สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๒ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

พิเศษวิชา มหาคุณ หารือเรื่องการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ โดยชี้แจงว่าทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงทําความเข้าใจโดยตรงไปตรงมา ไม่มีการใช้ผลประโยชน์หรือแอบแฝง และไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน

รองศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ กระผมรองประธาน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ทำหน้าที่แทนท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ยกร่าง จะได้กล่าวนำในเรื่องของการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านอาจารย์สมชัยและ คณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์ได้กรุณาชี้แจงไป ตั้งแต่แรกนะครับ จะเห็นได้ว่าทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีการประสาน และมีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับคณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและ ประชาสัมพันธ์ในการทำความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านทางสื่อมวลชนต่าง ๆ รวมทั้งได้ลงไปในเวทีที่มีการจัดตั้งขึ้นโดยประชาชนก็ดี สถาบันการศึกษาก็ดี หรือทาง ฝ์ายประชาสัมพันธ์ของทางแต่ละจังหวัดนะครับ ได้ดำเนินกระบวนการในการเผยแพร่ ความรู้ให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมการร้องรับกับการออกเสียงลงประชามติเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเห็นได้ว่าในการชี้แจงทําความเข้าใจนั้นนี่ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงทําความเข้าใจ โดยกระทําอย่างสุภาพ ในฐานะของผู้ที่ได้ยกร่างรั่ฐธรรมนูญหรือมีส่วนในการยกร่างรั่ฐธรรมนูญอย่างที่มิได้มีการ บิดเบือนข้อคิดเห็น หรือนําความคิดเห็นของตัวเองมาใส่แต่ประการใดทั้งสิ้น เรากระทํา อย่างสุภาพบุรุษ และบางครั้งก็สุภาพสตรี โดยตรงไปตรงมา ไม่มีการใช้ผลประโยชน์ ในการแอบแฝง นอกจากนี้ ขณะเดียวกันเราก็ยังระมัดระวังอย่างยิ่งนะครับ กลัวว่า จะผิดพลาดคลาดเคลื่อน ทำให้มีการกล่าวหากันได้นะครับว่า คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนี่ไปชี้นํา หรือพยายามที่จะทําให้ประชาชนหลงผิด ตรงกันข้ามนะครับ ในกระบวนการที่ต่อต้านหรือดําเนินการเพื่อที่จะไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญนี่ กลับกระทำการอย่างบางเวทีก็กระทำชนิดที่เรียกได้ว่าไม่สุภาพอย่างยิ่ง หรือพูดจาในทาง หลอกลวง บิดเบือน ยืนยันให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยไร้เหตุผล กล่าวคือ อาศัยเสียงจากประชาชนที่บางกลุ่ม บางพวก บางประเภทที่ไม่ชอบถึงที่มาของร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า มีที่มาจากความไม่ชอบธรรมโดยอาศัยการเคลื่อนไหวของ กลุ่มการเมืองบางประเภท ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ากลุ่มการเมืองที่ไม่มีความประสงค์ หรือไม่อยากจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ เข้าทำนองเดียวกันกับสิ่งที่เราอาจจะเรียก ได้ว่า คือนักการเมืองประเภทมือถือสากปากถือศีล กล่าวคืออะไร คือว่าหวาดกลัว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประดุจเดียวกับการหวาดกลัวว่า จะต้องตกอยู่ในห้วงแห่งการ ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดกวดขั้นยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงพยายามเรียกร้องว่า ให้ใช้ รัฐธรรมนูญฉบับเดิมซึ่งมีจุดอ่อน มีปัญหาน้านัปการในการตรวจสอบ ในการที่จะแสวงหา ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเพื่อที่จะทำให้นักการเมืองทุจริตนั้นออกไปจากวงจรที่ปกครอง