เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ โดยมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกกรรมการจากกลุ่มบุคคลที่แตกต่างกัน เช่น นักวิชาการ สื่อสารมวลชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้มีความหลากหลายและความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เรียนท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ท่านประธานครับ ในมาตรานี้นี่เปึนองค์ประกอบของกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ปรากฏ ว่ากรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมสิ่งที่เคยเสนอให้พวกผมพิจารณา โดยการเพิ่มเติม บุคคลที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ๑ คน แล้วก็เพิ่มเติมบุคคลที่ได้รับ การคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดอีก ๑ คน คำถามคือท่านจะเลือก จากใคร ท่านบอกว่าจะไม่ได้เลือกจากคนภายใน ถ้าพูดตรง ๆ ไม่ใช่บรรดาผู้พิพากษาและ คนภายใน ถ้าผมพูดง่าย ๆ แต่ท่านเลือกจากใครก็ได้ในประเทศไทย ท่านสมควรหรือไม่ ที่จะต้องพิจารณาว่า ควรจะเลือกจากกลุ่มบุคคลใดหรือไม่ นี่เปึนคำถามในเชิงอภิปราย เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณาว่า เราจะเป่ดกว้างให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก ๑ คน เลือกจากใครก็ได้ แล้วก็จะให้ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเลือกจากใครก็ได้ ๑ คน หรือควรจะกำหนดเสียว่าจะเลือกจากกลุ่มไหน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความ หลากหลายหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น จะให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเลือก ๑ คน จากนักวิชาการก็ได้ หรือจะให้เลือกจากบรรดาบุคคลที่ทำงานภาคประชาสังคม หรือสื่อมวลชนก็ได้ หรือจะใน ๒ ส่วนนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก ๑ คน จากกลุ่มหนึ่ง แล้วที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเลือกจากบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง แยกกันในบรรดา ๓ กลุ่มที่ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ ก็คือนักวิชาการ สื่อสารมวลชน และองค์กรพัฒนา เอกชนก็ได้ หรือจะเรียกว่าภาคประชาสังคมก็ได้ จะดีไหม หรือเราจะเป่ดไว้กว้าง ๆ ว่า ให้ท่านไปเลือกใครก็ได้ ที่ผมพูดอย่างนี้นี่นะครับ ไม่ได้หมายความว่าอยากจะป่ดกั้น แต่ควรจะกำหนดให้ชัดเจนหรือไม่ เพื่อให้องค์ประกอบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะว่าถ้าเรา พิจารณาอำนาจหน้าที่ของ สว. นี่นะครับ จะมีอํานาจหน้าที่บางประการ ที่จะมีอํานาจหน้าที่ในการที่จะถอดถอน อํานาจหน้าที่ในการที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วถ้าท่านดูองค์ประกอบที่เหลือ ๕ ท่าน ท่านพิจารณาดูให้ดี นะครับ ประกอบไปด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน กกต. ประธานผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภา ประธาน ปปช. ประธาน คตง. ๕ ท่าน ในเมื่อ ๕ ท่านเปึนอย่างนี้ แล้วท่านควรที่จะเลือกคนมาอีก ๒ คนนี่ ให้องค์ประกอบมันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไหม เช่น จะไปเอาจากภาคประชาสังคมก็ดี หรือกําหนดเสีย จะเปึนนักวิชาการหรืออะไรเสีย จะดีไหม หรือจะเป่ดกว้างให้ท่านจะไปเลือกใครก็ได้ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้ไม่ไว้ใจศาล นะครับ แต่เราคงจะต้องกําหนดกรอบ กําหนดอะไรคิดอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะว่า ที่ผ่านมานี่ผมเองเคารพ แล้วผมนิยมชมชอบศาลมาก ถ้าฟังสุ้มเสียงผมมาโดยตลอด แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็เคยเลือกบุคคลที่ผมผิดหวังมาแล้ว ๑ คน ไปทำหน้าที่เปึน กกต. ผมเปึนคนตรวจสอบประวัติ แล้วผมก็ไม่สบายใจ ผมพูดนี่ พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ยิ้มเลย รู้ว่าเราสอบมาด้วยกัน ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยทำผิดพลาด ไม่ใช่ ไม่เคยเลือก กกต. ที่อยู่ในหนึ่งในสาม หน้า ๕ ห่วงนี่ละครับ ท่านประธานครับ มีศาล ท่านหนึ่งเปึนผู้เสนอชื่อบุคคลท่านนี้ แล้วบุคคลท่านนี้ก็ได้รับการเป่ดประตูให้เข้าไปทุกเช้า ไปกินกาแฟในห้องศาลฎีกา แล้วบุคคลท่านนี้ก็ไปนั่งห้องกาแฟ แล้วก็เดินไปตาม ห้องทำงานของศาลฎีกาทีละห้อง เพื่อที่จะแนะนำตัวเอง นี่แหละครับแคบดี การแนะนำ ตัวง่ายดี มันแคบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับมันเปึ้นปัญหา เราควรจะกำหนดอะไรให้มัน ชัดเจนไหมครับตรงนี้ หรือว่าเราจะเป่ดไว้กว้าง ๆ ให้ท่านเลือกใครก็ได้ นั่นเปึนคําถามที่ ๑ ที่ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกถึงเวลาที่ท่านต้องช่วยคิดแล้วครับ คงไม่ใช่กรรมาธิการเท่านั้น ประการที่ ๒ กํานั้นวิทยาได้พูดเมื่อวานนี้ แต่ว่าคนนี่ไม่ค่อยสนใจ แล้วก็บอกให้ท่านมาพูด วันนี้ แล้ววันนี้ท่านก็พูดมาที่หนึ่ง ก็ไม่ค่อยได้มีคนหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา คือ ตำแหน่ง ประธานศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ประธาน กกต. ก็ดี ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาก็ดี ประธาน ปปช. ก็ดี และประธาน คตง. ก็ดี ได้รับการสรรหา แล้วรับรองจากวุฒิสภา แล้วบุคคลพวกนี้ก็จะมาเปึนบุคคลที่ทำหน้าที่สรรหา ต่อไปมันจะวนไปวนมาหรือเปล่า ที่ท่านถาม คือ มันจะมีปัญหาเรื่องความวนเวียนในอำนาจไหมว่า ใครเลือกใคร ใครสรรหาใคร เกาหลังกันไป เกาหลังกันมาหรือเปล่า หรือว่าไม่เปึนไรตรงนี้ เพราะมัน มาจากแหล่งเดียวกัน มาจากวุฒิสภาแล้วมันก็ไปสรรหา และก็ได้ประธานพวกนี้มา ประธานพวกนี้ก็กลายเปึนคนสรรหาใหม่ และก็ส่งให้วุฒิสภา หรือว่าไม่เปึนไรตรงนี้ ตรงนี้ผมก็ไม่ค่อยติดใจมาก แต่ว่าผมคิดว่า เมื่อกำนันวิทยาบอกว่าได้ยินคนเปึนห่วงมานี่ ผมว่าตอบให้ชัดได้ไหมครับตรงนี้ ผมเองก็ประเด็นนี้ผมรู้ว่าท่านจะตอบอย่างไร ผมก็อยากจะฟังอยู่ด้วยนะครับ ผมขอถาม ๒ ประเด็นนี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