สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

สมคิด เลิศไพฑูรย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา 77 (2) ของรัฐธรรมนูญ โดยมี 3 ประเด็นที่ต้องการปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะการจัดระบบราชการของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระบบสังคมไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและระบบงบประมาณ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดพัฒนาตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ว่า มาตรา ๗๗ (๒) นี้มีผู้แปรญัตติอยู่ ๒ กรณีด้วยกัน กรณีที่ ๑ คือ ขอตัดทั้งอนุมาตราทิ้ง ได้แก่ กลุ่มท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ ซึ่งได้อภิปรายโดยท่านจรัส สุวรรณมาลา กับท่านสวิ่งไปแล้ว กลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มของ ท่านอุทิศ ชูช่วย กับกลุ่มของท่านวัชรานะครับ ขอคง (๒) ไว้ แต่ขอปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ในบางประเด็นด้วยกัน ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับว่า มาตรานี้ที่พูดกันทั้งที่ตัด และที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น มีประเด็นอยู่ด้วยกัน ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ คือ การจัดระบบราชการเปึน ๓ ส่วนนะครับ ราชการส่วนกลาง ราชการ ส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งกลุ่มท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ขอตัดทิ้งนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือ เรื่องแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งกลุ่มของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขอตัดทิ้ง เช่่นเดียวกัน เรื่องที่ ๓ คือเรื่องระบบงบประมาณของราชการส่วนภูมิภาคนะครับ เปึน ๓ ประเด็น ใหญ่ ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า

ประเด็นแรก เรื่องการจัดระบบราชการเปึน ๓ ลักษณะด้วยกัน ราชการ ส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่นนั้น เปึ้นระบบที่เราใช้มาตั้งแต่ต้น อาจจะเรียกว่า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เปึนต้นมาถึงปัจจุบัน การเขียนว่า ประเทศไทย มี ๓ ราชการเช่นนี้ ได้ยืนยันถึงหลักการที่สำคัญนะครับ เพราะว่าต้องการก่อให้เกิด ความชัดเจนนะครับว่า ราชการในประเทศไทยจะมีทั้งราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น การตัด (๒) ทิ้งนี่ อาจจะก่อให้เกิดความสับสนเกิดขึ้นนะครับว่า มีหลายคน เรียกร้องให้เลือกตั้งผู้ว่า มีหลายคนเรียกร้องให้ไม่มีราชการส่วนภูมิภาค ถ้าตัด (๒) นี้ทิ้งนี่ ก็จะก่อให้เกิดความสับสนเกิดขึ้นทันทีนะครับว่า ราชการส่วนภูมิภาคจะคงอยู่ต่อไป หรือไม่นะครับ ผมคิดว่า การเขียนให้มีราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เช่นนี้ เปึ้นเรื่องที่ถูกหลักในทางวิชาการของประเทศที่เปึนรัฐเดี่ยวทั้งหลายซึ่งดํารงอยู่ในปัจจุบัน กรรมาธิการยังจะขอยืนยันนะครับว่า มีความจำเปึนต้องเขียนระบบราชการทั้ง ๓ นี้ไว้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระบบสังคมไทยนะครับ นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด ขออนุญาตกราบเรียน ครับว่า แผนในระดับจังหวัดนั้น มี ๒ แผนใหญ่ ๆ แผนแรก คือแผนจังหวัด แผนที่ ๒ คือ แผนของท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในจังหวัดทั้งหลาย ความจริงถ้าคิดว่า ๒ แผนนี้เปึ้นแผน เดียวกัน ก็จะเข้าใจผิดครับว่า ราชการส่วนภูมิภาคจะมาก้าวก่ายการทำงานของราชการ ส่วนท้องถิ่น แต่ถ้าเข้าใจว่า แผนทั้ง ๒ แผนนี้ เปึ้นเรื่องที่ต่างคนต่างทำ แผนพัฒนาจังหวัด