สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๒ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

พิสิฐ ลี้อาธรรม เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ที่สภาประชุม เสนอความเห็นว่า ร่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเห็นส่วนตัวของสมาชิกสภา แต่เป็นผลจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ พิสิฐยังบอกว่า ร่างนี้มีความแตกต่างจากฉบับก่อน ๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ไม่ได้มีบัญญัติเกี่ยวกับวินัยการเงินและการคลัง และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง พิสิฐเห็นว่า ความวุ่นวายของบ้านเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็เพราะความไม่มีจริยธรรมของนักการเมืองบางท่าน และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พิสิฐจึงเสนอร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ฉบับนี้เพื่ออ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ ผมเปึนกรรมาธิการยกร่าง และเปึนสมาชิก สสร. รวมทั้งเปึนโฆษกของ กรรมาธิการยกร่างด้วยครับ ที่ผมขออนุญาตที่จะพูดในวันสุดท้ายของการที่เราจะต้อง ประชุมเพื่อที่จะมีการลงประชามติกันในวันพรุ่งนี้ ก็เนื่องจากกระผมเองได้เล็งเห็นว่า ที่ผ่านมานั้นมีความเคลื่อนไหวบางประการ ที่ถ้าหากไม่ได้มีโอกาสได้นำไปชี้แจง ให้ประชาชนได้รับทราบนี่ ก็อาจจะเปึนการเสียโอกาสโดยใช่เหตุนะครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอที่จะใช้เวลาไม่มากนักที่จะเล่าถึงประสบการณ์ในความเห็นของกระผมเกี่ยวกับ เรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับเรื่องของประเด็นบางประเด็นที่จะชี้ให้เห็นว่า ถ้าประชาชนจะได้รับร่างฉบับนี้นะครับ ที่ สสร. ได้ทำขึ้นมา เทียบกับการที่ไม่รับร่างฉบับนี้ หรือว่าไปรับร่างฉบับอื่น เช่น ฉบับป้ ๒๕๔๐ หรือฉบับอื่นใดก็แล้วแต่นี่ ความแตกต่าง จะเปึนอย่างไรนะครับ ก่อนอื่นกระผมก็จะขออนุญาตที่จะเรียนว่า ฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ สสร. ชุดนี้ โดยเฉพาะกรรมาธิการยกร่างได้ดำเนินการมาเปึนเวลาครบถ้วน ๑๘๐ วัน ตามกําหนดของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๙ นั้น เราไม่ได้ทําโดยลําพัง ที่ผ่านมา นั้นคณะกรรมาธิการยกร่างได้พยายามที่จะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยมี สสร. อีกสามในสี่ ก็คือ ๗๕ ท่านนี่นะครับ ที่ไปออกสู่สนามในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ร่วมพันเวทีด้วยกันนะครับ แม้กระทั่งกรรมาธิการยกร่างเองที่ประชุมร่วมกันมาก็ยังต้องไป ออกพบปะประชาชนในช่วงที่มีการรับฟังความคิดเห็น จนกระทั่งร่างแรกออกมาเมื่อเดือน เมษายน นะครับ จากนั้นมาก็ได้มีการปรับปรุงร่างแรกในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน มีการประชุมใน สสร. ของเราเกือบทั้งเดือน จนกระทั่งได้เสร็จสิ้น แล้วก็ออกมาเปึน ร่างฉบับสุดท้ายเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ทั้งหมดนี้ที่จะขอต่อกย้ำก็คือว่า ร่างที่ออกมานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของ สสร. หรือกรรมาธิการยกร่างเท่านั้น แต่เปึ้นผลพวง มาจากความคิดเห็นของประชาชนทั่วทั้งประเทศ จากเวทีต่าง ๆ ที่ได้ส่งเข้ามาเปึนหลักนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ได้ถือเอาความคิดเห็นส่วนตัว หรือความรู้ส่วนตัวของเราเปึนหลัก นะครับ เราได้พยายามที่จะผสมผสานความเห็นต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนหลายประการด้วยกัน ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากความเห็นส่วนใหญ่เปึนอย่างนั้น ก็ต้อง เปึนไปตามนั้น หลายประการก็มีการยกมือกัน แล้วก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน อย่างเฉียดฉิว ก็คือหมายถึงว่า ขณะนี้ออกมาก็อาจจะเฉียดฉิวนะครับ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ ออกมาอย่างไรนี่ ไม่ว่าจะในเวทีของกรรมาธิการยกร่างก็ดี หรือใน สสร. แห่งนี้ก็ดี เราก็รับ มติเสียงส่วนใหญ่ว่า ถือว่าเปึนสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้เกิดขึ้น ในร่างชุดที่เรานำเสนอในป้ ๒๕๕๐ นี้มีสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ แม้กระทั่ง ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้มีบัญญัติ ไว้ชัดเจน ก็คือเรื่องของหมวดการเงิน การคลังและงบประมาณ ซึ่งเปึนหมวดที่ ๘ และ ในเรื่องของจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ซึ่งเปึนหมวด ๑๓ ซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนทางบ้านที่ได้รับเอกสารฉบับสีเหลือง ซึ่งเราได้แจกจ่ายไปทั้งหมด ๑๙ ล้านฉบับ นี่นะครับ คงจะสามารถเป่ดอ่านได้ อันนี้จะเปึนความแตกต่างที่สําคัญจากรัฐธรรมนูญ ป้ก่อน ๆ โดยเฉพาะป้ ๒๕๔๐ ที่ไม่ได้มีบัญญัติเรื่องเกี่ยวกับวินัยการเงิน การคลังไว้ ที่ไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองเอาไว้ และผมก็เห็นว่า ความวุ่นวายของบ้านเมืองที่ได้เกิดขึ้นในช่วง ๒ ป้ที่ผ่านมานี้นะครับ เหตุผลหลักเลยก็คือ เกิดจากความไม่มีจริยธรรมที่เหมาะสมของนักการเมืองบางท่านนะครับ แล้วก็ได้มีการ ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มีการระบุในเรื่องของวินัย การเงิน การคลังไว้อย่างชัดเจนนะครับ ถึงแม้ว่าในเวทีของการนำเสนองบประมาณ แผ่นดินประจำป้จะมีการต่อกย้ำถึงการมีวินัยการคลังก็ตาม แต่เมื่อออกจากสภาไปแล้วนี่รัฐบาลท่านก็สามารถที่จะใช้วิธีการต่าง ๆ เอาเงิน นอกงบประมาณทุกรูปแบบมาใช้ รวมไปถึงการทำงานบางประเภท อย่างเช่น นำเอาเงิน จากหวยใต้ดินมาเปึนหวยบนดินแล้วก็ไปแจกจ่ายใช้ โดยที่ไม่มีใครทราบว่าได้ใช้ไปเท่าไร ใช้อย่างไร เกิดประโยชน์สักแค่ไหนนะครับ เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ ของเรานี่ เราจึงได้อุดช่องโหว่ข้อนี้ไว้นะครับ เพื่อที่ว่าหากมีการนำเอาเงินนอกงบประมาณ อื่นใดมาใช้นี่ ก็จะต้องมีการนำเสนอต่อสภานะครับ อย่างน้อยประชาชนก็จะได้รับทราบ สามารถตรวจสอบได้นะครับ อันนี้คือตัวอย่างอันหนึ่งที่เปึนสาระสำคัญของความแตกต่าง ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เรานำเสนอในวันพรุ่งนี้ และให้ประชาชนได้พิจารณา ลงประชามตินะครับ เทียบกับฉบับก่อน ๆ ที่ไม่ได้มีการระบุสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ขณะเดียวกัน ในเรื่องของศีลธรรมของนักการเมืองนี่นะครับ ก็ได้มีการเขียนให้เปึ้นที่แจ้งชัดว่า ผู้ดำรง ตำแหน่งการเมืองนั้นจะต้องมีการประพฤติปฏิบัติอย่างไรบ้าง โดยมีประมวลจริยธรรม ซึ่งแต่ละแห่ง แต่ละที่จะต้องมีการบัญญัติขึ้นมา แล้วก็มีผู้ตรวจการรัฐสภาทําหน้าที่ ในการดูแล และถ้าหากมีผู้ดำรงตําแหน่งการเมืองท่านใดทําผิดจริยธรรม ก็จะถือว่า