบอกว่าน่าจะ มาจากทั้งการเลือกตั้งและการแต่งตั้งนะครับ การแต่งตั้งนั้นก็มีหลายวิธี คือมีทั้งว่า มาจากการแต่งตั้งโดยการสรรหาจากวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้นะครับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่จังหวัดระยอง ระยองมีการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนจํานวนมากบอกว่าอยากจะเห็น สว. มาจากการสรรหาของกลุ่มวิชาชีพ ต่าง ๆ คล้าย ๆ กับการสรรหาสมัชชาแห่งชาติ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยบอกว่าเพื่อที่จะได้มีตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสาขาอาชีพต่าง ๆ อยู่ใน สว. ตรงนี้กระผมก็มาทําหน้าที่แทนท่านแล้วนะครับ ผมได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาในที่ประชุม

แล้วก็ยังมีการพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของผู้เสียหายครับ ท่านประธาน ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบ ๒ นี้นะครับ แต่จะอยู่ในกรอบ ๓ เรื่องการตรวจสอบ อํานาจรัฐ พี่น้องประชาชนคนหนึ่งในจังหวัดระยองได้พูดถึงนิยามคําว่า ผู้เสียหาย ว่าประชาชน ทําไมไม่ได้เปึนผู้เสียหายตามกฎหมาย ปปช. มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ประชาชนน่าจะ มีสิทธิในการที่จะฟัองร้องนักการเมือง หน่วยราชการ แล้วก็หน่วยงานของรัฐที่กระทํา มิชอบ หรือว่ากระทําทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ตรงนี้เขาก็ฝากมา ซึ่งกระผมคิดว่า ก็เปึนประเด็นใหญ่ที่สําคัญมากประเด็นหนึ่งนะครับ

ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ นะครับ ก็ยังมีเรื่องของการกระจายอํานาจ และการ ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้หลายฝ์ายก็เห็นพ้องต้องกันนะครับว่าควรจะมีการกระจาย อํานาจออกไปให้ประชาชนในท้องถิ่นให้มากที่สุด แต่พี่น้องประชาชนก็พูดถึงปัญหา การทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. เทศบาล ว่ามีการเรียกรับเงินค่าก่อสร้าง อะไรต่าง ๆ ตั้งแต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ก็อยากจะฝากถึงท่านกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับว่า แนวทางเรื่องของการกระจายอํานาจออกไปสู่ส่วนท้องถิ่นนี้จะมีวิธีการใดที่จะทําให้เกิด การบริหารงานที่มีความสุจริต เที่ยงธรรม แล้วก็มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้มากที่สุดนะครับ

ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ นะครับ ก็มีพี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่เสนอแนะว่า เรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนหัวใจสําคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ยังเห็นว่านายกรัฐมนตรีนั้นควรมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง ทั้งนี้เพราะว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังหวาดระแวง แล้วก็กลัวว่าจะมีการสืบทอดอํานาจ โดยกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ว่าถ้าหากจะมีการเป่ดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ สส. มาเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ตรงนี้นี่จะต้องมีการพูดคุยและอภิปรายกันอย่างมาก ว่าความจําเปึน ที่จะเป่ดโอกาสให้คนนอกมาเปึนนายกรัฐมนตรีได้นั้นมีความจําเปึนมากน้อยขนาดไหนครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้โดยส่วนตัวแล้วผมเองก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีนั้น ควรมาจากการเลือกตั้งมากกว่ามาจากการแต่งตั้ง

อีกประการหนึ่ง คือเรื่องของระบบเขตการเลือกตั้งครับท่านประธาน นี่จะเปึน ประเด็นสุดท้ายที่กระผมจะพูดในชั้นนี้นะครับ ก็คือเขตเลือกตั้งนี่เดิมนั้น เมื่อป้ ๒๕๔๐ เราใช้ระบบ วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือเขตเดียว เบอร์เดียว เปึนเขตเล็ก ประมาณ ๒ ถึง ๓ อําเภอ แล้วก็พี่น้องประชาชนเลือกได้ ๑ คน ๑ เบอร์เท่านั้น ตรงนี้ทาง สสร. ทางยกร่างฯ ได้มีการประชุม แล้วก็เสนอแนะว่าน่าจะเปลี่ยนเขตเลือกตั้งให้ใหญ่ขึ้น มาเปึนเขต ที่มี สส. ได้ ๓ คน จาก ๒ ถึง ๓ อําเภอ อาจจะมาเปึน ๘ หรือ ๙ อําเภอ ตรงนี้พี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยนะครับว่าอยากจะเพิ่มให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ๓ เบอร์ หรือ ๓ คนที่ท่านได้กล่าวถึงนี้ ทาง สสร. ยกร่างฯ บอกว่าให้เลือกได้แค่เบอร์เดียว ซึ่งพี่น้อง ประชาชนจํานวนมากก็ยังเห็นว่าถ้าเปึนเขตใหญ่ขึ้นแล้วน่าจะให้เขาเลือกได้ ๓ เบอร์เลย แทนที่จะเลือกได้เบอร์เดียว ในส่วนของพรรคการเมืองทั้งหลาย แม้กระทั่งคุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ นะครับว่าถ้าขยายเขตให้ใหญ่ขึ้นเปึน ๓ เบอร์แล้ว แล้วก็ให้ประชาชนเลือกได้แค่เบอร์เดียว อันนี้จะไม่เปึนการส่งเสริมพรรคการเมือง ในท้ายที่สุดแม้กระทั่งพรรคเดียวกันก็ต้องไปแย่ง กันหาเสียง ตีกันตายครับในท้ายที่สุด แล้วก็ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ดังนั้นตรงนี้ น่าจะเปึนระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ คือให้เขตใหญ่ขึ้นแล้วก็มี ๓ เบอร์ แล้วก็ ให้ลงคะแนนได้ ทั้ง ๓ เบอร์ แทนที่จะลงได้แค่เบอร์เดียว นี่ก็เปึนประเด็นที่กระผมได้รับฟังมาจากพี่น้อง ประชาชนแล้วก็อยากจะเสนอแนะนะครับ ในส่วนของเรื่องแนวนโยบาย แห่งรัฐนะครับ ขอท้ายสุดเลย มีผู้ฝากมาเปึนนายทหารเกษียณแล้ว ท่านฝากกระผมมาว่าเรื่องแนวนโยบาย แห่งรัฐนั้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่เรียกว่า เมกะโปรเจคต์ (Mega project) นะครับ เมกะโปรเจคต์ทั้งหลาย เช่น การสร้างรถไฟฟัาใต้ดิน ๕ สายที่กําลังจะสร้าง หรือแม้กระทั่ง โครงการใหญ่ เช่น โครงการขุดคอคอดกระ หรือขุดคลองกระ ซึ่งมีการศึกษามากในวุฒิสภา ชุดที่แล้ว แต่ขณะนี้ก็เงียบหายไป ท่านบอกว่าถ้าคิดว่าจําเปึนแล้วก็มีประโยชน์ก็ขอให้เดินหน้า ทําต่อไปเถอะนะครับ แต่ขอให้มีการประหยัดงบประมาณให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ แล้วก็ให้ระมัดระวังเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการเขียน ทีโออาร์ (TOR – Terms of reference) อย่าให้เสียค่าโง่เหมือนกับค่าโง่ทางด่วนหกพันกว่าล้าน ซึ่งเราก็ได้ทางประธาน ศาลฎีกา ทางศาลฎีกามาช่วยไว้ จึงไม่ต้องเสียค่าโง่ทางด่วนหกพันสองร้อยล้าน กระผมก็ขอ อนุญาตเสนอไว้ ณ ที่นี้ และหวังว่าความคิดเห็นทั้งหลายที่กระผมได้เรียนนี้จะได้รับการรับฟัง จากท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่าน ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