สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม พูดเรื่องการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นใน 6 ปีที่ผ่านมา และเสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สสร. มาตรา ๙๑ นี้ ท่านประธานครับ ผมบังเอิญว่า ได้แปรญัตติในกรณีเรื่องของสภา เดียว เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของสภาเดียวที่ว่านี้นี่นะครับ จะดูว่าจํานวนที่ผมกําหนดไว้เยอะ ผมกําหนดไว้ให้มีสมาชิกรัฐสภาไม่เกิน ๗๐๐ คน แต่ตอนนี้ในเรื่องสภาเดียวก็เมื่อเช้า ก็พ่ายแพ้ไปแล้วละ ก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง แม้แต่ผมเองก็ยังไม่ได้ลงคะแนน ด้วยซ้ำไปเกี่ยวกับเรื่องสภาเดียวข้องตนเอง แต่จะอย่างไรก็ตาม ก็จะนํามาเปึนประโยชน์ต่อการพูดเรื่อง ๒ สภาได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้แผ่นเอกสารนี้นะครับ ในการนำเสนออยู่ ๒ แผ่นนี้เท่านั้น ซึ่งเมื่อเช้านี้ ก็ได้นำเสนอไป ๒ แผ่นนี้แล้ว ๓ แผ่น แต่ว่าผมตัดเอาแผ่นหนึ่งออก ท่านประธานอนุญาต นะครับ ผมขอแผ่นที่ ๒ ครับ แผ่นที่ ๒ คือปัญหาหลักของการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ ท่านประธานอนุญาตแล้วนะครับ ปัญหาหลักของการเลือกตั้งนี้นะครับ มีปัญหาใหญ่ ๆ อยู่ประมาณ ๔ ประการเท่านั้น ท่านประธานครับ นอกนั้นก็เปึ้นปัญหา ปลีกย่อย ปัญหาแรก คือ ปัญหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งทุจริตการเลือกตั้ง ก็หมายรวมทั้งหมดครับ ซื้อเสียงก็ถือว่าเปึนการทุจริตการเลือกตั้ง ทุจริตโดยใช้อํานาจ โดยใช้อิทธิพล โดยใช้ข้าราชการ โดยใช้ กกต. เขตเลือกตั้ง โดยใช้ กกต. ประจำ หน่วยเลือกตั้ง อะไรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือโดยใช้ทุกรูปแบบ การโกงคะแนนเลือกตั้ง การกาบัตรผี การไพ่ไฟ การเปลี่ยนหีบ การเปลี่ยนถุงคะแนน ในการนับ เปลี่ยนบัตรในถุงคะแนนออกหมด ก็ล้วนเปึ้นเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งสิ้น ปัญหาสภาผัว สภาเมีย สภาครอบครัว คือว่าด้วยเรื่อง ๒ สภาที่กำลังพิจารณา กันอยู่ในขณะนี้ครับ ข้อเสนอของผมที่เปึนสภาเดียว ก็คือ ต้องการแก้ปัญหาทั้งหมด ในจำนวนสามสี่ประเด็นนี้ ประเด็นสำคัญ คือ สภาผัว สภาเมีย สภาครอบครัวนั่นล่ะครับ ถ้าเปึนสภาเดียวอย่างที่ผมเสนอนั้น จะตัดปัญหาข้อ ๒ ได้ทันทีเลย เพราะถ้า ๒ สภา อย่างนี้นะครับ ตอนสภาแรกตัวเองลง สภาที่ ๒ ภรรยาลง สภาที่ ๓ พ่อตาลง มันก็จะไป อยู่อย่างนี้ ปัญหาใหญ่ข้อที่ ๓ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่สะสมมานะครับ ก็คือ ปัญหา ฝ์ายบริหารมีอิทธิพลเหนือกว่าฝ์ายนิติบัญญัติ อันนี้ผมว่า งานวิจัยทุกคนในระดับ ปริญญาโท และปริญญาเอก ที่ทำงานวิจัยว่าด้วยเรื่องของการถ่วงดุลอำนาจ จะพบเรื่อง นี้ทุกงานวิจัย ไม่มีละเว้น นั่นคืออำนาจของฝ์ายบริหารจะมีอิทธิพลเหนือกว่า ฝ์ายนิติบัญญัติ อำนาจบริหารที่อยู่ในพรรคการเมือง กำหนดนโยบายของพรรคการเมือง กำหนดมติของพรรคการเมือง เพราะฝ์ายบริหารของพรรคการเมืองนั้น เปึ้นผู้เปึน นายบุญ นายคุณ นายเงินให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ท่านประธานครับ โดยส่วนใหญ่ นะครับ การเลือกตั้ง สส. เขต เลือกตั้งเขตละคนนะครับ จะมีผู้สมัครแข่งกัน ๒ พรรค ๓ พรรค สี่ห้าพรรคก็ตาม ช่วงที่ผ่าน ๆ มาท่านประธาน เขตละคนนะครับ มีคนแข่งกัน อย่างน้อย ๆ นะครับ ในเขตเลือกตั้งหนึ่ง ๆ นั้นไม่น้อยกว่า ๒ คนโดยประมาณ จะมีลักษณะแข่งประมาณ ๒ คนเท่านั้น เช่น ถ้าพรรคนี้ไปได้ตัวเอกของพื้นที่แล้ว พรรคที่ ๒ ก็จะไปหาตัวรองได้พื้นที่เท่านั้น พรรคอื่น ๆ ก็จะมองเห็นตัวเอกกับตัวรอง แล้ว หง่ายหลังแล้วแพ้ สู้ไม่ได้ พรรคอื่น ๆ ก็จะเปึนตัวประกอบ ไม่ส่ง หรืออาจจะส่ง แต่ว่าเปึ้นตัวประกอบเท่านั้น ๒ เบอร์ใน ๑ เขต ๒ เบอร์ ๒ คนนี้นะครับท่านประธาน ไปถามดูเลยครับ ไม่มีต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท ต่อเขตเลือกตั้ง และ ๒๐ ล้านบาท โดยประมาณนี้มีทั้งผู้ชนะ และมีทั้งผู้แพ้นะท่านครับ ผมจะเอาไว้อภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องพรรคการเมือง มีคำพิพากษาศาลเลย เกี่ยวกับเรื่องการซื้อตัวก่อนเลือกตั้ง ซื้อตัว ตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาเปึ้นสมาชิกพรรคนี่ ๒๐ ล้านบาท เอาล่ะครับ ท่านประธานครับ มาดู ตรงส่วนประเด็น ยังขอแผ่นเดิมอยู่นะครับ ปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดที่ผ่านมา คือ ปัญหา การถ่วงดุล คือ ระหว่างนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหาร การถ่วงดุลนี้มีปัญหามาก นิติบัญญัติ จะอ่อนแอมาก ท่านประธาน ด้วยเหตุข้อ ๓ นั่นแหละ คือ ฝ์ายบริหารมีอิทธิพลเหนือกว่า ฝ์ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นการถ่วงดุลจะมีปัญหา มีอุปสรรค์ จึงเกิดความอ่อนแอในการ ถ่วงดุล จนเกิดปัญหา และการถ่วงดุลล้มเหลว ล้มเหลวขนาดหนัก คือ ๖ ป้ที่ผ่านมา ระบบการเลือกตั้ง ปัญหาทั้ง ๔ ข้อ ท่านประธาน ไม่ใช่เฉพาะมาจากปัญหาของระบบ การเลือกตั้งอย่างเดียว มีปัญหามาจากหลายเรื่อง