สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

เศวต ทินกูล เสนอการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงบทบาทของพรรคการเมืองและสมาชิกสภา ให้มีอิสระในการดำเนินการมากกว่า และไม่ควรบังคับให้สมาชิกสภาต้องสังกัดพรรคใดพรรคหนึ่ง

นายเศวต์ ทินกูล

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม เศวต ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จังหวัดนครพนมครับ ผมเปึ้นผู้รับรองญัตตินี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ ประชาธิปไตย ประชาชนเปึนใหญ่นะครับ ถ้าจะฟังแอ๊ดคาราบาว เขาก็บอกว่า นาย ก นายต้องมาจากเลือกตั้ง ไม่ได้มาด้วยกำลัง และไม่ได้มาด้วยเงินทอง เพราะฉะนั้นเลือกตั้งเขาไม่ได้บอกนะว่าต้องพรรคนะครับ ยกตัวอย่าง โลกเสรีนี่เขาไม่บังคับกะเกณฑ์หรอกครับ อยากจะลงพรรคก็ได้ พรรคไหน สถาบันการเมืองเขาได้พัฒนาแล้ว เขาศรัทธาเขาก็ไปอยู่นะครับท่านประธาน พวกไหน ไม่ศรัทธาหรือมีเงื่อนไขอื่นเขาก็ลงสมัครอิสระได้ มันเปึ้นเหตุให้คนดี คนกล้า กล้าลง รับสมัครเลือกตั้งนะครับ แต่ในโลกคอมมิวนิสต์ (Communist) นะครับ ต้องสังกัดพรรค อย่างเดียว สำหรับผมแล้ว อดลึก ๆ ไม่ได้ว่าเราจะเปึนคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ลอกแบบ คอมมิวนิสต์มาหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้นะครับท่านประธาน คราวนี้ปัญหามันก็เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน สถาบันพรรคการเมืองของประเทศไทยเรานี่ ยังไม่เปึนป๊กแผ่นที่ดี ยังไม่มีสาขาพรรค ยังไม่มีการบอกเล่าเก้าสิบ ชี้แจงพี่น้องประชาชนในหัวเมืองบ้านนอก ของบ้านผม แล้วเมื่อไม่พัฒนา จะเอาอะไรเปึนหลักเปึนเกณฑ์ว่าจะต้องไปสังกัดพรรค การเมืองล่ะครับ และวินาทีนี้อย่างที่เห็น ๆ อยู่ รู้ ๆ อยู่ ยังไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองได้ เลยครับท่านประธาน มีอยู่สองสามพรรคเท่านั้นที่จะปฏิบัติการทางการเมืองได้นะครับ แล้วจะมีความพยายามที่จะไปบังคับกะเกณฑ์ว่า เราจะเอาอำนาจอธิปไตยของปวงชน ชาวไทยทั้งหมดนี่ ไปยัดใส่ให้พรรคการเมือง นี่มันเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้องโดยธรรมนะครับ อย่างแน่นอนนะครับในเรื่องนี้ และอีกอย่างหนึ่ง มันเปึนการขายวิญญาณครับ จำเปึน ด้วยหรือครับ ผมจะต้องไปก้มหัวให้กับพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมือง ผมพูดอย่าง ไม่อายนะครับ มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง บางพรรคที่จะจ่ายให้ผมก่อนแล้ว ๑ ล้าน ทาบทามตัวผม เรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขอบิณฑ์บาตเถอะครับ บอกว่า ผมยังไม่ได้ตัดสินใจใด ๆ ผมขอยึดมั่นศรัทธาไปก่อน แล้วผมก็ประกาศว่า ถ้าหากอย่างไร ผมขอดูก่อน แต่เนื้อใส่ใจจริงผมแล้วนี่ถ้าไม่มีพรรคการเมือง คือมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่สังกัด พรรคก็ได้ ให้อิสระก็ได้นี่ ก็เปึ้นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่เป่ดกว้างไว้นะครับ ผมก็จะ ไปสมัครอิสระ ผมไม่อยากอยู่ภายใต้อาณัติสัญญาณใด ๆ ในขณะที่วันแรกที่ผมมารับ หน้าที่ที่สภาที่ทรงเกียรติแห่งนี้ ผมได้ปฏิญาณต้นแล้วว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่โดย ปราศจากอาณัติสัญญาณ ใด ๆ นะครับ นั่นคือหลักอิสระในระบอบการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย และระบอบรัฐสภา เราเอาหลักอิสระหายไป ไปอยู่ใต้อันเดอร์ คอมมานด์ (Under command) การบังคับบัญชาของพรรคการเมืองนะครับ หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมาธิการบริหารพรรค ผมเรียนตรงไปตรงมาท่านประธาน ผมเคยสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอดีตนานมาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวผม ผมอยากจะเอา ประสบการณ์มาบอกเล่าให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ผมไม่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ไปหา พรรคไหนเขาก็บอกว่า คุณยังใช้ไม่ได้ ไม่มีชื่อเสียง พรรคไม่สนับสนุน ไม่มีนโยบาย ไปหา พรรคอื่นอีกบอก พรรคจน์ ๆ เขาก็บอกว่า คุณมีเงินช่วยพรรคเท่าไร สุดท้ายปลายทาง ผมก็ไปได้พรรคหนึ่งนะท่านประธาน เขาบอกไม่เอาเงินเอาทองกับผมหรอก เขาให้เสื้อมา ตัวหนึ่ง เสื้อพรรคมีอยู่แค่นี้ ค่าสมัครไปหาเอาเองนะคุณเศวต เขาบอก ผมเจ็บช้ำน้ำใจ วินาทีนั้นทำไมผมต้องเข้ามากรุงเทพ แล้วก็มาเร่หาพรรคลง ผมเหมือนสัมพเวสี ความรู้สึก ของผมตอนนั้น ใช้ไม่ได้ท่านประธาน ถ้ามีความอิสระแล้วผมกล้าลงอย่าง ไม่ลังเลเลย ครับ ประกาศบอกพ่อแม่ พี่น้องว่า ผมจะเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอิสระ ปราศจากอาณัติสัญญาใด ๆ นะครับ จริงอยู่ครับ จะมีการที่ซื้อสิทธิ ขายเสียง ขายตัวใน อดีตเปึนไปได้ แต่แบบนี้เปึ้นระบบผสมผสาน เพื่อจะทำให้เกิดการพัฒนา พรรคการเมืองเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่วินาทีนี้มันยังไม่ถึงเวลานะครับ เหมือนกับ คน ๆ หนึ่งอยากซื้อรถเก๋งขี่ มันยังไม่ถึงเวลา ขี่รถอีแต๋น มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) ไปก่อน รอไปก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า การที่จะเขียนรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อบังคับกะเกณฑ์ให้ประชาชนต้องไปอยู่ภายใต้อาณัติของบริษัทพรรค การเมืองที่เปึนอยู่ในขณะนี้ มิเปึนการสมควรอย่างยิ่ง และสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธาน