สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เสนอปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยขอแปรญัตติให้เหลือ 5 คน และตัดประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออก เนื่องจากไม่ประสงค์ให้ท่านเกี่ยวข้องในเรื่องการสรรหา และอาจทำให้เกิดความคลางแคลงใจของประชาชน
ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้ขอแปรญัตติมาตรา ๑๐๗ กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการยกร่าง รวมถึงท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตามมาตรา ๑๐๗ ซึ่งเปึ้นบทบัญญัติที่ว่าด้วยกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภานะครับ ถ้าดูตามร่างของกรรมาธิการยกร่างนั้น คณะกรรมการชุดนี้จะประกอบไปด้วยบุคคล ๗ คนครับ เริ่มตั้งแต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน กกต. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา ประธาน ปปช. ประธาน คตง. แล้วก็บุคคลซึ่งมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือก ๑ คน ที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองเลือก ๑ คน ผมเองได้ขอแปรญัตติไว้ ว่า คณะกรรมการที่จะทําหน้าที่สรรหาวุฒิสมาชิกตามมาตรา ๑๐๗ นั้น ผมแปรญัตติให้ เหลือ ๕ คน ๕ คนที่ผมขอแปรญัตติไว้มีใครบ้างครับ ก็จะประกอบไปด้วย คณะกรรมการ กกต. ประธาน กกต. นะครับ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ประธาน ปปช. ประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ๔ คนนี้มาจากภาครัฐทั้งสิ้น แล้วคนที่ ๕ ของผมป่ดท้ายด้วย ผู้แทนองค์กรเอกชน ถามว่าเหตุผลทำไมต้องขอปรับปรุงคณะกรรมการสรรหา กกต. ใหม่ นะครับ เหตุผลก็คือประการแรก ที่ผมตัดผู้แทนหรือท่านประธานจากศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั้น เนื่องด้วยแนวคิดบวกด้วยข้อมูลที่เราได้รับจากการรับฟังความคิดเห็น รวมตลอด ถึงข้อมูลขององค์กร ๑๒ องค์กรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๙ พวกเราคงทราบ ดีว่า ภาคศาล โดยเฉพาะศาลยุติธรรมนี่เขาไม่อยากมายุ่งในเรื่องของการสรรหา คณะกรรมการ สรรหาคณะกรรมการต่าง ๆ ในองค์กรอิสระ สรรหาเรื่องของวุฒิสมาชิก ตรงนี้คือเหตุผลที่กระผมต้องขอตัดเอาประธานศาลรัฐธรรมนูญออกก็คือ ไม่อยากให้ท่าน ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำหน้าที่สรรหาตัวบุคคล ท่านควรที่จะไปอยู่ในที่ตั้งของท่าน คือทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านจะต้องมาเกี่ยวข้อง กับเรื่องของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่อไปในอนาคตนะครับ ถ้าให้ท่านเข้ามาทําหน้าที่ เปึ้นกรรมการสรรหาตัวบุคคลตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเสียแล้วนี่ ต่อไปถ้ามีปัญหา ที่ต้องไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วนี่ อาจจะทําให้ประชาชนเกิดความ คลางแคลงใจได้ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ทำไมผมเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับตัวแทนในองค์กรเอกชน ตรงนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า ด้วยแนวคิดที่ว่า เราต้องการให้ได้แนวคิดหรือหลักคิดเกี่ยวกับ ประชาธิปไตย โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ท่านอย่าลืมว่า ประเด็นที่เราเขียนรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ให้วุฒิสมาชิกมีที่มาแตกต่างไปจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ โดยให้ ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง และส่วนหนึ่งมาจากการสรรหานั้น ตรงนี้เปึนปัญหาที่เราได้ อภิปรายกันมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งถึงวันนี้ ประเด็นหนึ่งซึ่งเราต้องพยายาม อธิบายให้พี่น้องประชาชนและสังคมได้รับทราบว่า กระบวนการสรรหาวุฒิสมาชิก ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ มันมีความแตกต่างกับการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกในอดีต การแต่งตั้ง วุฒิสมาชิกในอดีตนั้นกระทําโดยฝ์ายบริหาร ก็คือนายกรัฐมนตรีนะครับ ประชาชนไม่มี ส่วนร่วมเลย นั่นคือข้อด้อยของระบบวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้ง แต่เนื่องจาก วุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็สร้างปัญหาไม่น้อยให้กับประเทศชาติที่ผ่านมา เราจึงได้ปรับปรุงให้เอา รูปแบบทั้ง ๒ รูปแบบมาผสมผสานเข้าด้วยกัน แนวคิดของผมก็คือว่า รูปแบบของการ สรรหาวุฒิสมาชิกนั้น จะต้องแก้ไขข้อด้อยของวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งในอดีต ก็คือการที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ด้วยการเสนอให้มีผู้แทนองค์กรเอกชนเข้ามาร่วม เปึ้นคณะกรรมการสรรหา ตรงนี้ก็จะสามารถแก้ไขข้อด้อยของวุฒิสมาชิกที่มาจากการ สรรหาในประเด็นที่ว่า วุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหานั้นขาดการเชื่อมโยงกับภาค ประชาชน ด้วยการให้มีองค์กรเอกชน ซึ่งถือว่าเปึนตัวแทนของภาคประชาชนเข้ามาเปึนกรรมการ สรรหาในวุฒิสมาชิกได้ด้วยนะครับ นั่นเปึ้นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ของการที่เสนอให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเปึ้นส่วนหนึ่ง ในคณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิกก็คือ ปัญหาที่ท่านการุณ ใสงาม ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้ตั้งคำถามไว้เมื่อภาคเช้าว่า การที่เรากำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมาสรรหา บุคคลเพื่อทำหน้าที่วุฒิสมาชิก แล้วในที่สุดเมื่อมีวุฒิสมาชิกเกิดขึ้น ในที่สุดเมื่อมีวุฒิสภา เกิดขึ้น วุฒิสภาซึ่งคณะกรรมการเปึ้นผู้สรรหานั้น กลับจะต้องมาให้ความเห็นชอบในการ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน กกต. ประธาน ปปช. กลายเปึ้นผู้ที่ถูกสรรหา กลับมาเห็นชอบผู้ที่เปึนกรรมการสรรหา เมื่อเราปรับปรุงโครงสร้างหรือรูปแบบของ คณะกรรมการสรรหาใหม่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเติมองค์กรภาคประชาชน เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย ก็จะเปึนการตอบคำถามที่เปึนข้อคลางแคลงใจว่า กรรมการ สรรหาตามโครงสร้างที่กรรมาธิการยกร่างได้ออกแบบไว้นั้น ชอบธรรม ถูกต้องแล้วหรือไม่ ด้วยเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานและท่านกรรมาธิการยกร่าง ตลอดจน เพื่อนสมาชิกที่เคารพ กลุ่มของกระผมจึงได้ขอปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการ สรรหาใหม่เปึนว่า ๑. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. ประธาน กกต. ๓. ประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ๔. ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และ ๕. ผู้แทน องค์กรเอกชน ทีนี้ที่ท่านประธานถามผมว่า ในส่วนที่ผมขอแปรญัตติไว้นั้นสามารถที่จะ ปรับปรุง ประนีประนอมกับคณะกรรมาธิการยกร่างได้อย่างไรหรือไม่ ผมขอกราบเรียน ครับว่า เมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างได้ปรับปรุงรูปแบบของโครงสร้างของคณะกรรมการ สรรหาในส่วนนี้แล้วบางส่วน ก็คือในส่วนที่ ๖ บุคคลซึ่งมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และบุคคลซึ่งมาจากที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยท่านปรับปรุง ถ้อยคำในวรรคสองว่า บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และที่ประชุมใหญ่ของตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด เลือกตามวรรคหนึ่ง ต้องมิใช่ผู้พิพากษา ตุลาการ หรือพนักงาน อัยการ และต้องไม่เปึนกรรมการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ในขณะเดียวกัน ผมขอกราบเรียนครับว่า เงื่อนไขที่กรรมาธิการยกร่างได้เพิ่มเติมเข้ามา สำหรับบุคคลที่จะผ่านการเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและศาลปกครองนั้น แนวคิดเริ่มใกล้เคียงกับของผม ที่ผมเสนอให้มีผู้แทนองค์กรเอกชน คือภาคประชาชน เข้ามาร่วม เพราะฉะนั้นถ้าบุคคลในวรรคสองตรงนี้ ท่านสามารถปรับปรุงเงื่อนไขเพิ่มเติม ว่า ให้เปึ้นบุคคลซึ่งมาจากภาคประชาชนหรือองค์กรเอกชน โครงสร้างของกรรมาธิการ ยกร่างกับโครงสร้างของผมในคณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก ก็จะเปึ้นโครงสร้างที่เกือบ เหมือนกันแล้วครับ นอกจากนั้นผมว่าผมตามท่านได้ ขอบคุณครับ