มีอุปสรรคมาจากปัญหาหลายเรื่อง เช่น กกต. เช่น ประชาชน การเลือกตั้ง เช่น การขายเสียง เช่น เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร เช่น เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เกี่ยวข้องกับส่วนราชการ เกี่ยวข้องกับอะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะ แต่เฉพาะระบบการเลือกตั้ง ระบบการเลือกตั้งอะไรที่แก้ไขปัญหา ๔ ประการนี้ ได้มากที่สุด ปัญหา ๔ ประการนี้ก็มาจากระบบการเลือกตั้งที่ท่านประธานเห็นนี่ และกําลังพูดกันในวันนี้ทั้งวัน ระบบอะไรครับท่านประธาน ระบบการเลือกตั้ง คือ เขตเลือกตั้ง เขตใหญ่ เขตเล็ก เขตเดียวเบอร์เดียว เขต ๓ คนเรียงเบอร์ เขตจังหวัด เรียงเบอร์ และปาร์ตีลิสต์ ไม่ปาร์ตีลิสต์ ระบบที่ว่านี้ ท่านประธาน สร้างปัญหา ๔ ประการนี้ร่วมกันมาทั้งสิ้น ท่านมาพูดคุยกันวันนี้ว่าด้วยเรื่องแบบเดิมอีก ผมไม่เห็นไป ตรงไหนเลย แบบหนึ่ง แบบสอง แบบสาม แบบสี่ แบบห้า แบบหก ของท่านกรรมาธิการ ยกร่างก็ตาม ก็คือเขตเลือกตั้ง แต่ก่อนเขตละสาม ลดลงมาเหลือเขตละคน ปาร์ตีลิสต์ รูปแบบปาร์ตีลิสต์ จาก ๑๐๐ คน เปึน ๘๐ จาก ๘๐ มาเปึน ๔ ภาค จาก ๔ ภาค มาเปึน ๘ ภาค ภาคละ ๑๐ ไปไหนท่านประธาน ไม่เห็นเดินไปไหนเลย รวมถึงท่านสมาชิกครับ ท่านนำเสนอทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมด ล้วนแต่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และเคยใช้ใน ประเทศไทยเท่านั้น ท่านเพียงเพิ่มคน ลดคน จำนวนคนทำให้เกิดอะไรขึ้นท่านประธาน จำนวนคน ก็คือภารกิจของงานนั้นต้องใช้คนมากเท่าไรหรือน้อยเท่าไร คนนั้นมี ประสิทธิภาพมากน้อยเท่าไร ที่เหมาะกับภารกิจึงานนั้นหรือไม่ ที่สําคัญตัวคนนั้นจะ สะท้อนอันหนึ่งของระบบเลือกตั้ง คือ ยิ่งจำกัดคนน้อย การแข่งขันยิ่งรุนแรง ยิ่งจำกัดคน น้อยเท่าไร การแข่งขั้นยิ่งรุนแรงเท่านั้น ท่านประธาน คนมากขึ้น มากขึ้น โอกาสความ รุนแรงก็น้อยหน่อย อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นระบบที่ท่านนำเสนอ ไม่มีระบบใดที่จะ สามารถแก้ไขปัญหาที่เปึนปัญหาหลักนี้ หรือลดปัญหาหลักนี้ได้เลย นั่นคือ หมายความ ว่ายังไม่ทันไปพูดเรื่องอื่นนะ ที่จะแก้ปัญหานี่ มันต้องใช้หลายเรื่องในการแก้ปัญหา แต่เฉพาะเพียงอย่างเดียวคือระบบการเลือกตั้ง ผมจึงนำเสนอระบบที่ผมเสนอนี้นะครับ ท่านประธานลองดูระบบของผมครับ มันเปึ้นระบบที่การเลือกตั้งนั้นไม่ใช่แบบเดิม ปัญหา การเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่านประธานดูสามเหลี่ยมข้างบนนะครับ กำลังที่เหนือกว่าชนะ ทรัพยากรที่มากกว่าชนะ อิทธิพลที่มากกว่า ทุจริตมากกว่าชนะ ท่านประธานลองดู สามเหลี่ยมข้างล่างซ้ายมือ นี่คือลักษณะของประชากรในประเทศไทยครับ ด้อยโอกาส ยากจนมีจำนวนมากกว่า ปานกลางมีจำนวนหนึ่ง รวยมีจำนวนน้อยกว่า แล้วท่านดูเขต เลือกตั้งที่เปึ้นเขต แบบเขตก็ตาม แบบจังหวัดก็ตาม เขตเล็กก็ตาม เขตใหญ่ก็ตาม ท่านประธานครับ ใน ๑ เขตนั้น ๆ ในจังหวัดนั้น ๆ ในเขต ๓ คนนั้น ๆ ในเขตเบอร์เดียว ก็ตามนั้น ๆ นะครับ มันจะประกอบด้วยบุคคลเรียงตามลำดับเลยครับ โดยส่วนใหญ่ นะครับ คือกลุ่มสาขาอาชีพรวมกันทั้งหมด อุตสาหกรรม ธุรกิจ พาณิชย์ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ คนพิการ อาชีพอิสระ กรรมกรรับจ้าง เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ท่านเห็นไหมครับ แต่รูปแบบของการเลือกตั้ง ระบบการเลือกตั้งของท่านที่พูดกันทั้งวัน คือระบบที่เปึนแนวตั้ง คือรวมหมดเลย ให้ทุกคนสิทธิเท่ากันหมด คนแข็งแรงเท่ากับคน ยากจน คนพิการแข่งกันกับคนเข้มแข็ง คนมี ๑๐ บาทแข่งกันกับหมื่นล้าน เพราะฉะนั้น เขตแบบนี้ ท่านประธานครับ ผู้ชนะคือใครครับ คือกำลังที่เหนือกว่า ทรัพยากรมากกว่า อิทธิพลมากกว่า ทุจริตมากกว่า คือผู้ชนะ ท่านประธานเห็นไหมครับ สามเหลี่ยมกลับหัว กลับหางเลย ท่านประธานครับ มันมีที่ไหนที่ยอมให้คนที่มีลักษณะไม่เท่ากันแข่งกัน รุ่นจิ๋ว คนพิการ แข่งกับเฮฟวีเวท (Heavyweight) ท่านประธาน มีหรือ ยอมหรือ ท่านประธาน ไม่สร้างกติกาที่เปึนธรรมให้กับคนบ้างหรือ ท่านผู้มีเกียรติครับ การเปึ้นผู้มีเกียรติ ท่านเปึน ผู้มีเกียรติ ท่านผู้ทรงศักดิ์ทรงศรีทั้งหลายครับ ท่านต้องให้ความเปึนธรรมครับ กติกาต้อง เปึ้นธรรมกับคนครับ ท่านจะให้คนพิการไปแข่งกับคนหมื่นล้านได้อย่างไรในเขตเลือกตั้ง นั้น แต่เขตของท่าน ระบบของท่านต้องทำอย่างนี้ โดยอ้างว่า สิทธิของคนเท่ากัน แต่รูปแบบของผมนั้น คือกลุ่มสาขาอาชีพตามสัดส่วนจำนวนประชากร ท่านประธาน แนวนอน ท่านประธานเห็นไหมครับ แนวนอนครับ สาขาไหนก็เปึ้นสาขานั้น ตามสัดส่วน ตามจำนวนประชากร ขอนิดเดียวท่านประธาน ท่านประธานดูสามเหลี่ยม ขวามือ สามเหลี่ยมขวามือนั้น ท่านประธานครับ จำนวนมากไปตามแนวนอน สามเหลี่ยม ซ้ายมือ คือจำนวนประชากร ตัวแทน คือ ผู้ชนะฝัืงทางนี้นะครับ มันเปึนไปตามจำนวน ประชากร สามเหลี่ยมจึงเปึนสามเหลี่ยมที่ตรงตามแบบ แต่แบบของท่านทั้งหมด สามเหลี่ยมกลับหัวกลับหาง ท่านประธานครับ และจะเปึนอยู่อย่างนี้ ท่านลองไปทำเรื่อง เถอะครับ ขอนิดท่านประธานครับ