ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หารือเรื่องการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ และให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และควรให้ความสำคัญและปกป้องศาสนาพุทธในฐานะศาสนาประจำชาติ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านประธาน ยกร่าง ตลอดจนกรรมาธิการยกร่างและท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ กระผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง เมื่อป้ ๒๕๔๐ ผมก็ได้มาช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ที่นี่ครั้งแรกนะครับ ตอนนั้นก็เช่นเดียวกันครับ ผมไม่ได้มองเห็นว่าจำเปึ้นหรือไม่จำเปึน ครับ ในการที่จะบรรจุพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติครับ แต่เวลาผ่านไปสิ่งที่ผม ได้เรียนรู้และได้สังเกตเห็นว่า การที่มีศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ หรือไม่มี ก็มีการฆ่ากันอย่างมากมายครับ อย่างยกตัวอย่าง ทุกท่านก็คงจะเห็นแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ทั้งภาคใต้ ภาคต่าง ๆ ก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า การ บรรจุ ไม่บรรจุนั้น ก็คงไม่เกี่ยวกับการที่จะทำร้ายซึ่งกันและกัน หรือเปึ้นสงครามอะไรกัน ครับ เพราะว่าต่างประเทศนะครับผมก็เห็นว่า ไม่จําเปึนต้องบรรจุศาสนาอะไรต่าง ๆ เข้า ไปก็ยังฆ่ากันอยู่ครับ อันนั้นมันเปึนปัจจัยของการเมืองครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้นะครับ คงจะ ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ เหตุการณ์ของแต่ละประเทศนะครับ อย่างประเทศไทยของเราผมได้ ออกไปรับฟังความคิดเห็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ ก็มีเปอร์เซ็นต์ (Percent) ว่า ให้บรรจุ พระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติประมาณ ๕๖ เปอร์เซ็นต์ และจังหวัดกาฬสินธุ์ก็ ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ครับ อันนั้นเปึนส่วนหนึ่ง และผมมาดูว่า เอ๊ะ ประชากรของ ประเทศเรามัน ๖๕ ล้านนะครับ ๖๕ ล้านแล้วครับ เปึ้นพุทธศาสนาประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ครับ อันนี้สําคัญนะครับ น้ําหนักหรืออะไร ความสําคัญ เพราะผมเห็นแล้ว ประเทศต่าง ๆ ที่เขาบรรจุพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ยังไม่ถึงเลยครับ ยังไม่ ถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์เลย และศาสนาประเทศอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันนะครับ ก็ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป ผมเห็นบรรจุตั้งเยอะแยะเลย แต่ท่านประธานบอกว่า ไม่จำเปึนต้องอธิบาย รายละเอียด ผมก็คิดว่า เอาแค่ตัวเลขว่าเขาบรรจุครับ แล้วก็มีทั้งประเทศที่มีปัญหาและไม่ มีปัญหาครับ แล้วการที่ว่าจะให้พุทธศาสนานั้นประพฤติดี แล้วอะไรดี แล้วมันถึงจะยั่งยืน ผมเห็นด้วยนะครับ อันนั้นเปึนปัจจัยหนึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติ แต่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย หรือบทบัญญัติรับรองนั้น จำเปึนครับ ผมเห็นนะครับ สมัยโบราณ พระเจ้าอโศกมหาราช ครับมีพลังอํานาจ มีอะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วก็เข้มแข็งในด้านปฏิบัติพระพุทธศาสนาครับ แต่ไม่รอดครับ ศาสนาพุทธสูญพันธุ์ไปจากอินเดียเลยครับ เพิ่งจะกลับเข้าไปใหม่นะครับ อันนั้นเปึนจุดสําคัญว่า ไม่ใช่การปฏิบัติดีอย่างเดียว เพราะว่าศาสนาพุทธเปึนศาสนาที่มี ความเปราะบาง อ่อนแออยู่ในตัวนะครับ อันนั้นผมเห็นว่า จําเปึนครับ จะต้องมีการ ปกปัองไว้ด้วยนะครับ แล้วขณะเดียวกัน ประเทศไทยเรามีศาสนาอิสลามประมาณ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๒ ล้านคน นะครับ และคริสต์ศาสนา .๗ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ก็ประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ คน นะครับ โดยประมาณ และศาสนาอื่น ๆ ประมาณ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ผมเห็นว่า จำเปึนครับที่จะต้องมีการให้น้ำหนักว่า ประชากรของ ประเทศนั้นเปึนอย่างไร แล้วก็ผมเห็นการเรียกร้องครับ เยอะแยะเลยครับ จริงอยู่อาจจะไม่ หมดทุกคนครับ แต่ก็เปึ้นเปอร์เซ็นต์ที่มากนะครับ ผมคิดว่าจําเปึน แล้วมามองดูว่า ประเทศไทยเรา ความเปึนไทยของเรา อะไรคือสัญลักษณ์หรือจุดสําคัญ คือ ๓ เสา ครับ เสาหนึ่งชาติ เสาสองศาสนา เสาสามก็พระมหากษัตริย์ ๓ เสาครับ ถ้าเดี๋ยวนี้ก็ชาติและ พระมหากษัตริย์ มี ๒ เสา อยู่ยากครับ ที่เขาบอกตั้งกาต้มน้ำ จำเปึนต้องมี ๓ เสา ครับ มั่นถึงจะมั่นคง ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ผมเลยเห็นว่า จำเปึนครับ แล้วก็โครงสร้าง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ เปึนภาพลักษณ์ของประเทศครับ เปึนการ บอกถึงภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะฉะนั้นการที่เราจะบัญญัติภาพลักษณ์ของประเทศ เราเข้าไปความเปึนไทยไม่ได้หรือครับ เพราะว่าเกี่ยวกับทางโบราณ หรือนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๕๐๐ ครับ พ.ศ. ๕๐๐ ก็มี บุคคลสำคัญของประเทศไทยเรานะครับ ท่านขุนเบ้าบรรจุศาสนาพุทธเปึนศาสนา ประจำชาติตั้งแต่ พ.ศ. ๕๐๐ โน่นครับ และก็ประชาชนตอนนั้นประมาณสามสี่หมื่น ครอบครัวครับที่นับถือ และตลอดมาจนพ่อขุนรามคำแห่ง และมาถึงกษัตริย์องค์ต่าง ๆ จนพระจอมเกล้า และพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่ ๖ อะไรเรื่อยมาครับ จนถึงรัชกาล ปัจจุบันครับ รัชกาลปัจจุบันนี้นะครับ ท่านได้ให้พระราชดำรัสไว้หลาย ๆ แห่งครับ แต่ผม จะไม่เสียเวลาที่จะบอกว่าที่ไหน ท่านได้บอกไว้