สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๘ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๐

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการแปรรูปของรัฐวิสาหกิจ และเสนอแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานของรัฐวิสาหกิจ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ ประเด็นเรื่องของรัฐวิสาหกิจกับการแปรรูปนี่ครับก็เปึน ประเด็นสำคัญอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปนะครับ เปึนเรื่องที่มีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ถ้าหากเราดำเนินการผิดพลาดนะครับ ดำเนินการไม่ถูกต้อง เศรษฐกิจในระยะยาว ก็อาจจะประสบความเสียหายได้นะครับ ทีนี้สิ่งที่เปึนปัญหา เปึนข้อโต้เถียงกันอยู่ ในสังคมไทยทุกวันนี้ มันมีทั้งเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากนักการเมือง บางประเภท ซึ่งเราก็ได้รู้เห็นกันมาแล้วนะครับ กระผมจะไม่พูดถึงสิ่งเหล่านั้นนะครับ แต่ว่าเราอยู่ในที่แห่งนี้นี่ เราพยายามที่จะสร้างหลักการ สร้างแนวทางให้กับอนาคต นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับรัฐบาลและประชาชนในอนาคตที่จะได้ใช้ถือเปึนหลัก นะครับ กระผมขอกราบเรียนว่าในเรื่องของหลักนั่นนะครับ ทุกวันนี้การทำงานของภาครัฐ พวกเราก็ทราบดีว่ามีปัญหาอย่างมาก ในเรื่องของประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายนะครับ เพราะฉะนั้นหลักโดยทั่วไปซึ่งเปึนแนวทางของโลกทุกวันนี้ จะมีความ พยายามที่จะปรับปรุงการทำงานของภาครัฐ ไม่เฉพาะแต่ที่เปึนรัฐวิสาหกิจนะครับ ในระบบราชการในระบบของมหาวิทยาลัยนี่ ให้เปึ้นระบบที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ให้มีการแยกแยะระหว่างสิ่งที่เปึนการทำการประกอบการนะครับ โดยเฉพาะการประกอบ ธุรกิจกับสิ่งที่เปึนการกำกับหรือเปึนการกำหนดนโยบายนะครับ ตัวอย่างของระบบ โทรคมนาคม ก็เปึนตัวอย่างที่ประเทศต่าง ๆ ในโลกก็ได้พยายามดำเนินการให้เห็นชัดเจน นะครับว่า ในเรื่องของการประกอบการนี่เปึนการทำโดยหน่วยธุรกิจ ขณะที่องค์กรกำกับ จะมีการแยกออกมา ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้ของเรา สสร. ก็ได้มีการเขียนในรัฐธรรมนูญ ในเรื่อง ของการให้มีองค์กรกำกับในเรื่องของโทรคมนาคมและสื่อเปึ้นต้นนะครับ แต่ที่ผ่านมา ในระบบของบ้านเรานี่ ระบบรัฐวิสาหกิจจะมีการปนกันระหว่างความเปึนผู้กำกับ กับความเปึนผู้ประกอบการธุรกิจนะครับ แล้วก็ทําให้เกิดผลในแง่ของประสิทธิภาพ ที่อาจจะไม่ได้อย่างที่เราอยากจะเห็นนะครับ กระผมเองโดยส่วนตัวนะครับ ขออนุญาต เรียนให้ท่านได้เห็นว่า ได้ทราบนะครับว่า อย่างกรณีของกิจการโทรคมนาคม ผมขอไม่เอ่ย นามองค์กรนะครับ ก็เปึนตัวอย่างในอดีตที่เปึนผู้ผูกขาด แล้วก็ประชาชนก็เดือดร้อน นะครับ ผมเองก็เคยมีปัญหานั้นว่าไปขอเบอร์เปึนเวลาหลายป้ก็ไม่ได้ เพราะว่าระบบ ผูกขาดนี่ ไม่สามารถที่จะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน สุดท้ายเมื่อมีการแข่งขันเกิดขึ้น มีการประกอบการที่มีเอกชนเข้ามาแข่งขัน ก็ทำให้ปัญหาคอคอดเหล่านั้นนี่ก็หมดไป นะครับ ประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์ในเรื่องของการใช้โทรคมนาคมที่มีการแข่งขัน ที่มีประโยชน์นะครับ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง แน่นอนนะครับ ในอดีตที่ผ่านมานี่ เราได้เห็น ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงของรัฐวิสาหกิจนะครับ ทั้งที่ดีและที่ไม่ดีนะครับ แล้วก็รัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยนี่ก็มีความพยายามที่จะปรับปรุงในส่วนนี้นะครับ จะก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ล่าสุดที่เรามักจะได้ฟัง ได้ยินบ่อยครั้ง ก็คือเรื่อง ของการปรับปรุงหรือการแปรสภาพของการไฟฟัาฝ์ายผลิต ที่ได้ถูกศาลปกครองท่านได้ พิพากษาว่าผิด แล้วก็กลายเปึนสิ่งที่พวกเราหลายคนอาจจะเข้าใจว่า การแปรรูปนั้นเปึน สิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือเปึนสิ่งที่ไม่ดีนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่นะครับ ท่านรองประธานศาล ปกครองก็นั่งอยู่ในที่นี้ด้วยนะครับ ท่านก็สามารถยืนยันได้ว่า แท้ที่จริงแล้วนี่สิ่งที่ศาล ปกครองท่านได้พิพากษาเกี่ยวกับกรณีของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ในกรณีของการไฟฟั้า ฝ์ายผลิตนั้นนี่ ไม่ใช่ไปพิพากษาว่าการแปรรูปไม่ถูกต้องในแง่ของหลักการนะครับ แต่วิธีการที่ผู้กระทำนั้น กระทำผิดขั้นตอนของ พรบ. ทุนรัฐวิสาหกิจ เช่น มีการตั้งบุคคล ที่มีปัญหาเรื่องของความขัดแย้งของผลประโยชน์ หรือมีการนำเอาที่ดินของรัฐซึ่งเปึน ที่ราชพัสดุนี่เปึนส่วนหนึ่งของการเปึนสมบัติของบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง แล้วก็เปึนสิ่งที่ พรบ. ทุนเองนี่ก็ได้มีการเขียนเงื่อนไขเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องของการแปรรูปในเฉพาะกรณีของการไฟฟัาฝ์ายผลิตนี่นะครับ ผมก็อยากจะขอเรียน ให้ท่านได้เห็นภาพว่า แท้ที่จริงแล้วนี่ศาลท่านไม่ได้บอกว่าแปรรูปไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง แต่เปึนผู้แปรที่ได้ทำผิด จึงได้มีการกลับคำนั้นให้เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของที่ดิน ที่เราไม่ได้มีการเว้นคืน แล้วก็ไปให้รัฐวิสาหกิจใช้นี่ แท้ที่จริงแล้วนะครับองค์กรอย่าง การท่าอากาศยานนี่ก็ได้มีการแปรรูปนะครับ แล้วก็ได้มีการใช้ที่ดินหนองงูเห่าเปึนจำนวน ส่องหมื่นกว่าไร่ ที่ดินเหล่านั้นการท่าอากาศยานก็ได้มีการจ่ายค่าเช่า ยังไม่ได้เอามา แปรรูป แปรสภาพด้วย เพราะถือว่าเปึนที่ราชพัสดุ และในเมื่อศาลปกครองมีการพิพากษาชัดเจนอย่างนั้นแล้วนี่ครับ กิจการที่จะมีการ แปรรูปของรัฐวิสาหกิจในอนาคตนี่ ก็คงจะไม่มีใครเอาที่ดินไปอยู่กับบริษัทใหม่ด้วย นะครับ อันนี้ก็อยากจะขอเรียนให้ท่านได้เห็นถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนะครับ ที่ผมได้กราบเรียน แล้วก็ยืนยันในเรื่องของการแปรรูปนี่นะครับ ก็เพราะว่าในสากล ในประเทศต่าง ๆ ขณะนี้นี่พยายามจะดูเรื่องการแปรรูปนี่เปึนส่วนหนึ่งของการปรับปรุงประสิทธิภาพ ของประเทศ ประเทศที่เคยใช้ระบบรัฐวิสาหกิจเปึนตัวหลัก เช่น ประเทศยุโรปตะวันออก แม้กระทั่งประเทศคอมมิวนิสต์ (Communist) ในเอเชีย เช่น จีนแผ่นดินใหญ่ หรือ เวียดนามนะครับ ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะแปรรูปรัฐวิสากิจ เพื่อจะให้เกิดความคล่องตัว เพื่อจะให้เกิดประสิทธิภาพนะครับ ในบ้านเรานั้นนะครับ หลักของการแปรรูปที่เปึนอยู่ ทุกวันนี้นี่ จริงๆ แล้วไม่ใช่เปึ้นเพราะว่าเราต้องการที่จะไปให้สมบัติของประเทศ หรือว่า ของรัฐบาลนี่ต้องมีการขายออกไป จริง ๆ แล้วที่ผ่านมานี่นะครับกระทรวงการคลัง จำเปึนต้องมีการผลักดันเรื่องแปรรูป ส่วนหนึ่งก็เปึนเพราะเรื่องของประสิทธิภาพ ประโยชน์สุขที่จะเกิดกับประชาชนที่จะได้รับผลตอบแทนในแง่ของการที่ได้รับบริการที่ ดีกว่านะครับ ตัวอย่างของกรณีโทรคมนาคม หรือได้รับคุณภาพในราคาที่ถูกกว่าเปึนต้น นะครับ แต่อีกด้านหนึ่งที่สําคัญ ก็คือข้อจํากัดข้องกระทรวงการคลัง ของรัฐบาล ในการที่ จะต้องระดมทุน ระดมเงินมาเพื่อจะมาใช้ในการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องใช้เงินเปึน จำนวนมากมายมหาศาล เท่าที่ผ่านมานะครับ ถ้าหากไม่มีการแปรสภาพนี่รัฐวิสาหกิจ ก็จะเปึนองค์กรของรัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังก็ต้องไปดําเนินการในการกู้เงินมานะครับ โดยเฉพาะกู้จากประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น ญี่ปุ์น อย่างกรณีของไฟฟัาก็มักจะไปกู้ จากเจบิ๊ก (JBIC – Japan Bank for International Cooperation) นะครับ รถไฟ รถไฟฟัา เหล่านี้เปึนต้น ก็มักจะไปกู้จาก วีซีเอฟ (VCF) (OECF – The Overseas Economic Co-operation Fund) หรือเจบิ๊ก เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อจะไม่ให้ปัญหาหนี้สิน ของประเทศมีมากล้นพื้นตัวนะครับ การแปรรูปนี่เปึนการเป่ดทางให้ประชาชน ซึ่งมีเงินออมเหลือ กองทุน ต่าง ๆ ที่เรามีทุกวันนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนกองทุน กบข. กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนะครับ ซึ่งประชาชนนี่ได้ออมเงินเอาไว้นี่ ซึ่งขณะนี้มีกว่า ๑ ล้านล้านบาทนะครับ แล้วถ้าไปฝากแบงก์ (Bank) นี่ก็ได้ดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยไม่คุ้มกันนี่ ได้เอาเงินส่วนนี้นี่มาซื้อหุ้น มาลงทุนร่วมกับรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้น การแปรรูปที่ผ่านมาของกระทรวงการคลังนะครับ ที่ได้ดำเนินการโดยผ่าน พรบ. ทุนนั้นนี่ ไม่ได้มีการเอาสมบัติไปขาย ไม่เคยเอาหุ้นของกระทรวงการคลังไปขาย แต่เป่ดทางให้กับ ประชาชนและเอกชนต่าง ๆ นี่เอาเงินมาลงร่วมทุนด้วย เพื่อที่รัฐบาลจะได้ไม่ต้องไปก่อหนี้ ก่อสิ้น นําเงินเหล่านั้นนี่มาลดหนี้ มาลดภาระของดอกเบี้ยของรัฐบาล หรือของประเทศ ที่จะต้องจ่ายไปต่างประเทศ ซึ่งสิ่งนี้นะครับก็เกิดประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ์าย ฝ์ายรัฐบาลเองก็ได้ ประโยชน์ที่ไม่ต้องมีภาระ ประชาชนเองก็ได้ประโยชน์ที่มีแหล่งในการลงทุนนะครับ ขณะเดียวกันถ้ามีการแปรรูปนี่ ระบบของรัฐวิสาหกิจก็ต้องทำงานในเชิงของเอกชน นะครับ ต้องถูกตรวจสอบโดยกลไกของรัฐวิสาหกิจ โดยกลไกของตลาดหลักทรัพย์ เปึ้นต้น