สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ หารือเรื่องศาสนาพุทธ โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศที่ประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เช่น ศรีลังกาและพม่า อาจจะก่อให้เกิดผลที่ไม่คาดคิด เช่น ความขัดแย้งและความแตกแยกในหมู่ประชาชน

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ขอบพระคุณครับท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ซึ่งจะขออภิปรายรวมในประเด็นเรื่องศาสนา ซึ่งเปึน ประเด็นที่เปราะบาง และอยู่ท่ามกลางความกดดัน การเรียกร้อง เท่าที่เราได้รับทราบ กันอยู่ในขณะนี้ ผมคิดว่าไม่มีเหตุอันใดเลยต่อการปฏิเสธของคนไทยถึงเรื่องศาสนาพุทธ์ ซึ่งมีอยู่ในใจ อยู่ในศรัทธาความเชื่อถือของคนไทยมาช้านาน จนรู้สึกว่า เราคือพุทธ์ ศาสนิกที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตสำนึกตลอดมาในประวัติศาสตร์ แต่ประเด็นที่พูดกัน ในวันนี้ ก็คือ ประเด็นที่ว่า จําเปึนแค่ไหนกับการที่จะต้องตราไว้ในรัฐธรรมนูญ อย่างที่ได้ มีการเรียกร้องต้องการกันในขณะนี้ สมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดถึงบางประเทศที่บัญญัติถึง พุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศไปบ้างแล้ว เราไม่สนใจว่าศาสนาไหน จะบันทึก บรรจุ ตราไว้อย่างไรในรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศของศาสนานั้น แต่สิ่งที่เรา จะต้องเปึนกังวล และเอาใจใส่อย่างยิ่ง ก็คือ เรื่องของพุทธศาสนา ที่เรากําลังพูดถึงกัน ในวันนี้ หลายประเทศที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ผมอยากจะพูดถึงประสบการณ์ของ บางประเทศ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องพุทธศาสนา ที่ตราไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่มีประสบการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราคงไม่มีเวลาพูดมาก และผมจะพูดอย่างสั้น ๆ ประเทศหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือ ประเทศศรีลังกา ถ้าเราได้เรียนประวัติศาสตร์พอสมควรเกี่ยวกับประเทศนี้ ก็จะเห็นว่า ในสมัยหนึ่ง ตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ ๑๒ กษัตริย์ของศรีลังกาองค์หนึ่งได้สถาปนาศาสนาพุทธเปึนศาสนา ประจำชาติ อันเกิดจากเหตุผลของการทำสงครามกับกลุ่มทมิฬที่ยืดเยื้อยาวนานกับกลุ่ม สิ่งหลในครั้งนั้น และสงครามครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก จนกษัตริย์พระองค์นั้นรู้สึกเปึนตราบาปกับการล้มล้างฆ่าฟันผู้คนในประเทศของตนที่ เกิดขึ้น ได้ไปเฝัาพระสังฆราช และทรงทูลถามว่า การฆ่าคนที่เปึนศัตรูเช่นนี้เปึนบาปี หรือไม่ คำตอบที่ได้จากพระสังฆราช ก็คือว่า การฆ่าคนที่เปึนศัตรูเช่นนี้เกิดจากการที่ แผ่นดินนี้เปึนแผ่นดินของพระพุทธศาสนา พวกนอกรีต พวกคิดหยาบช้า ฆ่าเท่าไรก็ไม่ บาป ถือเปึ้นท่านบูชา รักษาศาสนาพุทธ์ ตรงนี้เองที่ทำให้กษัตริย์พระองค์นั้นของศรีลังกา ทรงประกาศให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติของศรีลังกา และผลที่เกิดตามมา ก็คือ ได้ก่อให้เกิดการแตกแยกอย่างรุนแรงในหมู่ทมิฬกับชนสิ่งหล กับชนกลุ่มที่มีหลากหลาย ในศรัทธาทางศาสนาที่มีอยู่ในศรีลังกา และเหตุร้าวลึกเหล่านี้ก็ยังปรากฏให้เห็นแม้จนถึง ทุกวันนี้ ผมจะพูดถึงประเทศพม่าซึ่งมีศรัทธาในศาสนาพุทธอย่างแรงกล้าประเทศหนึ่ง อยู่ ข้างบ้านเรานี่เอง ผมอยู่ในประเทศนั้นหลายป้ แล้วก็ศึกษาพอสมควรกับเหตุที่เกิดขึ้นกับ บ้านพี่เมืองน้องที่ใกล้บ้านเรานี้ เหตุหนึ่งที่ได้มองเห็นถึงความผิดพลาดในนโยบายข้อหนึ่ง ในสมัยที่อดีตนายกรัฐมนตรีของพม่า คือ อูนุ (U Nu) ที่ได้ประกาศในการเลือกตั้งเมื่อ ป้ ๒๕๐๓ ให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ ซึ่งเราคงจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ การเมืองของพม่าในช่วงนั้น และแม้ถึงเวลานี้แล้วก็ตามว่า ในท่ามกลางความขัดแย้ง รุนแรงที่คุกรุ่นรุนแรงอยู่แล้วนั้น บรรดารัฐชนกลุ่มน้อยที่เฝั้าเรียกร้องแยกตัวเองเปึนอิสระ ตั้งแต่ครั้งที่พม่าเริ่มมีอิสรภาพ หรือแม้ในขณะนี้ก็ตาม ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับเรื่อง นโยบายทางศาสนา โดยที่รัฐชนกลุ่มน้อยเหล่านี้มิได้นับถือศาสนาพุทธเปึนศาสนาหลัก จึงเปึ้นเหตุแห่งความขัดแย้งยิ่งขึ้น ร้าวลึกมาในขณะนี้ เห็นง่าย ๆ ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ การรบราฆ่าฟันระหว่างกะเหรี่ยงศาสนาพุทธกับ กะเหรี่ยงคริสต์ นั่นเปึนตัวอย่างหนึ่งที่ทำ ให้เห็นว่า การบรรจุเอาพุทธศาสนาของพม่าได้ก่อให้เกิดผลทางการเมืองอย่างไรตามมา ผมจะไม่พูดถึงเหตุจากการแตกแยกเหล่านี้ว่ามีอย่างไร ซึ่งคิดว่า คงจะเปึ้นเรื่องที่รับรู้ กันมาพอสมควร ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราต้องคิดถึงประเด็นร่วมสมัย แต่เราคงจะได้เห็น ผลที่เกิดจากประเทศที่นำเอาพุทธศาสนามาบัญญัติเปึนศาสนาประจำชาติ ทั้งของ ศรีลังกาและกับของพม่าว่า การนำเอาศาสนามารวมปนอยู่กับอาณาจักร ระหว่าง ศาสนจักรกับอาณาจักรนั้น ได้เกิดผลเปึนอย่างไรกับส่วนร่วมของประชาชนในประเทศนั้น ในช่วงเวลา ในสถานการณ์อย่างนั้น เหตุดังกล่าวที่เกิดในศรีลังกา ปรากฏให้เห็นชัดกับ เหตุการณ์ของไทยในช่วงป้พุทธศักราช ๒๕๑๔ ๒๕๑๖ ไม่ต่าง แต่ก็ตรง คล้ายกัน เพราะ ในช่วงนั้นเราคงจะคุ้นเคย และยังจะไม่ลืมคำถามว่า พระฆ่าพวกคอมมิวนิสต์ (Communist) นี่ผิดไหม แต่มีความพยายามที่จะอธิบายว่า ไม่ผิด เปึนการรักษา พุทธศาสนา ประเด็นที่ชี้ให้เห็นตรงนี้คืออะไร เราจะต้องตระหนักถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา มันเปึนไปได้ไหมว่า ในทันทีที่มีการ ประกาศให้พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ จะทําให้พวกคลั่งศาสนาลุกขึ้นมาประกาศ เรียกร้องให้แผ่นดินนี้ต้องเปึ้นสังคมที่สะอาดบริสุทธิ์ เอาข้อบังคับ ข้อห้าม ข้ออ้างต่าง ๆ มากล่าวอ้างล้มล้างพัฒนาการสมัยใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์หรือเปล่า การประกาศเอา ศาสนาพุทธมาเปึนศาสนาประจำชาติเท่ากับเปึนการให้ความชอบธรรมในการที่จะ เรียกร้อง กดดัน ของพวกคลั่งศาสนา ที่จะทำให้แผ่นดินนี้บริสุทธิ์ ดั่งศาสนาพุทธทั้งหลาย ที่บัญญัติไว้อย่างนั้นหรือเปล่า ผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้จะต้องคิดกันให้มาก และมันจะ เกิดอะไรขึ้น ตลอดประวัติกาลของชาติไทยเรา เราได้รับรู้ รับทราบ มาอย่างลึกซึ้ง ตลอดเวลาถึงน้ำพระทัยของพระมหากษัตริย์ของไทยว่า กว้างขวาง ยอมรับความเปึ้น อิสระและเสรีภาพของการนับถือศาสนา แต่เราก็ร่วมอยู่กันมาได้อย่างกลมกลืน แม้จะทำ ในเชิงสัญลักษณ์ แต่นั่นก็เปึนการเชื้อเชิญเอาเทคโนโลยี (Technology) สมัยใหม่เข้ามา พัฒนาประเทศพร้อมกันไปด้วย บ้านเมืองเจริญขึ้นก็เพราะด้วยน้ำพระทัยอันกว้างขวาง อย่างนี้ และสังคมนี้ก็อยู่ร่วมกันมาได้ด้วยดี จนมาถึงยุคช่วงของการร่วมสมัยใหม่ใน ขณะนี้ เราจะกลับไปเผชิญประสบการณ์ของบางประเทศที่ได้ประกาศพุทธศาสนาเปึ้น ศาสนาประจำชาติ จำเปึนนักหรือ แก้ไขปัญหาได้จริงหรือ แค่ไหน หรือจะเท่ากับเปึนการ สร้างความชอบธรรมให้กับพวกคลั่งศาสนา ที่อาจจะ และน่าจะ เชื้อเชิญความขัดแย้งเข้า มาสู่ความยุ่งยากยิ่งขึ้นของสังคมไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องมีความกล้าหาญต่อการตัดสินใจในเรื่องอันอ่อนไหว เปราะบางต่อประเด็นของความยุ่งยากของศาสนจักรกับอาณาจักร ที่หากไม่วางกรอบ ของขอบเขตแห่งสัมพันธภาพระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักรให้ชัดเจนเสียแล้ว อะไรจะ เกิดขึ้น ประสบการณ์ทางการเมืองของประเทศที่บัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำ ชาติในรัฐธรรมนูญ บอกเราแล้วบางเรื่อง บางอย่าง เราจะเรียนรู้จากบทเรียนเหล่านั้น บ้างไหม ประเด็นอันเปราะบางเหล่านี้ต้องใช้จิตสำนึกที่แน่ชัด ตระหนักชัดต่อ่อนาคตของ สังคมนี้ และเราจะต้องกล้าต่อการตัดสินใจว่า จําเปึนไหมที่จะต้องตราให้ปรากฏไว้ใน รัฐธรรมนูญ ว่าศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ ศรัทธาในพุทธศาสนาของปวงชน ชาวไทยมีมานาน ยังบอกไม่พอหรือ ปล่อยพุทธศาสนาให้เปึนพุทธศาสนาของชาติ ตลอดมา บอกพอแล้วหรือยัง วันนี้ละครับ ที่เราจะต้องกล้าหาญ ตัดสินใจให้ชัดเจน เรียนรู้จากบทเรียนแห่งประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะวันนี้จะเปึนการ ตัดสินใจที่จะบอก สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ของสังคมไทยเราในขณะนี้ต่อไปด้วย ครับ ขอบพระคุณครับ