ไพโรจน์ พรหมสาส์น พูดถึงการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมไทย และการออกแบบสภาผู้แทนราษฎรให้เหมาะสมในการเลือกตั้งและการปกครองประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการยกร่าง ก่อนอื่น กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานสภา และคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ ข้อแสดงความคิดเห็นในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ซึ่งเปึ้นเรื่องสําคัญ สักเล็กน้อยนะครับ แต่ส่วนใหญ่ก็คงจะเปึนไปตามแนวที่คณะกรรมาธิการยกร่างได้ยก เอาไว้นะครับ กระผมเห็นว่า การที่ประเทศไทยจะมีการพัฒนาการเมือง การปกครอง อย่างมั่นคงในอนาคตนั้น ความจําเปึ้นที่เราจะต้องมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสภาพ สังคมไทย แบบไทย ๆ เปึนสิ่งที่จําเปึน และสําคัญที่สุดนะครับ คงจะไม่จําเปึนว่าจะต้อง เปึ้นแบบประเทศโน้นประเทศนี้ หรืออย่างโน้นอย่างนี้ นั่นเปึนสิ่งที่พวกเราปรารถนา และผมจำได้ว่า วันแรกที่เรามีการประชุมสภานั้น เราก็ได้ปฏิญาณต่อที่ประชุมแห่งนี้ แล้วว่า เราจะทำหน้าที่ของเราเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม ไม่คิดเห็นแก่กลุ่มบุคคลใด หรือคนใดทั้งนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อประเทศไทยเราเลือกที่จะมีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข มีการปกครองแบบรัฐสภา พาร์เลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) ไม่ใช่ระบบแบบสหพันธรัฐ หรือสมาพันธรัฐ หรืออย่างในบางประเทศ หรือหลายประเทศ เพราะฉะนั้นเราก็ควร จะต้องมีสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อเช้าเราก็บอกแล้วว่า น่าจะมีวุฒิสมาชิกด้วยเปึน ๒ สภา ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมคิดว่าเปึนส่วนที่สําคัญที่สุด เพราะเปึ้นส่วนที่เราจะได้ ตัวแทนจากพี่น้องประชาชนซึ่งเลือกเข้ามา มาทำหน้าที่ในการที่จะเลือกประธานสภา ผู้แทนราษฎร ในการที่จะทำหน้าที่เลือกหรือจัดตั้งรัฐบาล รวมกันเปึนพรรคเดียว หรือเสียงข้างมาก อะไรก็สุดแล้วแต่ เพื่อบริหารประเทศ ในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง อะไรของประเทศเรา ก็สุดแล้วแต่ มาทําหน้าที่ในการตรา กฎหมาย มาทําหน้าที่ในการที่จะควบคุม ดูแลการทํางานของรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ ถาม โดยอะไรก็สุดแล้วแต่ นั่นเปึนสถานะและบทบาทที่สำคัญที่สุดของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นปัญหาก็มีอยู่ว่า ทําอย่างไรเราจะได้คนดี ที่มีความรู้ มีความสามารถ มีคุณธรรม เข้ามาเปึ้นตัวแทนของเรา เราคงจะต้องยอมรับว่า ถ้าพี่น้อง ประชาชนของเรานั้นได้มีความตระหนักในเรื่องของประชาธิปไตย ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมา ก็น่าที่จะได้คนดี มีความรู้ ความสามารถเข้ามา เปึ้นตัวแทน หรือทำหน้าที่แทนเราในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งในสังคมเราก็คงเปึนที่ยอมรับ กันว่ายังมีปัญหาอะไรต่าง ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาก็คงจะต้องหาทางว่า แล้วเราจะออกแบบของสภาผู้แทนราษฎร