อภิชาติ ดําดี หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และไม่มาจากการสรรหา โดยคณะบุคคล เจ็ดแปดคน เพื่อหลีกเลี่ยงการครอบงำ แทรกแซงจากฝ่ายบริหาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาติ ดําดี สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตใช้สิทธิอภิปรายในฐานะผู้สนับสนุนการแปรญัตติ ให้วุฒิสมาชิกนั้นมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง และทั้งสิ้น ท่านประธาน ครับ ประเด็นสําคัญที่เรากําลังคุยกันอยู่ในขณะนี้นี่ครับ ผมรู้สึกเข้าใจและเห็นใจ ท่านกรรมาธิการยกร่าง ที่ได้พยายามประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ทางการเมืองไทยที่ผ่านมา แต่ผมขอเรียนว่า นวัตกรรมใด ๆ ก็ตามที่ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับ หลักประชาธิปไตย ที่หลุดลอยไป ไกลไปจากการยึดโยงกับประชาชนแล้ว ผมห่วง เหลือเกินครับว่า นวัตกรรมนั้นอาจจะกลายเปึนวิบากกรรม และไม่ใช่เปึนวิบากกรรม ของใครคนใดคนหนึ่งครับ แต่จะเปึนวิบากกรรมของสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสภาครับ เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญครับ ผมคิดว่าเราควรจะพิจารณาเรื่องของที่มาของสมาชิก วุฒิสภาคู่ขนานไปกับอํานาจหน้าที่ และที่สําคัญก็คือต้องพิจารณาอย่างยึดโยงอยู่กับ หลักประชาธิปไตยและประชาชน บ้านเมืองเรานั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ที่เรียกว่า เปึนประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา นั่นหมายความว่า ฝ์ายบริหารนั้นก็จะไป จากเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร เปึนเช่นนี้ครับ สองในสามของประเทศทั่วโลก ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยรัฐสภานั้น ใช้ระบบสภาคู่ เพราะอะไรครับ ในเมื่อ เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้น อยู่กับฝ์ายบริหารก็ต้องทําหน้าที่ค้ำจุนฝ์ายบริหาร มากกว่าที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบฝ์ายบริหาร ด้วยธรรมชาติเช่นนี้ครับ จึงมีความจำเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องมีอีกสภาหนึ่ง เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจ ทางการเมืองของฝ์ายบริหาร จึงเปึนที่มาของหลักการสภาคู่ แล้วที่ได้ออกแบบไว้ครับ ท่านประธานครับ มีทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย มีทั้งการตรวจสอบการบริหารราชการ แผ่นดินด้วยวิธีการต่าง ๆ มีทั้งการแต่งตั้งบุคคลไปดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ แน่ละครับว่า ก็เปึ้นเรื่องของการให้ความเห็นชอบ และที่สําคัญคือถอดถอนผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายบริหารหรือสภาผู้แทนราษฎร มาจากไหนครับ มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชน เพราะฉะนั้นครับ สง่างามนักหรือครับ ที่จะให้ผู้ที่มาจากการแต่งตั้งนั้น ถอดถอนผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง สง่างามนักหรือครับ ที่ให้ผู้ที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย ไม่ได้มาจากการยึดโยงกับประชาชนนั้น เปึ้นผู้ถอดถอนผู้ที่มาจากประชาชน สิ่งนี้คือหลัก ของความเสมอกันในอํานาจครับ อํานาจแต่งตั้งมาจากประชาชน ศักดิ์และสิทธิที่เสมอกัน ก็จะต้องเปึนอํานาจถอดถอนที่มาจากประชาชน อันนี้เปึนเรื่องหลักการครับ ท่านประธาน ครับ และผมดูเหตุผลใหญ่ที่เราอภิปรายกัน แล้วบอกว่า วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ เหตุผลหลัก ๆ นั้นสืบเนื่องมาจากความผิดพลาดของ วุฒิสภาในชุดแรกป้ ๒๕๔๓ ซึ่งเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ คนเหล่านั้นมาจาก กระบวนการเลือกตั้งโดยประชาชน เปึน สว. ที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรก แล้วเราก็เพิ่งมี มาเพียงแค่ ๒ ชุดเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์ของวุฒิสภาไทย ปรากฏว่า ๓ ป้แรก หลายคนบอกว่า เปึนอิสระ เปึนกลางทางการเมือง แต่ ๓ ป้หลัง เกิดการครอบงำ แทรกแซง ทำให้ขาดความเปึนกลาง ผมจึงเรียนว่า อันนี้เปึนความผิด