มีความผิดเสมือนหนึ่งผิดวินัยนะครับ แล้วก็อาจจะต้องมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่ของเขาได้ นะครับ ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่า เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนพึงจะได้ประจักษ์ว่า เปึนความแตกต่าง ที่ชัดเจนระหว่างฉบับที่เรานำเสนอกับฉบับก่อน ๆ เพราะฉะนั้นหากพี่น้องประชาชนจะ ไม่รับร่างฉบับนี้ เราจะหวังได้อย่างไรว่านักการเมืองจะมีหลักในเรื่องของจริยธรรม หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการเงิน การคลังนี่ ถ้าหากไม่ได้มีบรรจุไว้ เขาก็จะสามารถ ใช้จ่ายเงินโดยไม่มีข้อบเขต โดยเฉพาะในส่วนที่เปึ้นเงินนอกงบประมาณนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ ผมก็ขออนุญาตชี้แจงเพียงสั้น ๆ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ในระหว่างที่เรากำลังเผยแพร่เนื้อหา ของร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยู่นี้นะครับ ก็ได้เกิดมีการให้ข้อมูลต่าง ๆ นานาที่ไม่ค่อย ถูกต้องนะครับ ซึ่งเพื่อนกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว แต่กระผมขออนุญาต ยกมาประเด็นหนึ่ง ก็คือได้มีเอกสารพูดถึงเรื่องของงบประมาณทหารนะครับ โดยบอกว่า งบประมาณทหารในป้ ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนงบประมาณที่รัฐบาลปัจจุบันได้นำเสนอนะครับ มีจำนวนเพิ่มขึ้นนะครับ มีจำนวนถึง ๒ แสนกว่าล้าน แล้วก็บอกด้วยว่ายุทธศาสตร์ ความยากจนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี่ได้รับเพียง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านนะครับ แล้วก็พูด ในทํานองที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เปึ้นการสนับสนุนงบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งให้ งบทหารมากกว่างบความยากจน ประเด็นนี้ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับว่า การนำเสนอ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ของรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นนี่ ท่านนำเสนอตามกรอบของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๑ นะครับ ป้ ๒๕๕๑ ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ ยังอยู่ในการพิจารณาของพี่น้องประชาชนที่จะมีการลงประชามติ ในวันพรุ่งนี้ แต่งบประมาณป้ ๒๕๕๑ นี้นี่รัฐบาลท่านได้นําเสนอเข้าสู่การประชุมของ สนช. มาแล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน นะครับ และขณะนี้ก็อยู่ในขบวนการของการดูแล ของคณะกรรมาธิการงบประมาณ เพราะฉะนั้นตัวเลขต่าง ๆ ที่จะมีมากมีน้อยนี่ เปึ้นดุลพินิจของรัฐบาลชุดปัจจุบันนะครับ การที่จะเอาเรื่องของตัวเลขการจัดสรร งบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนข้อมูลที่นำเสนอในรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ไม่ได้เกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญป้ที่เรากําลังนําเสนอนี้นะครับ มาปะปนกันนี่ แสดงถึงความพยายามที่จะ นำเอา ๒ เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาปะปีนกัน ขณะเดียวกันผมก็ขออนุญาตชี้แจงว่า การที่ สสร. ชุดนี้ต้องบัญญัติในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณให้แก่ทหารว่า ต้องมี ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเปึนและเพียงพอแล้วนี่ คำพูดเหล่านี้ก็เปึน คําพูดที่ผมเห็นว่าก็ไม่ผิดพลาดนะครับ เปึนคําพูดที่ถูกต้อง เหมาะสม ประเทศใด ๆ ก็แล้วแต่ ก็ต้องพยายามดูแลให้ประเทศของตนนั้นมีระบบของการปัองกันประเทศ ที่ทันสมัย และจําเปึน และเพียงพอ ผมถือว่าถ้อยคําที่เราใส่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่นําเสนอในวันพรุ่งนี้นะครับ เปึนคํากลาง ๆ ที่ให้รัฐบาลในอนาคตนี่ได้ใช้ดุลพินิจในการ จัดสรรงบประมาณ จึงไม่เกี่ยวกับตัวเลขที่มีการนำเอาใบปลิวมาแจกว่า ทำให้เกิดการ จัดสรรงบทหารนี่มากเกินขอบเขตนะครับ ขณะเดียวกันก็ขอกราบเรียนว่า ตัวเลข ๒ แสนกว่าล้านดูเหมือนจะมากก็จริง แต่พี่น้อง ทางบ้านต้องเปรียบเทียบ ๒ แสนกว่าล้านที่ทางทหารได้รับกับงบประมาณทั้งประเทศ นะครับ ซึ่งมีอยู่กว่า ๑.๖ ล้านล้านบาท นะครับ เพราะฉะนั้นก็มีเพียงประมาณสิบกว่า เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แล้วก็เปึนอัตราที่เปึนปกติวิสัยที่เปึนมาทุกป้นะครับ ที่งบทหาร ก็จะมีประมาณหนึ่งในห้า หนึ่งในหก มาโดยตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ผมก็ขออนุญาตเรียนชี้แจง เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดความไขว้เขวในส่วนนั้นนะครับ ยังมีอีก ๒ ประเด็นที่ผมขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ แรงงานที่เพื่อน สสร. ของกระผม คุณสมเกียรติได้ชี้แจงไปแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับแรงงานว่า มาตรา ๘๔ (๗) นี่ ได้มีการพูดถึงเรื่องของพี่น้องแรงงานนะครับว่า ให้ได้รับสวัสดิการ ให้ได้รับความเปึ้นธรรม และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ผมขอกล่าวย้ำนะครับว่า ในขณะนี้นี่ ในประเทศของเราเกิดปัญหาในเรื่องของแรงงานขึ้นมาว่า มีแรงงานประเภทหนึ่งที่มีการ เข้ามาทำงานในลักษณะของ เรียกกันว่า เอาต์ซอร์ส (Outsource) หรือเหมาช่วงนะครับ แม้กระทั่งคนขับรถของผมเองก็อยู่ในขอบข่ายส่วนนี้ คนกลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ น่าสงสาร เพราะว่าเมื่อถูกนำเข้ามาทำงานนี่ งานที่ทำก็เปึนลักษณะเดียวกับลูกจ้าง ปกติที่เขามีอยู่ แต่อาจจะไม่ได้สวัสดิการ ไม่ได้ค่าจ้าง ไม่ได้ผลตอบแทนเท่าเทียม กับคนงานปกติ จะถูกเลิกจ้างเมื่อไรก็ถูกเลิกจ้างได้ทันทีนะครับ ซึ่งประเด็นนี้นะครับ ก็กลายเปึนช่องโหว่ทางกฎหมายแรงงาน ที่เป่ดช่องให้ผู้จ้างนี่นะครับ ซึ่งมักจะเปึน นักลงทุนต่างประเทศนี่ อาศัยการจ้างเหมาช่วง หรือเอาต์ซอร์สนี่นะครับ ใช้แรงงานไทย ในลักษณะที่ว่านี้ พอไม่ต้องการก็โละทิ้งได้โดยง่ายโดยที่ไม่ต้องมีการจ่ายค่าชดเชย ประการใด เพราะถือว่าเปึนการจ้างเหมาช่วง แต่ว่ามาตรา ๘๔ (๗) ของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ ได้ดูแลพี่น้องแรงงานส่วนนี้นะครับ ซึ่งมีจำนวนเปึ้นแสน ๆ คน ที่ถูกจ้าง เข้ามาในลักษณะเหมาช่วงนะครับ ไม่ได้เปึ้นพนักงานปกติ แต่ทำงานในลักษณะเดียวกับ พนักงานปกติ แต่กลับไม่ได้รับความเปึนธรรม ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับสวัสดิการ หรือแม้กระทั่งไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำป้ เปึนต้น จากนี้ไปนะครับ หากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ของเรา ได้รับการผ่านการรับรองจากพี่น้องในวันพรุ่งนี้ เพื่อนผู้ใช้แรงงานที่ ทำงานในลักษณะเหมาช่วงเหล่านี้นี่นะครับ ก็จะสามารถที่จะอ้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า