บ้านเมือง ปกครองประชาชน ทำให้ประชาชนต้องได้รับความทุกข์ยาก หรือได้รับความ ทรมานจากการถูกฆ่าตัดตอนบ้าง ถูกกระทำทารุณกรรมต่าง ๆ บ้าง เพราะฉะนั้นกระผม ขอกราบเรียนต่อท่านที่เคารพ ต่อท่านประธานว่า ในห้วงหลังของการที่มีการเผยแพร่ทาง สื่อมวลชนก็ดี หรือว่าได้มีการทำจดหมายเปึ้นบัตรสนเท่ห์ หรือเปึนใบปลิวไปสู่ประชาชน ทั้งหลาย มุ่งประสงค์ที่จะทำให้ประชาชนทั้งหลายหลงผิดหรือเข้าใจผิด โดยจับเอา ประเด็นที่ประชาชนมีความหวาดกลัว หรือมีความรู้สึกว่าตนเองจะไม่ได้รับสิทธิเท่าเดิม เอามาเปึนข้อใหญ่ใจความเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ถูกต้อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรจะได้รับความเห็นชอบแต่ประการใดทั้งสิ้น เช่น พูดถึง ประเด็นที่ว่า เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําให้ สส. สว. ไม่สามารถจะ ประกันตัวและช่วยเหลือประชาชนได้ ซึ่งเปึนเรื่องที่ผมอาจจะเรียกได้ว่า โกหกพกลมที่สุด ในประวัติศาสตร์ของการกล่าว หรือว่าพยายามจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจหรือหลงผิด กระบวนการในการสร้างความเท็จเหล่านี้เปึนกระบวนการที่ผิดอย่างชัดเจนนะครับ แต่อย่างไรก็ดีก็ยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการหาว่าผู้ใดที่สร้างความเท็จอย่างนี้ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านแล้วจะเกิดอันตราย ก็คือ สส. สว. ไม่สามารถที่จะประกันตัว และช่วยเหลือประชาชนได้ หรือกล่าวว่าโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรคจะต้องถูก เพิกถอนไปตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งก็มดเท็จอีกเช่นกัน เพราะว่าแท้ที่จริงแล้ว ๓๐ บาท รักษาทุกโรคก็ยังคงอยู่ และในขณะเดียวกันเรายังเพิ่มว่าผู้ยากไร้ก็ไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นอีกด้วยใน ๓๐ บาท ก็เปึ้นเรื่องตามปกติ ซึ่งเราไม่ได้ยกเลิก แต่ประการใด แต่เราได้เพิ่มกระบวนการให้ประชาชนที่ยากไร้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับในกรณีค้นบ้านโดยไม่ต้องมีหมายศาล ก็โกหกคำโตเช่นเดียวกัน เปึ้นไปไม่ได้เลยที่กระบวนการค้นบ้านของราษฎรหรือประชาชนทั้งหลายไม่ต้องมีหมาย ของศาลนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนแล้ว แล้วเราก็ได้บัญญัติรับรองไว้นะครับ แต่กลับมาบิดเบือน โดยใช้กระบวนการที่มิชอบเหล่านี้นี่ กระผมเห็นว่า โค้งนี้เปึนโค้ง สุดท้าย แสดงให้เห็นว่า ไม่มีสติปัญญาเพียงพอที่จะอธิบายความ โต้แย้งหรือคัดค้านให้ ประชาชนเข้าใจได้ว่า เหตุใดประชาชนจึงไม่ควรที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงต้องใช้ วิธีการโกหกคำโต หรือใช้วิธีการแสวงหาถ้อยคำ หรือเหตุผลที่ไร้เหตุผลมาสนับสนุน ความคิดเห็นของตนเอง กระผมเห็นว่า วิธีการอย่างนี้ไม่ควรที่จะมีในกระบวนการของ การออกเสียงลงประชามติ เพราะแนวทางในการออกเสียงลงประชามตินั้น สมควรที่จะใช้ วิธีการตรงไปตรงมาที่จะแสดงชี้แจงเหตุผลว่า สมควรที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร เพราะกระบวนการนี้เปึนกระบวนการโดยเป่ดเผย และเปึน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่เราได้มอบอำนาจในการรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ หรือรับ ไม่รับกฎหมาย อันเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศให้ไปอยู่ในมือ ของประชาชน เปึนครั้งแรกที่เราเอาอํานาจนี้กลับไปให้กับเจ้าของอํานาจ เพราะฉะนั้น กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผ่านตั้งแต่ชั้น สสร. มานั้นนี่ มันได้ยุติลงแล้ว และ ได้เข้าสู่กระบวนการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเจ้าของอํานาจที่แท้จริง