ของการที่มาของสภาผู้แทนราษฎรของเรา อย่างไร มันถึงจะเหมาะสม ถึงจะแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งมันมีอยู่มากมายก่ายกอง เมื่อสักครู่เราก็ได้ฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิกของเราสี่ห้ากลุ่มด้วยกัน ก็มีความคิดเห็น แตกต่างกันไปในหลายรูปแบบนะครับ โดยรวมแล้วในจุดนี้ กระผมก็คิดว่า ก็คงจะมี ประเด็นพิจารณาอยู่เพียง ๓ ประเด็น เท่านั้นเอง ๑. ประเภทและจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าควรจะเปึนอย่างไร เปึนประเภทแบ่งเขต ประเภทสัดส่วน และ แต่ละส่วนนั้นควรจะมีที่มาอย่างไร ๒. ในการเลือกตั้ง เราจะจัดรูปแบบการเลือกตั้ง อย่างไร ให้เปึนการจัดการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ เรียงเบอร์ หรือเขตเดียวเบอร์เดียว วัน แมน วัน โหวต อย่างที่เราเคยใช้มาทั้ง ๒ ระบบ ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ๗๕ ป้ของการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่ผ่านมานั้น เราต้องยอมรับว่า ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนะครับ มีความล้มเหลว มีการปฏิวัติรัฐประหาร อะไรตลอดเวลา อาจจะเปึ้นเพราะว่า เรายังหา รูปแบบวิธีการ หรือในการที่จะได้มาซึ่งผู้แทนราษฎร ในการที่จะได้มารัฐบาลที่มันอาจจะ ไม่เหมาะสม มีปัญหาแทรกซ้อนหลายอย่าง หลายประการ เพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมก็คิดว่า ในสองสามประเด็นที่ว่า ในเรื่องจำนวน ในเรื่องประเภท ในเรื่อง ของเขตเลือกตั้งนี้ เปึนหัวใจที่สำคัญที่สุด เมื่อเราตกลงกันในหลักการอันนี้ได้แล้ว ก็คิดว่า การที่จะไปเขียนกฎหมายในมาตราต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้น คงจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก อะไรมากนัก คณะกรรมาธิการยกร่างก็คงจะพร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ และนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาต่อไปได้ ในเรื่องจำนวนนั้น กระผมคิดว่า เห็นด้วย อย่างยิ่งครับ กับการที่จะต้องลดจำนวนลงมา ตามที่เราได้ไปรับฟังความคิดเห็นมา ส่วนว่าจะเปึน ๓๒๐ ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างเสนอ หรือจะเปึน ๓๕๐ ที่บางกลุ่ม เสนอ หรือ ๔๐๐ อันนี้ก็สุดแต่ที่ประชุมแห่งนี้จะพิจารณา แต่ว่าโดยรวมแล้ว ก็คงน่า จะต้องลดจํานวนลงมา เมื่อรวมกับสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเราจะมีแล้ว ห้องประชุมแห่งนี้ น่าจะพอเหมาะ พอควรครับ ที่เราจะให้ใช้เปึ้นรัฐสภา ที่จะใช้ประชุมในตอน สภาผู้แทนราษฎรก็ดี ประชุมวุฒิสภาก็ดี หรือประชุมร่วมก็ดี คงจะไม่มีความจําเปึน ที่จะต้องไปสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ต้องใช้งบประมาณอีกจํานวนมากมายนะครับ นั่นเปึนส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า ในเรื่องของจำนวนนั้น ก็อาจจะอยู่ที่ว่าเราจะพิจารณากันตาม ความเหมาะสม เมื่อได้จํานวนแล้วนะครับ ประเภท ก็คิดว่านะครับ ก็น่าที่จะต้องมีทั้ง ๒ ประเภท คือ จากแบบแบ่งเขต มาจากเขตเลือกตั้งโดยตรง กับแบบสัดส่วน ซึ่งมี ผู้อภิปรายแล้วว่ามีเหตุผลความจําเปึนอย่างไร ในส่วนนี้จากเขตเลือกตั้งนั้น กระผม ก็คิดว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราใช้ทั้ง ๒ แบบ แบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ ๓ คน นะครับ กับ เขต วัน แมน วัน โหวต เขตละคน ซึ่งก็ใช้ทั้ง ๒ แบบ แล้วก็มีปัญหา ทั้ง ๒ อย่าง แต่โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่า เขตใหญ่น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะเปึนเขตที่การซื้อเสียงจะทําได้ยากขึ้น ฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่า จะมีประเภทที่หิ้ว กระเปิาไปสมัครในเขตเลือกตั้งนั้น จังหวัดนั้น ถ้าหากว่า เราไปกำหนดกฎเกณฑ์กติกา ให้มันชัดเจนลงไปว่า ใครบ้างที่มีคุณสมบัติที่จะลงได้ เราอาจจะบอกว่าเปึ้นคนในจังหวัด นั้น เคยศึกษาที่นั่น เคยทำงานประกอบอาชีพที่นั่นไม่น้อยกว่า ๑ ป้ ๒ ป้ก็ว่าไป เหมือนอย่างวุฒิสมาชิก ถ้าเปึนเช่นนั้น ปัญหาเรื่องที่ว่าจะหิ้วกระเปิาจากที่อื่นไปจะไม่มี นะครับ แล้วก็การเลือกตั้งเช่นในแบบวิธีนี้มันอาจจะทำให้เราได้คนดี มีความรู้ และความสามารถเข้าไปหนึ่งในสามคนในเขตนั้น จังหวัดหนึ่งไม่เกิน ๓ คน นะครับ อาจจะมีบางจังหวัดประชากรน้อยแต่ได้คนหนึ่ง หรือบางจังหวัดอาจจะ ๒ เขต ก็สุด แล้วแต่ เพราะฉะนั้นความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะเปึ้นเขตใหญ่เรียงเบอร์ ซึ่งจะได้มา เปึ้นระบบ แล้วก็พรรคการเมืองก็คงจะได้คนมาเปึนกลุ่มเปึนก้อนมากขึ้นนะครับ ส่วนใน เรื่องของสัดส่วนนั้นนะครับ ก็คิดว่า จำนวนประมาณสัก ๘๐ คน น่าจะเหมาะสม จะไป บวกกับ ๓๒๐ ๓๕๐ ๔๐๐ ก็สุดแต่ที่ประชุม แล้วก็หลักการคิดคะแนนก็มี ๒ วิธีนะครับ อาจจะคิดจากคะแนนร่วมทั้งประเทศ หรือคิดแบ่งเขตเปึ้น ๘ เขต แล้วก็ในการเลือกตั้ง ก็ใช้บัตร ๒ ใบนะครับ ให้เลือกผู้แทนจากเขตเลือกตั้งโดยตรงแบบเขตอันหนึ่ง แล้วก็เลือก จากแบบเลือกพรรคอันหนึ่งนะครับ ซึ่งอันนั้นก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย อาจจะต้องชั่งน้ำหนักกัน ดูว่าจะเปึนอย่างไรนะครับ โดยสรุปร่วมแล้ว ก็คงจะมีความเห็นในเรื่องต่าง ๆ นี้เปึน ลักษณะที่ฝากให้ท่านเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้คิด ได้พิจารณาว่า ควรจะเปึน อย่างไร ผมคิดว่า เมื่อสัก ๑๗.๐๐ นาฬิกา นะครับ หลังจากอภิปรายครบหมดแล้ว ถ้าหาก เราได้มีโอกาสพัก แล้วก็ได้ไปลองปรึกษาหารือกันนอกรอบในกลุ่มต่าง ๆ เสียงส่วนใหญ่ เปึนอย่างไร เราอาจจะตกลงกันได้โดยที่อาจจะไม่ต้องโหวตก็ได้นะครับ ถ้าเปึนเช่นนั้น ผมคิดว่า จะทําให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังร่างอยู่นี้นะครับ ได้รับความยินยอม เห็นชอบจากพวกเราสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นส่วนใหญ่ แล้วน่าที่จะนําไปใช้โดย เหมาะสมนะครับ เราจําเปึนจะต้องเร่งร่างให้เสร็จตามกําหนดเวลา การเลือกตั้งอาจจะ เร็วขึ้น การออกเสียงประชามติอาจจะเร็วขึ้น และสิ่งที่เราต้องการที่สุดนั้น ก็คือ อยากได้ รัฐบาลที่เปึนประชาธิปไตย สามารถที่จะพัฒนาการเมือง การปกครองอย่างมั่นคง ในอนาคตอันใกล้ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทุกระยะ ๓ ป้ ๕ ป้ ครับ ขอบพระคุณมากครับ