ประพันธ์ นัยโกวิท หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างรวดเร็วและจริงจัง เนื่องจากปัญหานี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง และการแก้ไขปัญหานี้จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 วัน
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ ในเบื้องแรก ผมขออนุญาตตอบที่ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านสอบถามว่า ถ้าศาลฎีกามีคำสั่งแล้ว นี่จะหมดจากสภาพเมื่อไรนะครับ ในกรณีนี้ได้มีการบัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๑๐๑ (๙) ในกรณีที่สมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงนะครับ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งตาม มาตรา ๒๓๓ วรรคสอง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่ศาล มีคําวินิจฉัยหรือคําสั่งนะครับ อันนี้เขาจะบวกกับของวุฒินะครับ แต่ว่าความสิ้นสุดของ สมาชิกภาพก็จะอยู่ในมาตรา ๑๐๑ (๙) คือ นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งครับ ในส่วนที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๓ ท่านสอบถามนี่นะครับ ในวรรคแรก ผมขออนุญาตตอบไป พร้อมกันเลยนะครับ คือ หลักการของมาตรา ๒๓๓ วรรคแรกนี่นะครับ ความจริงอันนี้เปึน อํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเดิมที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้อํานาจนะครับ คือ มีอำนาจที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพ เพื่อความรวดเร็ว เพราะเรื่องการจัดการเลือกตั้งนี่จะต้องดำเนินการไปด้วยความรวดเร็ว และเปึนธรรมนะครับ ในกรณีวรรคแรก อย่างที่ท่านอาจารย์วุฒิสารได้กราบเรียนแล้วว่า ระยะเวลาตามวรรคแรกนี่มีน้อยมากนะครับ ในกรณีที่เปึนการเลือกตั้งในระดับชาตินี่ นะครับ ในการเลือกตั้ง สส. นี่นะครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ นี่นะครับ มาตรา ๗/๑ การดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเปึนการเลือกตั้งทั่วไป คณะกรรมการ การเลือกตั้งต้องดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันเลือกตั้ง ในกรณีที่เปึนการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มีประกาศคณะปฏิรูป การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๓๒ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ กำหนดให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศผลการ เลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งต้องไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันเลือกตั้ง ฉะนั้นระยะเวลานี่ นะครับ ในวรรคหนึ่งนี่มีค่อนข้างน้อยมากนะครับ และการทุจริตการเลือกตั้งต่าง ๆ นี่ก็ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้ ๆ กับวันเลือกตั้งนะครับ อย่างยกตัวอย่างง่าย ๆ คดีที่มีการ ซื้อเสียง ซึ่งเปึ้นที่ทราบกันทั่วไปนะครับ คือที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อ ๑๐ ป้ก่อน ที่มีการเอา ธนบัตรมาเย็บกับใบหาเสียงนะครับ พร้อมกับเงินร่วมทั้งหมด ๑๑ ล้าน นี่นะครับ ยึดได้ ค่าหนังคาเขา มีหลักฐานชัดเจนอย่างนี้นะครับ ก่อนวันเลือกตั้ง ๓ วัน นะครับ กรณี อย่างนี้ ถ้าปรากฏอย่างนี้ เจอหลักฐานชัดเจนอย่างนี้นะครับ ถ้าจะปล่อยให้ไปเลือกตั้ง นะครับ หรือประกาศผลไปนี่ ท่านคิดดูสิครับ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ ระยะเวลาของ ช่วงนี้มีค่อนข้างจำกัด ใน ๓๐ วัน นี้นี่นะครับ ถ้าจะมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ อย่างน้อยต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเตรียมเวลา ก็คง ประมาณ ๑๕ วันใช่ไหมครับ จะต้องมีการพิมพ์บัตร เตรียมเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในกรณีสั่ง เลือกตั้งใหม่ เวลาจะพิจารณาจริง ๆ นี่นะครับ ก็จะอยู่ช่วงเวลาประมาณ ๑๕ ๒๐ วัน นะครับ คือขอให้ท่านช่วยคิดให้ด้วยว่าจะทำอย่างไร คือเวลามันค่อนข้างสั้นมากนะครับ แล้วในการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มีคนร้องมา สั่งได้เลย นะครับ เพราะว่าในการพิจารณานี่จะต้องมีการสอบสวนนะครับ จะต้องมีการตั้ง อนุกรรมการสอบสวน อย่างที่ได้ทราบว่ามีการตั้งอนุกรรมการ อย่างเรื่องคดียุบพรรค อย่างนี้นะครับ ก็จะมีตั้งอนุกรรมการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐาน อันนั้นก็ต้องใช้เวลา นะครับ สอบสวนแล้วนี่นะครับ ตามกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี่ จะต้องแจ้ง สิทธิให้เขาทราบด้วย ก็ทำนองเดียวกับเรื่องของ ปปช. ก็ต้องแจ้งว่า นี่คุณถูกร้องนะ เรื่อง ทุจริตการเลือกตั้ง คุณจะให้การอย่างไร ก็ต้องให้เวลาเขา และเชื่อเถอะครับ ในทางปฏิบัติ นี่ ถ้า กกต. เรียกมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหานะครับ เขาจะไม่มา จะพยายามไม่มา เพราะเขารู้ แล้วเขามารับทราบข้อกล่าวหานี่นะครับ เขาตกอยู่ในฐานะลำบากทันที เขาก็ต้อง พยายามเลื่อนนะครับ ครั้งแรกเขาอาจจะแจ้งมาป์วย ไม่สบาย มีใบรับรองแพทย์ ครั้งที่ ๒ ป์วย อะไรทั้งหลายแหล่ เวลามันจะเหลือแค่ ๑๕ ๒๐ วัน ท่านช่วยคิดให้ผม ว่าทําอย่างไร จะแก้ไขปัญหาเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ได้ต้องการอํานาจอะไรทั้งสิ้นนะครับ ของ กกต. นี่ แต่ช่วยกันคิดปัญหาว่า ถ้ามันเกิดอย่างนี้เราแก้อย่างไร เพราะฉะนั้นเวลาพวกนี้ นี่มันค่อนข้างจะจำกัดนะครับ อนุกรรมการไต่สวน ไต่ส่วนแล้ว แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถึงส่ง มาที่ กกต. วินิจฉัย ช่วงเวลาเหล่านี้นี่มันจะไม่ทันนะครับ แล้วพอวินิจฉัยไปแล้วต้องไปยื่น ต่อศาลก่อน ยื่นต่อศาลฎีกาก่อนนะครับ ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ใช่ไหมครับ ก็ต้องเรียก เจ้าตัวเข้ามาสอบถามใช่ไหมครับ ศาลก็ต้องเรียกมาสอบถาม ต้องไต่สวนนะครับ เชื่อเลย ครับ นัดแรกเขาก็ต้องอ้างเหตุต่าง ๆ ว่า ไม่มีทนายบ้าง พอนัดที่ ๒ ก็บอกป์วยบ้าง เวลา ๑๕ ๒๐ วัน มันทำไม่ได้ครับ ท่านลองคิดดูสภาพปัญหานะครับ แล้วในป้ ๒๕๔๐ นี่ นะครับ ที่ว่า กกต. มีอำนาจสั่งได้หมดเลยนี่นะครับ มีคดีที่ กกต. สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แล้วสั่งเลือกตั้งใหม่ได้แค่ ๒ คดีเองครับ ถ้าหากว่าให้ไปศาลด้วยในวรรคแรกนี่ สรุปแล้วจะไม่มีโอกาสที่จะสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้เลยนะครับ นี่คือ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