และเราได้ เปลี่ยนประเทศไทยให้เปึนสภาประเทศไทยแล้ว พรุ่งนี้นับตั้งแต่เช้า ประชาชนชาวไทย ทุกคนคือผู้ใช้อํานาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์เปึนอํานาจทางตรง เปึนครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีมาปรากฏมาก่อน อำนาจแต่เดิมมาในการออกกฎหมายหรือ ในการร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ล้วนแล้วแต่ใช้อํานาจตัวแทนทั้งนั้น กล่าวคือว่า ประชาชน ปล่อยให้ผู้ที่เปึนตัวแทนไปยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไปยกร่างกฎหมายกันเอง ไม่มีส่วน ไม่มี ผลใด ๆ ที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมแต่ประการใด อย่างดีเขาก็ให้มาชี้แจงบ้าง อย่างดี เขาก็ไปซักถามบ้าง แต่ว่าในครั้งนี้ท่านทำหน้าที่ในอำนาจของท่านโดยบริบูรณ์ โดยสมบูรณ์ ทันทีที่ท่านก้าวเท้าเข้าคูหาและกากบาทเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่ากับว่าท่านได้ใช้สิทธิ ใช้อธิปไตยในหน้าที่ของ สส. และ สว. โดยเต็มบริบูรณ์ โดยไม่ต้องมอบอำนาจให้ใครเลย ผมคิดว่า ในกระบวนการที่เราจะ อธิบายกันต่อไปนี้ โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับประเด็นที่ยังมี ผู้สงสัยอยู่ และพยายามจะบิดเบือน หรือพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ได้ร่างขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ใช้ความรอบคอบแต่ประการใด โดยมีท่านบางท่านกล่าวว่า ไม่เห็นจะยากอะไรเลย เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาให้เนติบริกรร่าง ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็เสร็จแล้ว กระผมขอกราบเรียนว่า ท่านที่ใช้ถ้อยคำอย่างนี้เปึ้นผู้ที่ไม่มีวิจารณญาณ อย่างยิ่ง และดูถูกกระบวนการร่างกฎหมายและการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องเปึ้น กระบวนการที่ใช้ความรอบคอบอย่างยิ่ง เปึนกระบวนการที่จะต้องค้นข้อมูล จะต้อง มีการเปรียบเทียบ จะต้องถามประชาชน ไม่ใช่โยนให้นักกฎหมายที่ต้นเองดูถูกว่าเปึน เนติบริกร แล้วก็อย่างนี้หรือจะนำกฎหมายนั้นมาบังคับใช้ประชาชน หรือมาให้ประชาชนเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรือนํามาประกาศเปึ้นรัฐธรรมนูญ กระผมคิดว่ากระบวนการในการร่าง กฎหมายเยี่ยงนั้นไม่ควรจะมีปรากฏอีกต่อไป ไม่ควรจะได้มีอยู่ในสารบบของการร่าง กฎหมายเสียด้วยซ้ำไป แต่กระผมเข้าใจว่ากระบวนการร่างกฎหมายเยี่ยงนั้นได้เคย กระทำมาแล้วโดยท่านผู้พูดและคณะของท่าน ท่านก็เลยเคยชิ้น และรู้สึกว่ามันน่าจะทำ โดยเนติบริกร กระผมขอกราบเรียนว่าจะไม่มีเนติบริกรใน สสร. ไม่มีในคณะกรรมาธิการ ยกร่าง และกระผมขอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า กระผมมีความภาคภูมิใจที่สุดที่ได้ ยืนอยู่ในสภาแห่งนี้ และได้มีส่วนร่วมกับท่านคณะกรรมาธิการยกร่างและ สสร. ทุกท่าน เพราะฉะนั้นท่านจะรับหรือไม่รับก็ตาม แต่ว่าขอให้ท่านได้ฉุกคิดสักนิดว่า รัฐธรรมนูญที่จะ มาใช้บังคับแก่ท่านไม่ควรจะกระทำโดยเนติบริกรโดยเด็ดขาด ต่อจากนี้กระผมก็ขอให้ทาง คณะได้สรุปแนวทาง ซึ่งเราคิดว่าเปึนประเด็นที่อันจะค้างค่าใจของผู้คน และก็ทำให้ เข้าใจผิดหรือหลงผิด เพราะฉะนั้นกระบวนการในการทำความเข้าใจกับประชาชน เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญก็จะเปึนประเด็นอย่างที่เราได้กําหนดไว้นะครับ ตั้งแต่ตอนที่ ร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือ ๑. ก็คือ ประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประเด็นที่ ๒ ก็คือ เกี่ยวกับสถาบันทางการเมือง และประเด็นที่ ๓ ก็คงจะเปึนประเด็นที่เกี่ยวกับองค์กร อิสระและศาล กระผมก็ขอให้ท่านปกรณ์ได้พูดถึงประเด็นสิทธิเสรีภาพครับผม