สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๒ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องเอกสารที่บิดเบือนข้อความในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่ากลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี พยายามบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับมาตรา ๒๖๖ และ 32-33 ของรัฐธรรมนูญ และวิพากษ์วิจารณ์หลักการในมาตรา ๕๒ พร้อมชี้แจงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ต่อท่ออำนาจให้กับคณะรัฐประหาร แต่เป็นการปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2540

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ กราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า ในช่วงของการทำหน้าที่ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเผยแพร่สาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครนั้น เราได้รับทราบสภาพปัญหา หลายเรื่อง หลายประการครับ โดยเฉพาะในช่วงท้ายของการทำหน้าที่เผยแพร่ สาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญนั้น พบว่ามีเอกสารที่นํามาแจกจ่ายจากบุคคลที่ไม่หวังดี โดยเฉพาะจากกลุ่มคนที่พยายามชี้นำประชาชนให้ช่วยกันคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เอกสาร ดังกล่าวนั้น ส่วนหนึ่งผมได้ฟังคําอภิปรายจากท่านกรรมาธิการยกร่างไปแล้ว ก็เปึน เอกสารตรงกันครับท่านประธานครับ เปึนเอกสารที่บิดเบือนข้อความในสาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติหลายเรื่องหลายราว ซึ่งผมเองเมื่อมีโอกาสลงพื้นที่ก็ได้ พยายามชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วก็ ๒๕ จังหวัด ในภาคกลางได้รับทราบ แต่ว่ายังคงมีการนำเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้มาเผยแพร่ ล่าสุด ก็ด้วยการส่งทางไปรษณีย์ไปถึงพี่น้องประชาชนทางบ้าน รวมไปถึงการใช้วิธีการใช้โทรศัพท์ลักษณะคล้าย ๆ โทรศัพท์ลูกโซ่ในการที่ชี้นำให้ ร่วมกันล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะขออภิปรายชี้แจงเพิ่มเติม อยู่สามสี่ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ก็คือ กลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีนั้นพยายามที่จะชี้นำว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติแล้วนี่ สส. และ สว. จะไม่สามารถทำหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชนได้ โดยอ้างบทบัญญัติของมาตรา ๒๖๖ ผมได้พยายามชี้แจงกับ พี่น้องประชาชนว่า ที่ถูกต้องตามความเปึนจริงแล้ว มาตรา ๒๖๖ นั้น เขียนขึ้นเพื่อปัองกัน ไม่ให้ สส. และ สว. เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ คนละเรื่อง กับกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีที่พยายามบิดเบือนว่า มาตรานี้เปึ้นมาตราที่กีดกันไม่ให้ สส. และ สว. เข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้ ผมเรียนต่อไปครับว่า เจตนารมณ์ในการที่ เราร่างมาตรา ๒๖๖ ขึ้นมานี้นี่ เนื่องจากบทบัญญัติเดิมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้มีการ บัญญัติให้ สส. และ สว. นั้นไปแทรกแซงเรื่องของข้าราชการประจำไม่ได้ แต่เฉพาะ ในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ผลของการใช้งานจริงของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ผ่านมา ๙ ป้ เราคงเห็น เปึนประจักษ์ได้ทุกคนครับว่า ข้าราชการการเมืองนั้นแทรกแซง ข้าราชการประจําตลอด มีการเปลี่ยนถ่ายอํานาจทางการเมืองเมื่อใด ก็จะมีการถ่ายโอน ข้าราชการประจำ เอาคนของตนเข้ามานั่งในตำแหน่งสำคัญ และโยกย้ายคนของ พรรคการเมืองอื่นออกไป ด้วยเหตุนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้เพิ่มเติมเงื่อนไขในการที่ จะปัองกันไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงข้าราชการประจำ ตั้งแต่เรื่องของการ ปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่เรื่องของการพิจารณาเลื่อนขั้น รวมไปถึงการโยกย้ายข้าราชการ ประจำ แต่ในที่สุดข้อมูลที่เราได้พยายามปรับปรุงขึ้นมา เพื่อให้มีความถูกต้องมากขึ้น จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ถูกคนที่ไม่หวังดีมาบิดเบือนเปึนว่า มาตรา ๒๖๖ เปึนมาตรา ที่กีดกันไม่ให้ สส. และ สว. เข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน

อีกประเด็นหนึ่งครับที่มีการบิดเบือน ก็คือ ในประเด็นที่พยายาม กล่าวอ้างว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการใช้บังคับแล้ว ในมาตรา ๓๒ และ ๓๓ นั้น จะเปึนเหตุให้ประชาชนต้องถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในเรื่องที่เกี่ยวกับเคหสถาน โดยพยายามไปชี้นําครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป่ดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถ เข้ามาค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล ผมได้ชี้แจงให้ทราบครับว่า ในเรื่องนี้นี่แท้ที่จริง แล้วมีอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๓๕ เดิม เรื่องการค้น เคหสถาน ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บัญญัติไว้อย่างนี้ครับว่า การค้นในที่เคหสถานนั้น จะกระทําไม่ได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจตามกฎหมาย แต่เวลาเราร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา เราเห็นครับว่า ตรงนั้นคือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราจึงได้มาปรับปรุงแก้ไขใหม่ ในมาตรา ๓๓ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดไว้ชัดเจนเลยครับว่า การค้นเคหสถาน นั้นจะกระทำไม่ได้ เว้นแต่มีหมายหรือคำสั่งของศาล ดังนั้นการที่บุคคลกลุ่มนี้ไปพยายาม บิดเบือนว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านแล้วสามารถค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลนั้น จึงเปึนการบิดเบือนข้อเท็จจริงจากขาวเปึนดำ

ประเด็นต่อไปครับ ท่านประธานครับ เรื่องของสวัสดิการในการ รักษาพยาบาล ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการกําหนดสิทธิของประชาชนที่จะได้รับการ บริการสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน นั่นคือประการที่ ๑ ในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในเรื่องของการได้รับบริการสาธารณสุขว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านการประกาศใช้บังคับ ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของการได้รับ บริการสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐานเสมอกัน นั่นคือหลักการสำคัญที่ ๑ หลังจากนั้นได้มีการบัญญัติหลักการสําคัญประการที่ ๒ ไว้เปึนการเฉพาะสําหรับ ผู้ที่ยากไร้ว่า ในส่วนของประชาชนที่เปึ้นผู้ยากไร้นั้นจะได้รับการรักษาพยาบาลฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หลักการในมาตรา ๕๒ นั้น จึงแบ่งเปึ้นหลักการ ๒ หลักการ อย่างที่ผมเรียนให้ที่ประชุมทราบ หลักการที่ ๑ ก็คือสิทธิของประชาชนนั้นเสมอกัน ในการที่จะได้รับบริการสาธารณสุข หลักการที่ ๒ คือผู้ยากจนมีสิทธิได้รับบริการฟรี ผู้ที่ไม่หวังดีก็เอาไปบิดเบือนอีกครับว่าจะเปึนการแบ่งชนชั้น จะเปึนการสร้างผู้ยากไร้ เทียมขึ้นมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เปึนการนำเสนอข้อมูลที่เปึนเท็จต่อประชาชน

ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะกราบเรียนเสนอที่ประชุม ก็คือว่า ในระหว่าง ของการนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ มีประเด็นที่ประชาชนบางส่วนได้รับ การถ่ายทอดข้อมูลที่ผิด และก็มานําเสนอ มาตั้งเปึนคําถามในเวที ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้ถูกยกร่างขึ้น เพื่อพยายามต่อท่ออำนาจให้คณะรัฐประหารจริงหรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนร่างรัฐธรรมนูญฉบับพิมพ์เขียวหรือไม่ การที่สร้างสภาร่าง รัฐธรรมนูญขึ้นมานั้นเปึ้นเพียงแบบพิธีกรรมในการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมได้ชี้แจงกับ พี่น้องผ่านเวทีต่าง ๆ ที่มีการตั้งคำถามนี้ โดยบอกให้พี่น้อง ถ้าพี่น้องได้มีการติดตาม การถ่ายทอดการทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในช่วงที่เรามีการพิจารณา ชั้นแปรญัตติ จะเห็นได้ว่า พวกเราทำงานกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเที่ยงคืน โดยประมาณ เปึนเวลาติดต่อกัน ๑๘ วัน ท่านจะเห็นว่าพวกเราถกเถียงกัน ท่านจะเห็นว่า พวกเราต่อสู้กันในเรื่องแนวความคิดระหว่างกรรมาธิการยกร่างกับสมาชิกสภาร่าง ในฐานะที่เปึ้นผู้ขอแปรญัตติ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะเปึนเครื่องยืนยันแทนคําตอบได้ว่า