นั้น ราชการส่วนภูมิภาคทำมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้นะครับ แล้วในระบบกฎหมายไทย ก็เขียนให้แผนพัฒนาจังหวัดทำโดยส่วนจังหวัดนั้นเอง เพราะฉะนั้นการเขียนเรื่อง แผนพัฒนาจังหวัดให้ส่วนราชการภูมิภาคเปึ้นตัวแทนของรัฐในจังหวัด ในการจัดทำ แผนพัฒนาจังหวัดจึงไม่ใช่สิ่งใหม่ และไม่ก่อให้เกิดความสับสนนะครับว่า ราชการ ส่วนท้องถิ่นจะไม่มีอิสระในการทําแผนของตัวเองแต่ประการใดทั้งสิ้น องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ก็ยังสามารถจัดทำแผนพัฒนาระดับ จังหวัดของตัวเองได้ โดยต้องประสานด้วยกันนะครับ ระหว่างแผนภูมิภาคกับแผนท้องถิ่น แต่ถ้าเข้าใจผิดว่า แผน ๒ แผน เปึ้นแผนเดียวกัน แล้วจะก่อให้เกิดการครอบงำ จากราชการส่วนภูมิภาคไปยังราชการส่วนท้องถิ่น ก็อาจจะเปึนความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นได้ ครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องระบบงบประมาณ ซึ่งในร่างของกรรมาธิการได้เขียนไว้ว่า ให้มีงบประมาณระดับจังหวัดนั้น นี่ก็เปึ้นเรื่องที่พูดกันมานานนะครับว่า ในการแก้ปัญหา ของจังหวัดนี่ เราใช้งบประมาณจากส่วนกลางทุ่มไปยังจังหวัดนะครับ แต่ไม่เป่ดโอกาส ให้จังหวัดเขามีงบประมาณในการพัฒนาจังหวัดด้วยตัวเองได้ ในอดีตที่ผ่านมา เราเคย พยายามที่จะจัดสรรระบบงบประมาณไปที่จังหวัดนะครับ ซึ่งยังไม่เกิดความชัดเจนขึ้น นะครับ ในรัฐบาลบางรัฐบาลก็ยอมให้จัดงบประมาณระดับจังหวัดได้ บางรัฐบาล ก็ไม่ยอมให้จัดงบประมาณระดับจังหวัดได้ การเขียนเช่นนี้ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เกิดความสนับสนุน ส่งเสริมครับว่า จังหวัดซึ่งเขา ต้องแก้ปัญหาของประชาชนนี่ เขาควรมีงบประมาณโดยตรงในการแก้ปัญหาได้ แต่ว่า งบประมาณที่ลงไปจังหวัดนี่ เข้าใจว่า มีกลุ่มท่านอุทิศ กับกลุ่มท่านวัชรา ขอแปรนะครับ ว่า ขอเปึนงบประมาณอิสระ อันนี้ก็จะเปึนปัญหาครับ เพราะว่าระบบงบประมาณ ของประเทศไทยนี่ ของกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหมดนี่ จะเปึนระบบงบประมาณเดียวกัน เมื่อมีเงินเข้ามา ก็จะเข้าคลังของจังหวัด หรือคลังของระดับประเทศนะครับ แล้วก็ถ่ายออกมา เพื่อใช้จ่ายระบบงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งเราเรียกว่า ระบบงบประมาณ ที่เรียกว่า ไลน์ ไอเท็ม (Line - Item) คือ กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ลงมา แต่ถ้ายอมให้ จังหวัดมีงบประมาณแบบ บล็อก แกรนต์ (Block grant) ที่หลายฝ์ายเรียกร้องนี่นะครับ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมาได้ ผมยังคิดว่า การรับรองให้มีระบบงบประมาณ แต่งบประมาณยังเปึนระบบงบประมาณปกติโดยทั่วไปที่สามารถแก้ปัญหาของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศได้ น่าจะเปึนระบบที่ถูกต้อง ระบบงบประมาณอิสระนั้นจะมีได้ก็แต่ ด้วยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะครับ ที่เราได้พูดกันไป แต่ระบบของจังหวัดนั้น คงต้องเปึ้นระบบงบประมาณปกตินะครับ กรรมาธิการขออนุญาตท่านประธาน ท่านสมาชิกครับว่า การเขียนใน (๒) ไว้นี่ จะทำให้เกิดการพัฒนาระดับจังหวัด แล้วก็ ไม่ได้ทำลายระบบการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นแต่ประการใดทั้งสิ้น ผมขอยืนยันว่า ในหมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น เราเขียนเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น จำนวนมาก เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เสียอีก ในเรื่อง การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมาธิการคิดว่า (๒) นี่ น่าจะพอ รับได้ครับ ผมจะขออนุญาตยืนยันครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