การุณ ใสงาม แถลงว่า ถ้าสภาแต่งตั้ง สภาจะกลายเป็นอุปกรณ์ของผู้มีอำนาจ และนำไปใช้ประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิด เขายังเห็นว่าการถ่วงดุลอำนาจระหว่างนิติบัญญัติกับบริหารอ่อนแอและล้มเหลว และจึงเสนอให้มีการเลือกตั้งเป็นแบบสาขาอาชีพ เพื่อเปลี่ยนแปลงกติกาให้ผู้ชนะเลือกตั้งเป็นไปตามความเป็นจริง
ขอบพระคุณท่านประธานครับที่มีเมตตา เรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ที่ผ่านมา ๒ สภาเปึ้นสภาอย่างที่ว่าทั้งสิ้น ถ้าสภาแต่งตั้ง สภาที่ถูก แต่งตั้งนั้น ก็จะกลายเปึนอุปกรณ์ชนิดหนึ่งของผู้มีอำนาจ นั่นคือ ผู้แต่งตั้ง คือ นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ถ้าเปึนสภาเลือกตั้ง ท่านจะเลือกอีกกี่ครั้ง สภาที่ ๑ สภาที่ ๒ สภาที่ ๑ ตัวเองลง สภาที่ ๒ เมียลง สภาที่ ๓ น้องชายลง สภาที่ ๔ พ่อตาลง ลงกี่สภา ท่านก็จะได้สภาตระกูล สภาครอบครัวทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่ เมื่อมีเสียงจำนวนหนึ่ง ท่านประธานครับเปึนเสียงครอบครัว เครือข่าย ญาติมิตร พ่อแม่ ผัวเมีย แล้วก็จะมีอีก กลุ่มหนึ่งที่เปึ้นเสียงเมื่อมีอํานาจ คนเหล่านี้ก็จะใช้อํานาจทําประโยชน์ให้กับ ไม่ใช่ทํา ประโยชน์นะครับ ให้ประโยชน์กับกลุ่มบุคคลเหล่านั้น และให้กลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้เข้ามา เปึ้นอีก ได้เข้ามาเปึนคะแนนเสียงสมทบให้กับต้น นี่อาจารย์เจิมศักดิ์พูดไปแล้ว
ข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทางการเมืองไทย ท่านยอมรับไหมครับว่า ฝ์ายบริหารมีอิทธิพลเหนือกว่าฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหารในที่นี้ คือ ผู้กุมชะตากรรมพรรคการเมือง ที่กำหนดว่า คุณไปลงเลือกตั้ง คุณเอาไป ๑๕ ล้าน คุณไปลงเลือกตั้งคุณเอาไป ๓๐ ล้าน คุณไปเลือกตั้ง คุณจะชนะได้ ผมจะช่วยคุณอย่างนี้ นั่นคือ ฝ์ายบริหารของพรรคการเมือง คนเหล่านี้ก็ต้องกำหนดบทบาทอิทธิพล มีอิทธิพล ต่อนักการเมือง ต่อผู้แทนราษฎร ต่อ สว. เมื่อมีผู้แทน มีนักเลือกตั้งอยู่ในนั้นนะครับ ถ้าท่านให้เลือกตั้ง สว. สว. ก็จะต้้องพึ่งใบบุญคะแนนเสียงของผู้มีอิทธิพล ของนักการเมือง ของพรรคการเมืองเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง ไม่มีใครลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อแพ้การเลือกตั้ง อยากชนะทั้งสิ้นทุกคน อะไรที่จะชนะได้ ต้องทํา นี่เห็นไหม เพราะฉะนั้นฝ์ายบริหารที่เรียกว่า เสียงข้างมาก เปึ้นรัฐบาล มีบทบาท มีอำนาจ มีอิทธิพลเหนือกว่าฝ์ายนิติบัญญัติ นี่คือ ปัญหา ข้อ ๔ ครับ การถ่วงดุลอำนาจระหว่างนิติบัญญัติกับบริหาร