พวกเราทำงานตามใบสั่งของใครหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับ พิมพ์เขียวหรือไม่ เราร่างรัฐธรรมนูญเพื่อต่อท่ออํานาจให้กับคณะรัฐประหารหรือไม่ เมื่อได้ชี้แจงไปเช่นนี้ ประชาชนยอมรับว่าเปึนความจริง ยิ่งเราได้นำเสนอให้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายเรื่อง หลายประเด็น ที่มีการปรับปรุงแก้ไขในชั้นแปรญัตติ ล้วนมาแต่ข้อเสนอจากพี่น้องประชาชนที่ได้นำเสนอให้แก่พวกเรา ในชั้นที่พวกเราออกไป รับฟังความคิดเห็น ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจครับท่านประธาน ท่านเข้าใจดีว่า พวกเราได้ พยายามสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยมีพื้นฐานมาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้วเอามาศึกษาวิเคราะห์ว่า จากการบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีจุดไหน เปึ้นจุดบกพร่อง มีจุดไหนเปึนจุดอ่อน มีจุดไหนที่เปึนช่องทางที่นักการเมืองที่มีเจตนา ไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อแผ่นดินได้พยายามใช้เปึนช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับ ตัวเอง ให้กับพรรคการเมืองของตัวเอง เราก็นำจุดตรงนั้นมาปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นการที่ บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ต่อท่ออํานาจให้กับคณะรัฐประหารนั้น จึงไม่เปึนความจริง นอกจากนี้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังถูกกล่าวหาโดยการบิดเบือน ประเด็นอีกครับว่า ในการที่กําหนดให้มีการตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมาย กําหนดให้มีการตั้ง องค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมภายใน ๑ ป้ นับจากวันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการ ประกาศใช้ เปึนการสืบทอดอํานาจของกฎหมายเผด็จการ ผมไม่เข้าใจครับว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คิดได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เราได้พยายามนำเสนอว่า การที่เราตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมาย ก็ดี เราตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมก็ดี เราระบุไว้ชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ว่า องค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นจะต้องเปึนองค์กรอิสระ กระบวนการปฏิรูปกฎหมายนั้น จะไม่ได้อยู่ภายใต้ความครอบงําของภาครัฐโดยสิ้นเชิง มิเช่นนั้นเราคงไม่กําหนดให้ชัดเจน ครับว่า องค์กรที่จะมาทําหน้าที่ปฏิรูปกฎหมายของประเทศ ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นภายใน อนาคตนั้นจะต้องเปึ้นองค์กรอิสระ และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ซึ่งในช่วงเวลานั้น เราเชื่อได้ว่าจะเปึนช่วงเวลาที่ประเทศไทยนั้นกลับคืนสู่สภาพปกติ เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า เรามีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง เราได้มาซึ่งสภาวุฒิสภา ซึ่งจะทําหน้าที่ร่วมกันเปึ้นรัฐสภาในการที่จะพิจารณาในเรื่องของ การปฏิรูปกฎหมายของประเทศ ด้วยเหตุนี้การที่มีการกล่าวอ้างว่า เราจัดตั้งองค์กรปฏิรูป กฎหมายมาเพื่อสืบทอดกฎหมายเผด็จการนั้น จึงเปึนการกล่าวอ้างที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ยังมีอีกจุดหนึ่งครับ ที่มีกลุ่มพยายามดึงเข้ามาให้เห็นว่า การร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเปึนการร่างรัฐธรรมนูญที่ขาดความชอบธรรม ก็คือประเด็น มาตรา ๓๐๙ ครับ ๓๐๙ ถูกหยิบยกขึ้นมาเปึนคำถามแทบทุกเวที โดยกล่าวหาว่า มีมาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวนั้น เปึนการทําลายร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มาตรา ๑ ถึง มาตราที่ ๓๐๘ ผมได้ชี้แจงไปอย่างนี้ครับว่า ๓๐๙ แท้ที่จริงแล้วมิได้เกิดขึ้นเพื่อที่จะมา นิรโทษกรรมให้กับการกระทำใด ๆ ของคณะรัฐประหารเลย การนิรโทษกรรมนั้นได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๐๙ ไม่ได้ที่จะสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ไม่มี ถ้อยคำใดในมาตรา ๓๐๙ ที่บัญญัติไว้เช่นนั้น แต่ก็ถูกหยิบยกว่า ๓๐๙ นั้นเขียนขึ้นมา