ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หารือเรื่องบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 63 และมาตรา 83 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และเรียกร้องให้บัญญัติไว้ในมาตรา 63 วรรคสองของกฎหมาย โดยอ้างอิงจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองขององค์การสหประชาชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพทุกท่านครับ ผม ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมาธิการ ขอกราบเรียนประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาแปรญัตตินะครับ ในบทบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๖๓ ในประเด็นของท่านคุณหมอนายแพทย์ธีรวัฒน์ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้กรุณาอภิปรายในประเด็น ในวรรคแรก ที่ว่า บุคคลมีเสรีภาพ ในการร่วมกันเปึนสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และเพิ่มเติมในเรื่อง ของสภาเกษตรกรแห่งชาตินะครับ เปึนจุดที่เพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ทางบทบัญญัติที่ทาง กรรมาธิการได้ยกร่างขึ้น ซึ่งปรากฏในมาตรา ๘๓ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านก็อภิปรายควบคู่กันไป ในส่วนที่เกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งปรากฏในส่วนที่ ๗ แนวนโยบาย ด้านเศรษฐกิจ ตามมาตรา ๘๓ ที่รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจนะครับ โดยเฉพาะ ใน (๙) ที่คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต การตลาดส่งเสริม และให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการร่วมกลุ่มของเกษตรกร ในรูปของสภาเกษตรกร กราบเรียนว่า ในการบัญญัติรัฐธรรมนูญนะครับ ก็จำเปึ้นที่ จะต้องบัญญัติไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งนะครับ จะไม่บัญญัติในเชิงของการซ้ำซ้อนนะครับ เพราะเปึ้นที่เข้าใจได้ครับ อีกทั้งในเรื่องนี้นะครับ ถ้าดูในวรรคหนึ่ง ถ้าเขียนในเรื่องของ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปึนเรื่องของคำเฉพาะเจาะจง ในคำอื่น ๆ จะมีสมาคม ก็จะมี สมาคมหลากหลายกันไปนะครับ สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรก็เช่นกัน นะครับ ในเรื่องของสภาวิชาชีพก็ยังดีอยู่หลายประการ เช่น สภาทนายความนะครับ สภาการพยาบาล แพทย์สภา หรือทางวิศวะ สถาปัตย์ก็มี เปึนเรื่องของสภาวิชาชีพ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องเขียนกันยาวนะครับ ตรงจุดนั้น แล้วก็ไม่จบสิ้นครับ เปึนเรื่องขององค์กร ที่กล่าวไว้รวม ๆ นะครับ คำว่า หมู่คณะอื่นก็ย่อมมีความหมายที่จะเก็บตกในบรรดา กลุ่มที่เปึนประโยชน์ในเรื่องของการใช้สิทธินะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่า ที่กรรมาธิการบัญญัติไว้ในมาตรา ๘๓ (๙) ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ
ในประเด็นต่อมานะครับ ที่ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอาจารย์ ดวงสุด้านะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ตัดในวรรคสองออกไป ซึ่งท่านได้รับข้อมูล จากการรับฟังความคิดเห็นมานะครับ ต้องกราบเรียนว่า ในประเด็นนี้ ทาง คณะกรรมาธิการเอง ได้ยกร่างขึ้นในฐานะรับฟังความคิดเห็นเช่นกันนะครับ ก็อาจจะ ฟังในลักษณะข้อมูลที่หลากหลายนะครับ ในกรรมาธิการก็ฟังจากทางองค์กรต่าง ๆ นะครับ ทางคณะกรรมาธิการและประชาชนที่มีเข้ามานี่ เรียนว่า