สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

ประพันธ์ นัยโกวิท เสนอการแก้ไขเพิ่มจำนวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอีก 8 คน รวมเป็น 9 คน และอธิบายว่าการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีลักษณะกระจายอำนาจลงไป โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือท้องถิ่น เพื่อให้มีการบริหารงานที่คล้ายคลึงกับในต่างประเทศ เช่น อินเดีย

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่าน สสร. อรรครัตน์ นะครับ ที่ให้กำลังใจนะครับ ในการ ทำงานของชุดนี้นะครับ ในส่วนที่ท่านขอแปรญัตตินะครับ โดยจะขอเพิ่มจำนวนของคณะ กรรมการการเลือกตั้งนะครับ ว่าประกอบด้วย ประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่น อีก ๘ คน รวมเปึน ๙ คนนั้น นี่นะครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมีจํานวน ๕ คนนี้นะครับ เปึนการทำงานในลักษณะซึ่งทำหน้าที่บริหารในระดับนโยบายครับ ในการ ปฏิบัติหน้าที่นะครับ หลักนะครับ ในการดำเนินการไปตามกรอบนโยบายที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งมอบหมายนี่นะครับ คือหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนี่นะครับ ก็จะมีผู้ช่วยนะครับ ประกอบด้วย รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งอีก ๕ ท่าน นะครับ ซึ่งรับผิดชอบตาม สายงานนะครับ อย่างเช่น การจัดการเลือกตั้งนะครับ การสืบสวน สอบสวน การมี ส่วนร่วมของประชาชนต่าง ๆ นะครับ นอกจากนี้ก็จะมีพนักงาน การเลือกตั้งทั่วประเทศ นะครับ เปึ้นจำนวนพอสมควรนะครับ ที่ช่วยในการปฏิบัติงานนะครับ ฉะนั้นลักษณะของ การทำงานนี่ จะเปึนการลักษณะกระจายอำนาจลงไปนะครับ เพราะว่าในการเลือกตั้งแต่ ละครั้งนี่นะครับ หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศนี่มีจํานวนมากนะครับ ณ บัดนี้ก็จะมีจํานวน หน่วยเลือกตั้งนะครับ ทั้งหมดทั่วประเทศนี่ประมาณถึง ๘๘,๐๐๐ หน่วยนะครับ หน่วยเลือกตั้ง ๘๘,๐๐๐ หน่วยนี่ เจ้าหน้าที่ทำงานในการเลือกตั้งนี่ หน่วยหนึ่ง ๗ คน นะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอีกนะครับ รวมแล้วในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีคน เกี่ยวข้องจำนวนมาก ฉะนั้นในการทำงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะทำงานใน ลักษณะกระจายงานลงไปในการเลือกตั้งต่าง ๆ นี่ ในจังหวัดนี่ก็จะมีกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนะครับที่จะมีส่วนช่วยในการดูแล คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด นี่ก็จะประกอบด้วยบุคคลหลายส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชนนะครับ ทั้งข้าราชการที่ เกษียณมาช่วยในการทำงาน คือมีลักษณะเปึนคุมนโยบายเหมือนกันนะครับ และในการ ทำงานแต่ละครั้งเวลามีการเลือกตั้งนี่นะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก็ จะแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือถ้ามีการเลือกตั้งสมาชิก ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ก็จะตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น ก็เปึนการ กระจายอำนาจลงไป ฉะนั้นจำนวนของคณะกรรมการเลือกตั้งนี่คงไม่มีปัญหาในการ ปฏิบัติงานนะครับ แล้วก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เดิม กระผมอยากจะ กราบเรียนว่าในต่างประเทศก็เปึนลักษณะทำนองเดียวกันนะครับ อย่างเช่น ในประเทศ อินเดีย ซึ่งเปึนประเทศซึ่งใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีประชาชนมีสิทธิ เลือกตั้งมากที่สุดในโลกนี่นะครับ กรรมการการเลือกตั้ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ การเลือกตั้ง ๑ คน และรองประธานอีก ๒ คนเท่านั้น การบริหารงานก็จะเปึนไปลักษณะ คล้าย ๆ กับที่กระผมได้กราบเรียนแล้วนะครับ ส่วนข้อห่วงใยของท่านอรรครัตน์ เรื่องการ เลือกสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กระผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่ท่าน ได้กรุณาให้ข้อมูลนั้นเปึ้นเรื่องสมัยเดิมที่ผ่านมา ในชุดปัจจุบันนี้ เราพยายามทำให้โปร่งใส ที่สุดครับ กรรมการการสรรหา ซึ่งเดิมมีอยู่ ๘ คน เราก็เพิ่มจำนวนนะครับ จนถึง ๑๔ คน นะครับ เพื่อให้มีความหลากหลาย รวมทั้งภาคเอกชน สื่อมวลชน หอการค้า สภา อุตสาหกรรมมาช่วยในการสรรหา ฉะนั้นจำนวนที่สรรหามานี่ก็ผ่านการพิจารณาของ คณะอนุกรรมการเหล่านี้นะครับ และตอนนี้ในคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ยังไม่ได้มี การสรรหานะครับ ที่ส่งมา ๑๕ คน กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และจะรับข้อสังเกต ของท่านอรรครัตน์ไปประกอบการพิจารณา อยากจะทำให้ดีนะครับ เพราะในป้นี้เปึ้น ป้สำคัญมาก เราจะต้องมีการจัดออกเสียงประชามติ จะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไป ฉะนั้น ถ้าหากเราได้คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ดี มีความเปึนกลาง มีความสื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถนี่ การออกเสียงประชามติหรือการจัดการเลือกตั้งคราวนี้ก็จะเปึนไป ด้วยความเรียบร้อยครับ จะรับข้อสังเกตของท่านไปประกอบการพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