ของระบบที่เราออกแบบไว้ หรือเปึนความผิดของตัวบุคคล ความผิดเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับ จิตสำนึก จริยธรรม คุณธรรมของตัวบุคคล ยิ่งมีการครอบงำ แทรกแซง นั่นก็ยิ่งเปึนการ ชี้ให้เห็นชัดว่า การออกแบบระบบตรวจสอบถ่วงดุลแบบนี้ได้ผล มีผลทำให้ฝ์ายบริหาร จึงได้พยายามมาครอบงำ แทรกแซง เรื่องนี้เหมือนกับว่าเราได้มีบ้านอยู่หลังหนึ่งครับ แล้วมีโจรขึ้นบ้าน แต่ว่าวิธีการที่เรากําลังแก้ปัญหานั้น แทนที่เราจะช่วยกันคิด เราจะ ช่วยกันเฝั้าระวังว่าจะมีมาตรการอะไรในการปัองกันไม่ให้โจรมาขึ้นบ้านอีก สิ่งที่เราทำกัน ในขณะนี้คือย้ายบ้านหนี้ครับ แล้วผมก็เรียนถามว่า เราจะย้ายบ้านหนี้กันไปอีกสักกี่ครั้ง ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เราต้องร่างรัฐธรรมนูญด้วยหลักการครับ ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยสถานการณ์ เราต้องอิงกับหลักการครับ ไม่ใช่อิงสถานการณ์ เมื่อเปึนเช่นนี้ผมก็มี คําถามนะครับว่า ระบบวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา โดยคณะบุคคลเจ็ดแปดคนนั้น มีหลักประกันแล้วหรือครับว่า วุฒิสมาชิกที่เกิดขึ้นจากระบบนี้นั้น จะไม่มีการซื้อขายเสียง มันก็อาจจะเปึนไปได้อีก ถ้าตัวบุคคลหรือมีปัญหาเรื่องจริยธรรม หรือเรื่องคุณธรรม มันก็ จะกลายเปึนการซื้อสิทธิขายเสียงในวงที่แคบลง มีหลักประกันไหมครับว่า ระบบอุปถัมภ์ ยังไม่ดำรงคงอยู่ มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากระบบอุปถัมภ์ในวงกว้าง ในหมู่ ประชาชนทั่วไป กลายเปึ้นระบบอุปถัมภ์ในวงแคบ ๆ ผมเลยคิดว่า ระบบสรรหานั้นก็ไม่มี หลักประกันอันใดเลยครับ ว่าจะปราศจากการครอบงำ แทรกแซงจากฝ์ายบริหาร ไม่มี หลักประกันอันใดเลยครับว่า จะไม่มีเรื่องของการซื้อขาย เราเคยมีสภาแต่งตั้ง เราเคยมี เรื่องราวของการซื้อขายตำแหน่งปรากฏกันมาแล้ว แล้วก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับ ที่บอกว่า การเมืองมันจะเปลี่ยนจากสภาผัวเมียแล้วดีขึ้น ก็อาจจะเปึนได้ครับว่า เปลี่ยนจากสภาผัวเมียไปเปึนสภากิ๊กครับ อาจจะยิ่งหนักเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เวลานี้สังคมภายนอก ผู้คนมากมายกำลังเฝั้าจับตามองอยู่ หลายท่านเปรียบเทียบว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ ฉบับจตุคามรามเทพ เพราะอะไรครับ เวลาเราหวั่นไหว ไม่มั่นใจ ไม่กล้าที่จะมอบสิทธิให้กับประชาชน เราก็โอนสิทธิอันนี้ไปให้กับคณะบุคคลเพียง เจ็ดแปดคน เสมือนหนึ่งเทพเจ้าอันทรงศักดิ์ แต่นี่รัฐธรรมนูญครับ ไม่ใช่องค์พ่อจตุคามรามเทพ เราไม่อาจโอนสิทธิของประชาชน ทั้งหมดไปให้ใครเพียงไม่กี่คนเปึนผู้ตัดสินชี้ขาด เวลานี้การออกแบบของเรา คนเพียงแค่ เจ็ดแปดคนครับ กําลังตัดสินใจแทนคนไทยทั้งประเทศ นี่เปึนโอกาสที่ผมอยากจะขอร้อง วิงวอนให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ ได้หวนกลับมานึกคิดถึงเรื่องอํานาจหน้าที่ของสมาชิก วุฒิสภา ที่ต้องทําหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อํานาจทางการเมือง เมื่ออํานาจ หน้าที่เปึ้นเช่นนี้นะครับ หลักการสําคัญคือวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากประชาชน ยึดโยงกับประชาชนนั้น เปึนหลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน เรียกร้องว่าเราต้องช่วยกัน เปลี่ยนแปลงครับ จากฉบับจตุคามรามเทพ เปึนฉบับจตุมหาประชาราษฎร์ครับ ต้องคืน อำนาจให้กับประชาชนครับ ผิด ถูก ดี ชั่ว ประชาชนจะได้เรียนรู้ พัฒนาการทางการเมือง ที่ไม่เกิดขึ้น เพราะเราไม่เคยได้ให้โอกาสกับประชาชน แล้วในฐานะวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งนั้นก็เกิดขึ้น ได้มีโอกาสเรียนรู้กันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ชุดที่ ๒ ตามมา ชุดหลังนี่ครับ ก็ไม่มีโอกาสได้ทํางานครับ เพราะฉะนั้นอย่าด่วนใช้กรณีวุฒิสภาชุดแรก ตัดสินพิพากษาชี้ขาดหลักประชาธิปไตยที่ยืนยันว่า สมาชิกวุฒิสภาที่ต้องตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ์ายการเมืองนั้น ต้องมาจากการเลือกตั้ง ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