ปกรณ์ ปรียากร หารือเรื่องการปรับแก้มาตรา 82 เพื่อให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมทุกด้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำปรัชญานี้ไปใช้ในการดำเนินงานของรัฐ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความมีเหตุผลและความพอประมาณ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ ด้วยความเคารพต่อความคิดเห็นของท่านสมาชิกทุกคนนะครับ ผมเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่า เราไม่ได้ตัดมาตรา ๘๒ ทิ้งไปนะครับ แต่เรา ปรับ เพื่อที่จะทำให้คำว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้น ครอบคลุมเรื่องของการบริหาร ราชการแผ่นดินในทุกด้าน ผมอยากจะชี้แจงว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เปึน ปรัชญาที่ชี้ถึงการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐนะครับ ทั้งในการพัฒนาและการบริหารประเทศโดยรวม ทั้งนี้ ให้ดำเนินไปอย่างที่พวกเราได้พูดกัน เมื่อตอนที่ได้มีการขอให้บรรจุเรื่องนี้ไว้ใน กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็คือ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ นะครับ เพื่อให้ก้าวหน้า ทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เราต้อง ทำความเข้าใจร่วมกันอย่างชัดเจน ก็คือ เรื่องของความพอเพียงนั้นนะครับ หมายถึงความ พอประมาณ ความมีเหตุผล
- ๑๒๑ รวมถึงความจำเปึ้นที่จะต้องมีระบบของภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ซึ่งตรงจุดนี้นะครับ ก็จำเปึ้นที่จะต้องไปวางข้อกำหนดไว้ว่า ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งหมายถึงการ บริหารราชการแผ่นดินทุกด้าน ที่จะมีผลผูกพันในเรื่องของการดำเนินงานของรัฐ ที่เปึน การเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในที่สำคัญ นอกจากนั้นแล้วนี่ การเขียนแค่เพียงไว้ ในมาตราตรงจุดนั้นนี่ มันก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงว่า รัฐต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ แล้วก็ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนําวิชาการต่าง ๆ มาใช้นะครับ ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันนี่ ก็จะต้องเสริมสร้าง พื้นฐานจิตใจของคนทั้งชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจทุกระดับ ให้มีสำนึกคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรู้ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตด้วย ความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เราใส่ไว้ตรงจุดนั้นที่เดียวนี่ มันมีความหมายกว้างขวางมากอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่เห็นความสําคัญ ของการดําเนินการตามที่ที่ประชุมได้นําเสนอเมื่อสักครู่นี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ให้ ความสำคัญต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในทางกลับกันนี่นะครับ มันมีผลต่อการ กำหนดแนวปฏิบัติ และผลที่เกิดขึ้นตามความคาดหมายโดยทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความ สมดุล และพร้อมต่อการร้องรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งทางด้าน วัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เปึนอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่อง ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจนะครับ แต่เปึ้นเรื่องของ ทางด้านสังคมด้วยนะครับ ทางด้านการดำเนินชีวิตโดยทั่วไปอย่างกว้างขวางด้วย ที่ประชุมของกรรมาธิการนี่ได้ถกเถียงกันเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง และในขณะเดียวกันนี่ นะครับ ในการรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรต่าง ๆ ที่เขาทำงานทางด้านนี้ ในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะ ๑๒ องค์กร ที่นำข้อเสนอทางด้านนี้เข้ามาว่า ถ้าเราจะไปใส่ไว้ตรงมาตรา ๘๒ นี้ มันอาจ จะทำให้เราเกิดความเข้าใจแค่เพียงแคบ ๆ ว่า เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในเวลานี้เปึนปรัชญาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก จะเปึนปรัชญาที่ เหมาะสมในเรื่องของการที่จะทําให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐนั้นนี่นะครับ เปึนไป ในทิศทางทำนองเดียวกัน ก็คือ ทุกเรื่องที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องนั้นนี่นะครับ สามารถที่ จะดำเนินการได้ ความจริงแล้วถ้าเราจะพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างกว้างขวางนี่ ก็เหมือนกับที่ท่านสมาชิกประสงค์จะพูด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านอภิชาติ ดําดี เมื่อสักครู่นี้ ขออภัยที่เอ่ยนาม รวมทั้งท่านสวิ่งด้วยนะครับ ที่พูดเมื่อสักครู่นี้ เจตจำนงของ การเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงทําให้การยกระดับของการเขียนนี่นะครับ ไปสู่ การที่จะทําให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศกําหนดเรื่องนี้ไว้เปึนแนวทางในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ขณะเดียวกัน ถ้าเราไปดูในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สองสามฉบับที่ผ่านมา โดยเฉพาะฉบับที่ ๑๐ นี่นะครับ เรื่องนี้ก็ถือว่า เปึ้นเรื่องเอกของ การที่จะดําเนินการพัฒนาอย่างกว้างขวาง ผมคิดว่า เรื่องนี้ทั้งสมาชิกและกรรมาธิการมี ความเข้าใจตรงกันในเรื่องความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมเรียน ว่า ผมได้เคยนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมหลายแห่งว่า เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้น จะเปึนวิถีใหม่ของการชูประเด็นของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่สําคัญมากที่สุดครับ