สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

เศวต์ ทินกูล กล่าวเรื่องการโกงการเลือกตั้งในอดีต และเรียกร้องให้ กกต. แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการโกงการเลือกตั้ง

นายเศวต์ ทินกูล

ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เศวต ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จังหวัดนครพนมครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายชี้แจงท่านกรรมาธิการด้วยนะครับ และเพื่อน สมาชิกในฐานะที่ผมเปึนผู้เชี่ยวชาญการตรวจสอบ ดูแลการโกงการเลือกตั้ง หรือชาวบ้าน เขาเรียกว่า การยกหีบเลือกตั้งครับ จากประสบการณ์หลายป้ที่ผ่านมาเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่ มหาดไทยดูแลการเลือกตั้งครับ ท่านประธาน เขาก็เริ่มจากการที่ใช้บัตรเหลืองนะครับ มากาก่อน คือพี่น้องเกษตรกรชาวอีสานชอบอพยพแรงงาน กำนันผู้ใหญ่บ้านก็จะมี บัตรเหลืองรวบรวมไว้ที่หมู่บ้านเขา แล้วก็เอานั่นมากานะครับ ต่อมาเปึนยุคใหม่นะครับ ยุคไอที (IT) มีบัตรประชาชนแบบใหม่เกิดขึ้น เขาก็ใช้รันนิง นัมเบอร์ (Running number) คือจดตัวเลขครับ คือเลข ๑๓ หลักนะครับ จดไว้นะครับ ก็ไปลงแทนกันได้นะครับ เรื่องนี้ ผมก็จะเรียนท่าน กกต. ที่อยู่ ณ ที่นี้ว่าต้องออกกฎหมายแก้อย่างไร อะไรแบบไหนนะครับ แต่ที่เจ็บปวดมากกว่านั้นเริ่มต้นจากการที่จังหวัดนครพนม จังหวัดผมเปึน โมเดล (Model) ก่อนในการโกงเลือกตั้งมโหฬารนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ชี้แจง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่เจ็บปวด จังหวัดนครพนมในอดีตมีศูนย์ลาวอพยพอยู่ที่นั่นครับ มีขบวนการนำชาวลาวอพยพสามหมื่นกว่าคน ไปคำนวณสัดส่วนประชากรของจังหวัด นครพนม เพื่อให้เขตเลือกตั้ง เพื่อได้ สส. เพิ่มมากขึ้นครับในยุคสมัยนั้นครับผม แล้วก็ เพิ่งจะแก้ไขเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ครับ หลักฐานยังอยู่มีการร้องเรียนเรื่องนี้ขึ้นมา นะครับ เพื่อเปึนการเอาใจนักการเมืองนะครับ จังหวัดนครพนม สมัยนั้นมีผู้อพยพแรงงาน ไปที่กรุงเทพมากมาย และไปที่ต่างประเทศมากมายจนเปึนอันดับสองของประเทศนะครับ ที่ไปทํางานตะวันออกกลางหรือประเทศอื่น ในเขตเลือกตั้งนั้นแบ่งเขต เรียงเบอร์ ๓ คน มี ผู้สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ๑ แสน ๗ หมื่นคน แต่ว่าคนที่ไปอยู่ต่างประเทศนั้นประมาณ สักหกหมื่นกว่าคนนะครับ ท่านประธาน เปึนความเจ็บปวดมากว่าผลคะแนนออกมาผู้ที่ ได้ ๑ นั้น ในการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๑ แสน ๕ หมื่น คะแนนนะครับ นี่เจ็บปวดของ ชาวนครพนมมาก ผมไม่สบายใจมากในวันนั้นนะครับ โยงมาถึงการเลือกตั้งระบอบใหม่ ระบบใหม่นะครับ เปึนการกระหยิ่มยิ้มย่องของมารตัวใหญ่ครับ คือไปเลือกตั้ง แก้ กฎหมายให้ไปนับที่หน่วยนับคะแนนที่เดียวครับ ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเบื้องหลังการ ถ่ายทำ หลังจากกาลเวลาผ่านไป มีเพื่อนผม พรรคพวกผมที่เปึนกำนันผู้ใหญ่บ้าน อส. และเปึนกรรมการหน่วยเลือกตั้ง มาเล่าให้ฟังถึงความอัปยศ ถูกอํานาจรัฐ อํานาจทาง การเมือง อำนาจเงิน มาข่มขู่ ข่มเหง ให้ไปเผาบัตรเลือกตั้งข้างทางครับ ท่านประธานครับ เปึนความชอกช้ำระกำใจ วิธีการการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง พวกเขาเปึนคนพิมพ์ หีบก็หีบเขา คนก็คนของเขา และล่าสุดที่หน่วยเลือกตั้งเขต ๒ จังหวัดนครพนมครับ ที่ผ่านมา ไม่ใช่ เขต ๒ ขออภัยครับ เขต ๔ ครับ ขบวนการหนึ่งที่รักชาติได้ทำการถ่ายวิดีโอ (Video) ครับ ในหน่วยเลือกตั้งนั้น เขาถ่าย วิดีโอเข้าไป วิธีการเอาบัตรเลือกตั้งออกมาอย่างไร เปลี่ยนบัตรอย่างไร ไปผสมนับห้าร้อย ใส่ถุงอย่างไร ครบถ้วน จนกระทั่งยื่นนำเสนอต่อ กกต. ครับท่านประธาน แล้ว กกต. ก็วินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนั้นต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ว่าสาวไม่ถึงผู้รับสมัคร ผู้ชนะเลือกตั้ง เพราะว่าไม่มีตัวตน ก็เปึนเรื่องของการที่เจ้าหน้าที่ทํากันเองครับ อย่างนี้เปึนต้นครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการโกงการเลือกตั้งมีไหม ถาม ตอบได้เลยว่ามีครับผม มีขบวนการล่อหลอกทำท่าว่าเอาทหารมานับคะแนน ท่านประธาน ทหารมานับคะแนน ด้วยความบริสุทธิ์ ใช่ แต่นับจากการที่คนที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง คนโกงทุจริต การเลือกตั้ง ผสมบัตรใหม่เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธาน เปึ้นการล็อกให้เขานับคะแนน นะครับ แล้วก็สิ่งที่สำคัญที่มันเกิดขึ้น ก็คือว่า มีความแตกแยกในบ้านในเมือง แล้วก็บางที ดึก ๆ คนขานคะแนนก็จะขานในลักษณะของเขา เลือกเบอร์หนึ่งก็ขานอีกเบอร์หนึ่ง มีทุกรูปแบบ สารพัดที่มันจะเปึน คราวนี้ผลดีจากการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ ลงคะแนนนะครับ เกิดขึ้น คือประชาชนจะมีส่วนร่วมครับ ท่านประธานครับ เพราะตาม ธรรมชาติของผู้คนนั้นจะมี ๒ ด้าน ผู้ที่เชียร์ (Cheer) เบอร์ไหนก็แล้วแต่ พรรคไหนก็ แล้วแต่ เขาจะเปึ้นเดือดเปึ้นร้อนแทน เขาจะดูแลแทน ตรงไหนที่กาคะแนนไม่ใช่ช่อง สมควรเขาก็จะไปดูแลตรงนั้นนะครับ