ประสงค์ สุ่นศิริ ระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ระบุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เนื่องจากการพิจารณาทางด้านรัฐศาสตร์และหลักการทางศาสนา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิและเสรีภาพในการเลือกใช้วัฒนธรรมและศาสนา และว่าประเทศไทยไม่ได้ใช้พระพุทธศาสนาเป็นกฎหมายของรัฐ แต่เป็นศาสนาของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอกราบเรียนชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิจารณาในเรื่องที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่กำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ไม่ได้บรรจุเรื่องพระพุทธศาสนา เปึ้นศาสนาประจำชาติ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เพื่อที่ประชุมแห่งนี้จะได้รับทราบและพิจารณา กระผมขอกราบเรียนว่า ข้อพิจารณาสำคัญของคณะกรรมาธิการยกร่างเกี่ยวกับเรื่อง ที่ไม่ได้บรรจุพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติไว้ ก็ด้วยเหตุผล ๒ ประการ ข้อพิจารณา ประการแรก ได้แก่ ข้อพิจารณาทางด้านรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับการเมืองการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย และข้อพิจารณาประการที่ ๒ เกี่ยวกับหลักการทางศาสนา คือ พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับความเจริญขึ้น หรือเสื่อมลงของ พระพุทธศาสนานั้น ตามแนวสอนของพระพุทธองค์ได้สอนไว้อย่างไร
ข้อพิจารณาสำคัญ ๒ ประการนี้ กระผมจะขอกราบเรียนชี้แจงเปึนข้อ ๆ ไป แต่ก่อนที่กระผมจะกราบเรียนชี้แจงในข้อ ๑ ซึ่งเปึ้นเรื่องทางรัฐศาสตร์เกี่ยวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ความจริง ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในเรื่องของความเชื่อนั้น ความจริงในเรื่องนี้นี่ความเชื่อของมนุษย์ ทำให้ เกิดวัฒนธรรมขึ้นโดยยึดถือ ความเชื่อในธรรมะทำให้เกิดวัฒนธรรมในทางศาสนาและ เกิดศาสนจักร ความเชื่อในทางการเมืองทำให้เกิดวัฒนธรรมในทางการเมือง การปกครอง ซึ่งเกิดอาณาจักร ความเชื่อซึ่งเปึนวัฒนธรรมอย่างนี้แหละ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ในทางรัฐศาสตร์นั้น แต่ละรัฐ หรือแต่ละประเทศในขณะนี้ประกอบขึ้นด้วยชน์ชาติของ คนที่มีศาสนา มีภาษา มีจารีตประเพณี และประวัติความเปึนมาที่แตกต่างกัน ตลอดจน เชื้อชาติที่แตกต่างกัน ในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ไม่บังคับให้ ทุกคนต้องใช้วัฒนธรรมที่เปึนมาตรฐานเดียวกัน แต่ให้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่จะ เลือกใช้วัฒนธรรมตามความเชื่อที่ทุกคนมีอยู่อย่างเสมอหน้ากัน โดยไม่มีใครมีอภิสิทธิ์ เหนือกว่าใคร ท่านประธานครับ รัฐเปึนองค์การทางการเมืองของชาติ มีหน้าที่ในการจัดบริหารการปกครองให้เปึ้นระเบียบ เพื่อสวัสดิภาพของประชาชนที่อยู่ ร่วมกัน รัฐจะไม่ใช้ความเชื่อของใครเปึนเครื่องมือในการจัดระเบียบการปกครอง แต่จะใช้ กฎหมายบังคับให้คนในรัฐหรือในประเทศนั้น ปฏิบัติเปึนมาตรฐานเดียวกันอย่างเปึน ระบบ เปึนสัญญาประชาคมที่ทุกคนในรัฐนั้น ต้องยอมรับอย่างเสมอหน้ากัน นี่คือเปึน เรื่องทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และประเทศไทยนั้นไม่ได้ใช้ พระพุทธศาสนาเปึนกฎหมายของรัฐ หรือเปึนกฎหมายของประเทศ เพราะฉะนั้นการนํา ศาสนาไปบรรจุหรือไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเปึนวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับระบอบ การปกครองแบบประชาธิปไตย สำหรับข้อพิจารณาประการที่ ๒ คือ ข้อพิจารณาด้าน ศาสนาพุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับความเจริญขึ้น หรือความเสื่อมลงของ พระพุทธศาสนานั้น ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานในที่ ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบว่า การที่พระพุทธศาสนาจะดํารงอยู่คู่กับประเทศไทยนานแค่ไหน นั้น ปัจจัยสําคัญอยู่ที่การเข้าถึงและเข้าใจหลักศาสนาตามคําสั่งสอนของพระพุทธองค์ และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ได้อยู่กับเรื่องของการที่จะบัญญัติหรือไม่บัญญัติศาสนา พุทธหรือศาสนาอื่นไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ พระพุทธองค์มี พระราชบิดาเปึนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีพระราชอำนาจเต็มที่ในการที่จะสั่งการหรือออก กฎหมายในเรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ได้ แต่พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงฝากศาสนาพุทธที่ท่านตรัสรู้ นั้นไว้กับอาณาจักร หรือไว้กับอำนาจหนึ่งใดเลย หากแต่ได้ฝากไว้กับพุทธบริษัททั้งหลาย ซึ่งสมัยนั้นมีอยู่ ๔ ประเภท ที่เรียกว่า พุทธบริษัทสี่ ได้แก่ ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา แต่ขณะนี้ไม่มีภิกษุณี ก็เหลือพุทธบริษัทสาม คือ ภิกษุสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ได้ทรงขอให้พุทธบริษัทช่วยกันดูแลการประพฤติปฏิบัติตนให้เปึ้นไปตามพระธรรมวินัย คําสั่งสอน โดยตรัสสอนไว้ว่า พระพุทธศาสนาจะเจริญขึ้นหรือเสื่อมลงนั้น อยู่ที่พุทธบริษัท ทั้งหลายเหล่านี้ที่จะนำหลักธรรมคำสั่งสอน หรือพระวินัยไปประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ได้อย่างไรเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ จากข้อเท็จจริงในการประพฤติปฏิบัติตน ของพุทธบริษัทดังกล่าว ในขณะนี้เปึนอย่างไร เปึนไปมากน้อยแค่ไหน ตามพระธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า กระผมก็คิดว่า ไม่จําเปึนต้องกล่าวอะไรกันอีกให้เปึนที่กระทบกระเทือนใจว่า พุทธบริษัท นั้นได้ปฏิบัติตนตามคำสั่งสอนที่มีอยู่มากน้อยแค่ไหน พุทธบริษัทที่ประพฤติปฏิบัติตน ตามพระวินัยคำสั่งสอนก็มีอยู่จำนวนมาก แต่ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อยที่ไม่ได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ตามแนวทางคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ พุทธบริษัทบางหมู่บางพวกไม่ปฏิบัติตนให้อยู่ใน กิจธุระหน้าที่ของตนด้วยซ้ำไป ซึ่งเรื่องนี้เปึนข้อเท็จจริงที่ประชาชนในสังคมได้แลเห็นอยู่ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการยกร่างทุกท่านมีความ ต้องการที่จะยกย่อง เชิดชู ทุกศาสนาที่ประชาชนคนไทยเคารพนับถืออยู่ในขณะนี้ และ คณะกรรมาธิการยกร่างทุกท่านนั้น เข้าใจดีถึงความต้องการของบุคคลบางหมู่บางพวก ที่อยากจะให้บรรจุพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ด้วยความ เข้าใจว่าเมื่อบรรจุแล้ว พระพุทธศาสนาจะเจริญยั่งยืนสถาพร แต่ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้กราบเรียนมาแล้วว่า ความเข้าใจดังกล่าวเปึนความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ด้วย เหตุผลต่าง ๆ ที่กระผมได้ยกขึ้นมากราบเรียนต่อที่ประชุมนี้ให้ทราบแล้ว ทั้งทางด้าน รัฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย และทางด้านหลักการทาง พระพุทธศาสนา ตามแนวสอนของพระพุทธองค์ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่กระผมจะ จบคำชี้แจงในเรื่องนี้ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบประการหนึ่งว่า วันเพ็ญเดือน แปด ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า คือ ในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเปึนวันสำคัญยิ่งทางศาสนา พุทธ์ ที่เรียกว่า วันอาสาฬหบูชา วันนี้เปึนวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงปฐมธรรมเทศนา เปึ้นครั้งแรก และในปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้านั้น ได้มีคำตรัสในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ บรรพชิตว่า ไม่ควรเสพ ไม่ควรประพฤติ ไม่ควรเกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องที่ ๑ เรื่องการเสพกาม และเรื่องที่ ๒ เรื่องการทรมานตนด้วยประการต่าง ๆ ท่านประธานครับ กระผมอยากจะนำคำตรัสของพระพุทธองค์ที่ว่าด้วยการไม่บังควรเสพในการทรมานตน ด้วยประการต่าง ๆ มา เพื่อทราบในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า การ ประกอบต้นให้ลำบากเปล่า คือ ความพยายามที่จะบรรลุจุดที่หมาย ด้วยการทรมานต้น ให้ลำบากด้วยอาการต่าง ๆ ที่เรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค นั้น เปึ้นที่สุดของของเลว เปึ้นที่สุดของของต่ำทราม นี่คือคำตรัสของพระพุทธองค์ในวันปฐมเทศนา คือ ในวันอาสาฬหบูชา วันเพ็ญเดือนแปด ที่กำลังจะมาถึง กระผมก็อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธาน และที่ประชุมแห่งนี้ได้ รับทราบ และพิจารณาถึงเหตุผลสำคัญต่าง ๆ ที่ไม่ได้บัญญัติพระพุทธศาสนาไว้เปึน ศาสนาประจำชาติ แต่ได้เขียนไว้ในมาตรา ๗๘ ในลักษณะที่ขยายความว่า รัฐต้อง ส่งเสริม คุ้มครอง อุปถัมภ์ศาสนาพุทธที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รวมถึง ศาสนาอื่น ๆ ด้วย ก็ได้เขียนขยายความไว้ให้ เพื่อให้เข้าใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่ใน ประเทศนั้นนับถือพระพุทธศาสนา แต่ก็จะต้องคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทย ที่มีความเชื่อในธรรมะ ในศาสนาที่เขาได้ยึดถืออยู่ด้วยเช่นเดียวกัน กระผมขอกราบเรียน มาด้วยความเคารพ และขอที่ประชุมแห่งนี้ได้ใช้การพิจารณาด้วยเหตุและผลอันถูกต้อง กระผมขอขอบพระคุณครับ