สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐

คมสัน โพธิ์คง ระบุว่าข้อความในวรรคสองของมาตรา ๑๘๖ มีปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตหรือเขตอำนาจแห่งรัฐ และขอให้เพิ่มคำว่า เขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเพิ่มคำว่า หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างร้ายแรง

นายคมสัน โพธิ์คง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ คมสั้น โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ความจริงผมให้เอกสารท่านไป ๒ ครั้งแล้วนะครับ บนบัลลังก์นี่นะครับ เข้าใจว่า ไม่ทราบ เจ้าหน้าที่ไปให้ท่านไว้ที่ไหนนะครับ ในประเด็นของวรรคสองนี่นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ประเด็น ของวรรคสองนี่ เปึนประเด็นสำคัญสำหรับกรณีของมาตรา ๑๘๖ นะครับ นอกเหนือจาก กรณีของวรรคหนึ่งนะครับ กรณีของวรรคสองนี่มีการตีความกันอยู่ตลอดว่า ในเรื่องของ การทําสนธิสัญญาต่าง ๆ หรือหนังสือสัญญาต่าง ๆ นั้นนี่นะครับ โดยหลักการต้องผ่าน ความเห็นชอบของรัฐสภานะครับ ได้ปรากฏว่าการดําเนินการในข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การค้านะครับ ที่ผ่านมานี่มีผลของการดำเนินการและปัญหาที่เกิดขึ้น ก็อยู่ตรงที่วรรคสอง นี่แหละครับว่า มีการตีความในวรรคสองนั้นอย่างไรนะครับ การตีความในวรรคสองเดิม นั้นมีปัญหานะครับ ในมาตรา ๑๘๖ ที่มีอยู่ปัจจุบันคือ มาตราเดิมคือมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๔ เดิมนี่ เขียนไว้ว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขต อำนาจแห่งรัฐหรือต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามสัญญาต้องได้รับความ เห็นชอบของรัฐสภา ในข้อความตรงนี้ครับท่านประธานครับ ข้อความนี่มีปัญหาตรงที่ว่า มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอํานาจแห่งรัฐ คําว่า เขตอํานาจแห่งรัฐ นี่นะครับ ถูกตีความว่าเปึนเรื่องของอาณาเขตหรือดินแดนเท่านั้นที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของ รัฐสภา กระผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า ในโลกยุคใหม่นะครับ การเปลี่ยนแปลงไปใน สังคมโลกาภิวัตน์นะครับ การต่อสู้กันในเชิงของการใช้กำลังนั้นมีแนวโน้มที่จะลดลง แต่การต่อสู้และแข่งขันกันในเชิงการค้าและเศรษฐกิจ โดยใช้อำนาจทางเศรษฐกิจ ครอบงำประเทศอื่นนั้นน่ะ เกิดขึ้นมากขึ้นตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ในประเด็นตรงนี้ครับท่านประธานครับ ในข้อความในวรรคสองที่กรรมาธิการได้แก้ไข ใช้ข้อความว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย แล้วก็ไปตัดข้อความว่า หรือเขตอํานาจแห่งรัฐ หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมี เขตอํานาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องออก พระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างร้ายแรง ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา กระผม มีความเห็นว่า ในวรรคสองนี้เปึ้นหลักการสำคัญนะครับ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมานะครับ ในการทำสัญญาทางการค้าทั้งหลาย ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่าง มหาศาล เช่น การทำเขตค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือการ ทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนซึ่งเปึนเกษตรกรอย่างร้ายแรง นอกจากส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างร้ายแรง แล้วนี่ การทำข้อตกลงนั้นยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลายรายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ภาคเกษตรกรรมอย่างมาก ทำให้กิจการบางประเภทถึงขนาดต้องป่ดตัวลง นอกจากนี้ การทำข้อตกลงลักษณะดังกล่าวนี่ยังส่งผลต่อประชาชนนะครับ ซึ่งได้รับผลกระทบจาก การทำข้อตกลงทางการค้าดังกล่าว เช่น เกษตรกรซึ่งเลี้ยงโคนม หรือเกษตรกรซึ่งเลี้ยง โคเนื้อ ได้รับผลกระทบมหาศาลจากการทำข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และไทยกับนิวซีแลนด์นะครับ ในสภาพปัจจุบันนี้ถูกการเข้ามาของสินค้าภายใต้ข้อตกลง ดังกล่าว จนกระทั่งเกษตรกรนั้นแทบจะไม่สามารถอยู่รอดได้ หรือสินค้าเกษตรที่เปึนเรื่อง ของพืช ผัก ผลไม้นะครับ ก็โดนสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามานะครับ จนทำให้ เกษตรกรซึ่งเลี้ยงหอม กระเทียม รวมทั้งผัก ผลไม้ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล เพียงเพื่อแลกกับอุตสาหกรรมบางตัว ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์เปึนกลุ่มธุรกิจหลักบางราย เท่านั้น ถึงแม้จะมีการจ้างงานจำนวนมากก็ตาม แต่ว่ากลับส่งผลกระทบต่อประชาชน ในวงกว้างขวางมากกว่านั้นหลายเท่า เพราะฉะนั้นกระผมจึงมีความเห็นว่า ในการดําเนินการของการทําข้อตกลงการค้า ทั้งหลายนะครับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ หรือ ส่งผลกระทบทำให้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง หรือมี ผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประชาชนอย่างกว้างขวางนะครับ ข้อความเหล่านี้นี่ ควรจะต้องอยู่ในวรรคสองด้วย นอกจากนี้ผมยังไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ที่จะตัดคําว่า เขตอํานาจแห่งรัฐ ออก เพราะการตีความคําว่า เขตอํานาจแห่งรัฐ นี่ ผมคิดว่าไม่ได้อยู่ในเรื่องของการที่จะบอกว่า อาณาเขตไปถึงไหน แต่ยังรวมถึงเรื่องของ การที่มีอำนาจในเรื่องอื่น ๆ เช่น ทางการศาลนะครับ เข้าไปถึงเขตต่าง ๆ ที่เราได้มี พื้นที่นอกอาณาเขต หรือรวมถึงเขตอำนาจต่าง ๆ ที่อยู่นอกอาณาเขตด้วย ผมคิดว่า ในประเด็นนี้ เปึ้นประเด็นสำคัญ ซึ่งกระทบต่อผลประโยชน์ได้เสียของประชาชน ในทาง ปฏิบัติที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานครับ นอกจากจะไม่มีการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้ว การตีความวรรคสองนี่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการ วรรคหนึ่งเปึ่นหลักการที่มาก่อน วรรคสองเปึนหลักการที่เปึนข้อยกเว้นว่า ถ้าเปึนเรื่องของเรื่องเฉพาะเหล่านี้แล้ว ต้องนําไปสู่การรับฟังความเห็นชอบของรัฐสภาเสมอ ในบางประเทศครับ ท่านประธาน ครับ การทําสนธิสัญญาหลายประเภทนะครับ ได้ถูกกําหนดว่า จะมีผลใช้บังคับได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการให้สัตยาบัน หรือการเห็นชอบของรัฐสภา รวมทั้งองค์ประมุขของ รัฐด้วย แต่ประเทศไทยที่ผ่านมาครับ การดําเนินการในเรื่องของความตกลงต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องทางการค้า และในเรื่องที่กระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง นั้น ฝ์ายบริหารใช้อำนาจตามอำเภอใจดำเนินการแต่เพียงฝ์ายเดียว โดยไม่ให้ผู้แทนของ ประชาชนก็คือรัฐสภา ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ รวมทั้งไม่เคยนำขึ้นเสนอหรือ ทูลเกล้าฯ ถวายองค์พระประมุขแห่งรัฐให้ทรงพระราชีวินิจฉัยเลย ผมคิดว่าประเด็นนี้นี่ เปึ้นประเด็นสำคัญ ซึ่งประชาชนได้รับผลกระทบจากการกระทำของฝ์ายบริหารเปึนอย่าง ยิ่งในช่วงที่ผ่านมา ผมคิดว่าควรจะต้องมีหลักเกณฑ์สำคัญในการวางกรอบกติกาของการ ดําเนินการ ในการทําหนังสือสัญญา สนธิสัญญา แล้วก็ความตกลงระหว่างประเทศ นะครับ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ไว้ในรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ในวรรคสองนี้ด้วย กระผมจึงขอเติมข้อความใน ๓ ส่วนนะครับ คือ คำว่า สนธิสัญญา หนังสือสัญญาหรือความตกลงใด ด้านหน้านะครับ แทนคําว่า หนังสือสัญญาใด แล้วก็ ขอเติมคำว่า มีบทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอำนาจอธิปไตย นะครับ เช่น การที่บังคับให้ศาลนี่ ไม่สามารถยึดทรัพย์ของผู้ลงทุนบางอย่างได้ ในกรณีที่มีคดีขึ้นในประเทศไทย อย่างเช่น ข้อตกลงระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งว่างหลักการว่าไม่สามารถที่จะบังคับหรือยึดทรัพย์ นักลงทุนในประเทศไทยได้ ผมคิดว่าบทบัญญัตินี้เปึนการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาล โดยการทำสนธิสัญญาของฝ์ายบริหาร จึงขอเพิ่มเติมข้อความนี้ แล้วก็ขอเพิ่มเติมข้อความ ในบรรทัดที่ ๓ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และส่งผล กระทบทำให้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง หรือมีผลกระทบ ต่อประโยชน์ได้เสียของประชาชนอย่างกว้างขวาง รวมเข้าไปด้วย แล้วก็หลักการนี้ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนการแสดงเจตนาผูกพันด้วย ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