อ่อนแอ จากอ่อนแอจนกระทั่ง ล้มเหลว ล้มเหลวจนกระทั่งเกิดเหตุร้าย แล้วก็ต้องให้พวกเรามาเปึน สสร. ร่างรัฐธรรมนูญ ซ้ำแล้วก็ซ้ำอีก ด้วยเหตุหลักใหญ่ ๆ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ จึงเกิดข้อ ๔ คือการถ่วงดุล ที่อ่อนแอและล้มเหลว ท่านประธานครับ อาจจะมีข้อ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ผมเอาเฉพาะ ๔ ข้อหลัก แล้วทําไมผมจึงอยากเห็นสภาเดียว ท่านประธาน อย่างรวดเร็วครับ ระบบการ เลือกตั้งเปึนเรื่องสำคัญ ระบบการเลือกตั้งเปึนหัวใจสำคัญ ข้อเสนอของผม คือ การเลือกตั้งเปึนแบบสาขาอาชีพ ท่านประธานดูครับ ที่ผ่านมาในระบบครับ ที่ท่านเลือก มาทั้งหมดที่ผ่านมา ท่านใช้วิธีการแนวตั้ง กำลังที่เหนือกว่า ชนะ ทรัพยากรที่เหนือกว่า มากกว่า ชนะ มีอิทธิพลมากกว่า ชนะ ทุจริตได้มากกว่า ชนะ นี่คือสิ่งที่ผ่านมา ทรัพยากร ไม่ว่าหัวคะแนน ไม่ว่าผู้คน ไม่ว่าเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ว่าอุปกรณ์ ไม่ว่าเงิน มากกว่า เหนือกว่า ชนะ ท่านเห็นไหมครับ ประชากร คือ สามเหลี่ยมด้านล่างซ้ายมือ คนใน ประเทศนี้มีด้อยโอกาส ยากจน เปึนฐานล่าง ซึ่งเปึนจำนวนมาก คนระดับปานกลาง และ คนรวยอยู่จำนวนน้อย อยู่ปลายยอด ท่านเห็นกลุ่มคนในสังคมไหมครับ นี่ผมลองตัวอย่าง ย่อ ๆ ในจังหวัดท่านประธานก็ตาม ในจังหวัดผมก็ตาม ในกรุงเทพก็ตาม ในที่ไหนก็ตาม กลุ่มสาขาอาชีพของคนจะประกอบด้วยอุตสาหกรรม ธุรกิจ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ คนพิการ อาชีพอิสระ กรรมกร รับจ้าง เกษตรกร ชาวสวน อยู่ทั้งหมด ถ้าท่านเลือก แบบของท่านจะเปึ้นแบบแท่ง แบบบนลงล่าง แบบล่างขึ้นบน รวมกลุ่มในจังหวัด รวมกัน คนด้อยโอกาส คนแข็งแรงกว่า ท่านประธานบอกว่า มีสิทธิเท่ากัน เชิญสมัคร เปึ้นแบบ แท่ง ผู้ชนะคืออะไร ท่านประธาน ลูกศรชี้ ผู้ชนะ คือ กำลังที่เหนือกว่า ชนะ ทรัพยากร มากกว่า ชนะ อิทธิพลมากกว่า ชนะ ทุจริตมากกว่า ชนะ นั่นคือ กลุ่มผู้ชนะ ท่านประธาน เห็นไหมครับ สามเหลี่ยมกลับหัวกลับหางแล้ว นี่คือ ผิดเพี้ยน มันไม่เปึนไปตามความ เปึ้นจริง แต่ท่านประธานดูแนวใหม่ครับ ข้อเสนอของผม คือ สาขาอาชีพ ผมทดลองสาขา อาชีพอยู่เพียงสี่ห้าสาขาเท่านั้น กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น คนพิการ จะเลือกในกลุ่ม ของเข้าเปึ้นแนวนอนตามสัดส่วนจำนวนประชากร ท่านประธานครับ เกษตรกร ชาวสวน มีมาก ตามมาก กรรมกรมีมาก ตามมาก อาชีพอิสระมีมาก ตามมาก เพราะฉะนั้นผู้ชนะ อยู่ฝัืงขวามือ กติกาใหม่ ผมเขียนข้างบนเลยครับ กติกาเปลี่ยน ผู้ชนะเปลี่ยน ท่านประธานดูสามเหลี่ยม สามเหลี่ยมจาก