นิรโทษกรรมการกระทำของคณะรัฐประหารที่ผ่านมา รวมไปถึงรองรับการกระทำ รัฐประหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ผมได้ขอให้ไปพิจารณาทบทวนว่า การกระทำของ คตส. หรือคณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ทำให้รัฐเสียหาย คำพิพากษาของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พิพากษาให้ยุบพรรคการเมือง ท่านต้องการให้การกระทำ เหล่านี้ยังคงอยู่ในระบบกฎหมายที่ถูกต้องไหม ท่านต้องการให้ คตส. ดำเนินการ ตรวจสอบเพื่อให้คำตอบกับประชาชนไหมครับว่า สิ่งที่ คตส. ตรวจสอบนั้น ในที่สุดนั้น ผลการพิจารณาคดีของศาล นักการเมืองที่ถูกกล่าวหานั้นจะต้องไปพิสูจน์ตัวเองบนศาล กระบวนการต่าง ๆ ของกระบวนการยุติธรรม ในที่สุดจะเปึนกระบวนการในการที่จะมา ชี้ให้เห็นว่า ผลการทํางานของ คตส. นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร แต่ถ้ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ผ่านประชามติและมีผลทําให้รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๙ เปึ้นอันถูกยกเลิกไป เชื่อแน่ ครับว่าจะมีหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียอํานาจ หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาจากการตรวจสอบ ของ คตส. อาจจะหยิบยกประเด็นปัญหาขึ้นมากล่าวอ้างว่า เมื่อรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๙ ต้องถูกยกเลิกไปแล้ว กิจกรรมต่าง ๆ คำสั่งต่าง ๆ ของ คมช. ซึ่งรวมไปถึงการแต่งตั้ง คตส. รวมไปถึงการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะมีผลกระทบในทาง กฎหมายไปด้วย แล้วจะถูกกล่าวอ้างว่า บุคคลเหล่านั้น หรือหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นได้ ทำหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเพื่อเปึนการร้องรับการกระทำที่เพื่อรักษา ผลประโยชน์ของบ้านเมือง เพื่อตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ ผมเห็นด้วยครับว่า จำเปึ้นที่จะต้องมีมาตรา ๓๐๙ ภายหลังที่ได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึง ความสําคัญของมาตรา ๓๐๙ ความจําเปึนของมาตรา ๓๐๙ ที่จําเปึ้นต้องมี ส่วนใหญ่ เข้าใจครับ ท่านประธานครับว่า มิได้มีขึ้นเพื่อรองรับการกระทำนอกรัฐธรรมนูญ แต่ตรงกันข้าม มีไว้เพื่อรองรับการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของนักการเมือง ถ้าตรวจสอบแล้วท่านเหล่านั้นบริสุทธิ์ ปัญหาต่าง ๆ ก็ยุติครับ ทั้งหมดก็คือเปึนการรายงาน เกี่ยวกับเรื่องของการทําหน้าที่เผยแพร่สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญของภาคกลาง ซึ่งกระผมเปึนประธานอยู่ และก็ได้ประสบปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ท้ายที่สุดมีบางจังหวัด ในพื้นที่ของภาคกลางที่พบว่ามีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีในการที่ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อที่จะ ชักนำให้ประชาชนล้มรัฐธรรมนูญ ได้มีการเผยแพร่สติกเกอร์ (Sticker) สีแดง มีข้อความ ชักนำให้ประชาชนเรียกร้องให้นักการเมืองในอดีตบางคนกลับมา ตรงนี้ทำให้เห็น ได้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับว่า การที่มีบางคนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ล้ม รัฐธรรมนูญนั้นมิได้กระทําด้วยเจตนาบริสุทธ์ กระทําโดยมีเจตนาแอบแฝง โดยซ่อนเร้น ผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่ด้วย ดังนั้นก็ขอกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชน ผ่านท่านประธานนะครับว่า การที่มีการพยายามสร้างกระแสในการปลุกให้ล้ม รัฐธรรมนูญ ให้คว่ํารัฐธรรมนูญก็ดี ถ้าเปึนการกระทําโดยเจตนาบริสุทธิ์ เปึ้นความคิดเห็น ที่แตกต่างโดยไม่มีเจตนาซ่อนเร้น เปึนสิ่งที่เรารับไว้พิจารณาได้ แต่ถ้าเปึนการกระทำโดย มีเจตนาซ่อนเร้น เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ถือได้ว่าบุคคลเหล่านี้มีเจตนาที่บ่อน ทำลายประเทศไทย พี่น้องประชาชนต้องพึงระวังให้ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ได้พยายาม ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนทุกครั้งที่มีโอกาสไปชี้แจงผ่านเวทีที่กรรมาธิการภาคกลาง ได้ตั้งไว้ ก็ขออนุญาตชี้แจงผ่านห้องประชุมแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