ตนเองถูกเลือกปฏิบัติมิได้ เปึนการขัดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นนายจ้างทุกรายจะต้องให้ ความเท่าเทียมกันแก่ลูกจ้างที่ต้นเองจ้างเข้ามา ไม่ว่าจะเปึนการจ้างโดยลักษณะเหมาช่วง หรือเปึนการจ้างโดยลักษณะของลูกจ้างโดยตรง ให้ได้ค่าจ้างและสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน อีกประเด็นหนึ่งที่มีการโต้แย้งกันมาก ก็คือ เรื่องของ สว. มีการกล่าวหากันว่า สว. สรรหานั้นนี่ เปึนอํามาตยาธิปไตย เพราะเปึน การให้อํานาจกับผู้สรรหา ก็คือ ฝ์ายของตุลาการเปึ้นผู้เลือกเข้ามานะครับ ซึ่งตรงนี้ ผมขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมจากเพื่อนกรรมาธิการที่เมื่อสักครู่ได้กล่าวชี้แจงไปแล้ว นะครับว่า ประเด็นนี้นี่นะครับ ในขั้นของกรรมาธิการยกร่างนี่ เราได้มีการพิจารณากัน อย่างค่อนข้างที่จะลึกซึ้งพอสมควร โดยเริ่มจากความคิดที่ว่า ควรจะมี สว. หรือไม่นะครับ เพราะ สว. ที่ผ่านมานั้นนี่ มักจะมีปัญหาต่าง ๆ นานา ที่ทำให้เรานี่เกิดความรู้สึกว่า สว. อาจจะไม่เปึนประโยชน์นักนะครับ ควรจะเลิกเสียดีกว่าไหมนะครับ ยิ่งถ้าให้มีการ เลือกตั้งแล้วนี่ ก็จะมีการใช้ฐานเสียงฐานเดียวกัน ผู้ที่มาเปึน สว. ก็มักจะเปึนเครือข่าย เดียวกับเครือข่ายของผู้มาเปึน สส. เปึนต้น เพราะฉะนั้นความเปึนกลางของ สว. นั้นนี่ ก็เปึนสิ่งที่เราก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่า จะมีความเปึนกลางได้จริงหรือเปล่าอย่างที่เรา ต้องการ เพราะเราต้องการ สว. ที่เปึนกลาง แล้วก็ไม่ฝักใฝ์การเมืองนะครับ สุดท้ายเราก็มี ข้อสรุปว่า สว. ควรต้องมี เนื่องจากจะได้ช่วยกลั่นกรองกฎหมายให้กฎหมายนั้นนี่มีความ รอบคอบมากขึ้น หากให้มีสภาเดียว คือ สภาผู้แทนนี่ กฎหมายก็อาจจะผ่านได้โดยง่าย และก็ทําให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นว่าควรจะต้องมี สว. เมื่อต้องมี สว. นะครับ ก็จะต้องมาดูต่อว่าควรจะเปึน สว. โดยวิธีไหน ถ้าเปึนแบบแต่งตั้งอย่างเมื่อก่อนก็คงจะไม่เหมาะสม เพราะว่ากลายเปึน เครื่องมือของผู้แต่งตั้งไป ถ้าเปึนระบบเลือกตั้ง ก็จะเกิดพฤติกรรมอย่างที่เราเห็นกันมา ใน ๒ ครั้งที่ผ่านมานะครับ ก็ทําให้เราก็เห็นประโยชน์น้อยมากกับการมี สว. ถึงขั้นที่ว่า สว. บางท่านมีความคิดว่าควรจะเลิกเสียดีกว่านะครับ สุดท้ายเมื่อเรายังคิดว่าต้องมีนี่ ก็เลยต้องหาทางออกโดยให้ครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง ทุกจังหวัดนี่เลือกได้ ๑ คน ๗๖ จังหวัด ก็จะมี ๗๖ คน อย่างน้อยก็มี สว. เลือกตั้งอย่างที่เราต้องการ ขณะเดียวกัน ก็มี สว. สรรหาที่สรรหาจากอาชีพต่าง ๆ นะครับ เช่น จากเกษตรกร จากผู้ใช้แรงงาน จากนักบัญชี จากนักกฎหมายเหล่านี้เปึนต้น ซึ่งท่านเหล่านั้นนี่ถ้าให้ไปสู้กัน ในสนามเลือกตั้งนี่ รับรองแพ้นักเลือกตั้งหลาย ๆ ฝ์ายที่สามารถเข้ามาโดยอาศัยฐานเสียง ที่เขามีอยู่แล้ว ซึ่งมักอาจจะเปึนผู้ที่ใกล้ชิดกับนักการเมือง หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้รับเหมา เปึ้นต้น เพราะฉะนั้นระบบสรรหาที่เราพึงประสงค์ที่อยากได้ในงวดนี้นะครับ เราอยากได้ จากหลากหลายอาชีพ เราหวังว่าผู้ที่เปึนเกษตรกรนี่จะได้มีโอกาสมาเปึน สว. อย่างแท้จริง นะครับ เพราะที่ผ่านมานั้นผู้ที่เปึนเกษตรกรโอกาสที่เปึน สว. อย่างแท้จริงนี่เปึนไปได้ ยากมาก หรืออาชีพต่าง ๆ หลายอาชีพ ซึ่งควรจะมีโอกาสเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ทำหน้าที่ เปึ้นปากเปึ้นเสียงในการดูแลออกกฎหมาย ในการที่จะตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในการที่จะ ถอดถอนนักการเมือง หรือในการที่จะมีการให้ความเห็นชอบแก่การแต่งตั้งกรรมการ องค์กรอิสระนะครับ อํานาจเหล่านี้จริง ๆ เปึนอํานาจที่น้อยกว่าการเปึน สส. เพราะไม่มี อํานาจในการเข้าไปบริหารประเทศนะครับ หรือเข้าไปล้มรัฐบาล หรือตั้งรัฐบาลนะครับ แต่เปึนการทํางานในลักษณะที่เปึนการใช้วุฒิ ใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ที่ท่านมีอยู่นี่ มาช่วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นผมจึงขอเรียนยืนยันว่า ระบบสรรหาที่เรานำมาใช้ในงวดนี้นะครับ จึงเปึ้นระบบที่น่าจะเป่ดทางให้ทุกอาชีพ นะครับที่มีอยู่ในประเทศไทยนี่ ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือกันทํางานเพื่อประโยชน์ของ บ้านเมืองต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่นะครับ ผมก็ขอยกขึ้นมาเพื่อเปึนตัวอย่างของหลาย ๆ เรื่องนะครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกของกระผม ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ได้เกิดข้อคำถามในสังคมว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นประโยชน์ จริงหรือไม่นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราได้มีการคิด มีการ พิจารณาอย่างรอบคอบเปึ้นเวลาร่วม ๑๘๐ วันด้วยกันนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะนั่งเทียน แล้วก็เขียนกันชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็เอามาประกาศใช้ เหมือนอย่างที่มีการคิดอ่านกันว่า หากฉบับนี้ไม่ผ่านแล้วนี่ก็เอาฉบับไหนก็ได้ แล้วก็มาแก้ไข แล้วก็ประกาศใช้ได้ อย่างรวดเร็วนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเปึนอย่างนั้นนี่มันจะเกิดผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง ต่อประเทศ เพราะว่า ถ้าหากไม่มีความชัดเจนว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาหน้าตา อย่างไรนะครับ สุดแท้แต่ผู้มีอํานาจจะเอาหมึก เอาปากกามากาออก แล้วก็ถึงเวลา ก็ประกาศใช้เลยนี่ ความชัดเจนว่า ระบบต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ ของสังคม หรือ ของการเมืองเปึนอย่างไรนั้นนี่ ถ้าไม่มีความชัดเจนเหล่านี้นี่ ผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ ก็จะมีอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ลงทุน ต่อผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ ๓ ป้มานี้ก็ได้รับ ความเสียหาย ได้รับผลกระทบมามากพอสมควรแล้วจากเรื่องต่าง ๆ นะครับ ถ้าจะต้อง รอไปอีก แม้กระทั่งวันเดียวก็ถือว่ามากเกินไปแล้วนะครับ เพราะว่าเพื่อนบ้านเรานั้นนี่ ทุกวันนี้เขาก็มีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ที่สูงขึ้นนะครับ แล้วก็สามารถที่จะดึง เอางาน ดึงเอาสินค้าที่เราจะขายได้นี่ก็ไปผลิตที่อื่นเสีย เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่ผมกล่าวนั้นสุดท้ายก็จะตกอยู่กับพี่น้องประชาชนในแง่ของโอกาสในการจ้างงาน โอกาส ที่จะตกงานก็อาจจะเกิดขึ้น ถ้าหากบรรยากาศในการลงทุนถัดถอย เนื่องจากบรรยากาศ ทางการเมืองเกิดความไม่แน่นอน หรือเกิดความล่าช้าต่อไปอีก นี่คือความเสียหายหลัก ๆ ที่ผมขออนุญาตที่จะกล่าวชี้แจงเพียงเท่านี้นะครับ