ในเรื่องของการร่วมของ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะให้เสรีภาพในการร่วมกลุ่ม เช่นเดียวกับบุคคลนะครับ ใน เรื่องนี้เรียนว่า สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากสหภาพแรงงาน ใน สากลนะครับ เปึนเชิงของสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ในตัวตน พร้อมกับการเกิดมาเปึนมนุษย์ของทุกคนนะครับ โดยที่รัฐเองไม่อาจที่จะเลือกปฏิบัติ เพราะสถานะที่เปึนข้าราชการได้ โดยสิทธิเสรีภาพในการร่วมกันเปึนสหภาพแรงงาน นะครับ ในตัวของมันเอง หมายความรวมถึงสิทธิในการที่จะเจรจาต่อรองในเรื่องของ ค่าจ้าง อันนี้พูดถึงสหภาพแรงงาน ค่าจ้าง เงื่อนไขการทำงาน ทั้งนี้ สิทธิเสรีภาพในการ รวมตัวเปึ้นสหภาพแรงงานนี้ ได้รับการยอมรับในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองขององค์การสหประชาชาติ นะครับ นอกจากนั้น ก็ได้กำหนดไว้ในอนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศที่ปกครองในระบบของเสรีประชาธิปไตยส่วนใหญ่มีความก้าวหน้าทาง อุตสาหกรรม ต่างก็ยอมรับในหลักการข้างต้นนะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน หรือในญี่ปุ์นนะครับ ถ้าดูถึงในบางประเทศ อย่างเช่น ทางฝรั่งเศสนะครับ ได้ รับรองสิทธิแก่ข้าราชการถึงขั้นนัดหยุดงานได้นะครับ แล้วในบางประเทศ อย่างญี่ปุ์น ข้าราชการอาจกระทำได้เพียงการเสนอข้อเรียกร้อง และการมีส่วนร่วมในการเจรจา ต่อรองที่จำกัดเท่านั้นนะครับ ในระบบของเราที่ผ่านมายังไม่มีการยอมรับในเรื่องนี้ นะครับ เนื่องจากติดในเรื่องของวินัยบ้าง ติดในเรื่องของการต่อรองอะไรต่าง ๆ ซึ่งมอง สภาพคล้ายกับเราจะไปแยกส่วนระหว่างข้าราชการกับผู้ใช้แรงงานนะครับ การทำหน้าที่ ข้าราชการ ก็นับว่ามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีนะครับ แต่ก็เปึนการใช้แรงงานอีกชนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องนี้นะครับ ทางกรรมาธิการก็เปึนห่วงครับ ไม่ใช่ว่าจะรวมตัวเปึนสหภาพข้าราชการ แล้วจะทำอะไรได้ทุกสิ่งทุกอย่าง คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าในเรื่องนี้นะครับ ที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๖๓ วรรคสอง ก็จะมีข้อจำกัดตามสมควร ไม่ใช่รวมตัวแล้วทำได้เต็มที่ อย่างเช่น สหภาพแรงงาน เปึ้นการทั่วไปนะครับ ในข้อบัญญัติเงื่อนไขของวรรคสองที่กำหนดว่า ข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภาพในการร่วมกลุ่มเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ก็คือ สามารถที่จะ ทำสหภาพได้ สมาคมข้าราชการตอนนี้มีแล้วนะครับ ผมก็เปึนกรรมการบริหารสมาคม ข้าราชการอยู่ด้วย แต่บทบาทนะครับ มันเหมือนกับไม่มีกฎหมายขึ้นมารองรับ ในลักษณะ นั้น ก็จึงได้มีบทบาทตามสมควร ไม่มีความเข้มแข็ง ที่กรรมาธิการบัญญัติว่า แต่ทั้งนี้ ต้อง ไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำ บริการสาธารณะ ก็หมายความว่า ข้าราชการจะนัดหยุดงานไม่ได้อยู่แล้วนะครับ ในเรื่อง นั้น ก็ต้องติดอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างเช่น ทหาร ตำรวจนะครับ ที่จะนัดหยุดงาน ตรงจุดนั้นก็ไม่สามารถทำได้ แล้วที่มีการบริการสาธารณะในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่อง ของสาธารณูปโภค ก็ไม่สามารถที่จะหยุดงานเพื่อให้ขาดความต่อเนื่องได้นะครับ เพราะฉะนั้นข้อจํากัดในเรื่องนี้ ก็คือ รวมตัวเพื่อความเข้มแข็งนะครับ แต่ก็จะมีข้อจํากัด ตามที่ผมกล่าวที่กรรมาธิการได้ยกร่างขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