สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องการแปรญัตติ มาตรา 54 เพื่อให้บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการให้ที่อยู่อาศัย และเน้นย้ำว่าไม่ควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเดิมที่กำหนดให้บุคคลต้องไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอ
ทันแล้วครับ ท่านประธานครับ เรียนท่าน ประธานครับ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ ในฐานะผู้แปรญัตติครับ มาตรา ๕๔ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ บุคคล เดิมนะครับ ข้อความเดิม บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัย และมีรายได้ไม่เพียงพอ ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ข้อความมีเท่านี้นะครับ พอข้อความมีเท่านี้ ปัญหามันเกิดครับท่านประธาน เกิดอย่างไร ท่านลองดูคำ ขอแปรญัตติของท่านวิชัยนะครับ ท่านวิชัยขอเพิ่มว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ แปลว่า อ่านแล้วยังไม่รู้เรื่องครับ ก็เลยเขียนทิ้งค้างว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ มาดูที่ท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ขอแปรญัตติเพิ่มเติม ท่านเพิ่มคำว่าอะไรครับ เพิ่มเติมคำว่า รายได้เพียงพอแก่การยังชีพ แสดงว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นี่ อ่านแล้วก็ไม่รู้เรื่องว่า ผู้ที่ ไร้ที่อยู่อาศัยนั้น มีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออะไรจากรัฐ ถึงได้ขอเพิ่มว่า ให้รัฐช่วยเหลือ เรื่องรายได้ให้เพียงพอแก่การยังชีพ ผมก็เช่นเดียวกันท่านประธาน ว่า ผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย นั้น มาตรานี้จะช่วยเหลืออะไรกับเขา เพราะเขียนแต่เพียงว่า ไม่มีรายได้เพียงพอ ย่อมมี สิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ คือ ประเด็นก็คือว่า ร่างออกมาแล้วนี่ อ่านแล้วไม่เข้าใจ ว่า สิ่งที่ผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐนั้น คืออะไรนะครับ ผมจึงขอ แปรญัตติเพิ่มเติมข้อความ เพื่อให้มันมีความชัดเจนว่า บุคคลกลุ่มนี้จะต้องได้รับความ ช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยจากรัฐ ถามว่า ทำไมผมถึงแปรญัตติว่า จะต้องได้รับความ ช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยจากรัฐ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการยกร่างว่า ก็ในเมื่อมาตรานี้ มาตรา ๕๔ เรากำลังพูดถึงประชาชนชาวไทย เฉพาะกลุ่มบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อเราพูดถึงกลุ่มบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัย แล้วรัฐจะเข้าไป ช่วยเหลือเขา แน่นอนที่สุดไม่ใช่เรื่องอื่น ต้องช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับเขา
ประการต่อมา ที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่า จากร่างเดิมนั้น ได้กำหนด เงื่อนไขในการที่รัฐจะเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยไว้ โดยกําหนดเงื่อนไขว่า ไม่มีรายได้เพียงพอ แปลความก็ต้องเข้าใจได้เลยครับว่า จากร่างที่ท่านยกร่างมานั้น ท่านวางเงื่อนไขในการที่ รัฐจะเข้าไปช่วย เพื่อกำหนดข้อจำกัดเรื่องงบประมาณให้กับฝ์ายบริหาร โดยกำหนด เงื่อนไขว่า บุคคลแม้ไร้ที่อยู่อาศัย จะต้องมีองค์ประกอบเพิ่มเติมนะ ก็คือ ต้องมีรายได้ไม่ เพียงพอ นั่นหมายความว่า แม้บุคคลที่ไม่มีที่อยู่อาศัย แต่มีรายได้เพียงพอในการที่จะ สามารถจัดหาที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง รัฐก็จะไม่เข้าไปช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น คําว่า ไม่มี รายได้เพียงพอ ตามมาตรา ๕๔ นี้ มันจึงคือ คำที่มาขยายความ บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อที่จะมาสร้างเปึนเงื่อนไขของฝ์ายรัฐในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ก็คือ ต้องเปึ้นทั้ง บุคคลที่ไม่มีที่อยู่อาศัย และต้องไม่มีรายได้เพียงพอที่จะจัดหาที่อยู่อาศัยของตัวเองได้ ทีนี้ มาดูร่างที่ท่านเสนอเข้ามาใหม่นะครับ ท่านเปลี่ยนใจแล้ว ท่านเปลี่ยนข้อความใหม่ อย่างนี้ครับว่า บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ พอมาอ่าน ร่างที่ ๒ ที่ท่านเสนอเข้ามาใหม่ต่อที่ประชุมนี้ ผมว่า ท่านกรรมาธิการเริ่มโลเลหรือเปล่า ครับ ท่านกำลังเอาเรื่องบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยมาพูดกับเรื่องของการ และไม่มีรายได้ เพียงพอแก่การยังชีพ แปลว่า ท่านกำลังจะเพิ่มคน ๒ คนมาอยู่ในมาตราเดียวกัน หรือ ท่านกำลังจะเอาเรื่องรายได้ไม่เพียงพอเปึนเงื่อนไขในการที่รัฐจะไปช่วยเรื่องที่อยู่อาศัย ให้กับเขา เพราะว่า ถ้าท่านเปลี่ยนใจเปึนว่า มาตรา ๕๔ ท่านจะไม่พูดถึงเฉพาะบุคคลซึ่ง ไร้ที่อยู่อาศัยล่ะ แต่ท่านกำลังจะไปพูดถึงบุคคลที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพด้วย สิ่งที่ผมแปรญัตติไปนั่น ผมจะต้องเปลี่ยนตามท่านด้วยนะครับ เพราะของเดิมท่านพูดแต่ คนกลุ่มเดียว คือ คนที่ไร้ที่อยู่อาศัย แล้วท่านไปตั้งเงื่อนไขว่า ไร้ที่อยู่อาศัยบวกกับมีรายได้ ไม่เพียงพอ เมื่อของใหม่ท่านแก้ไขมาเปึนอย่างนี้ แล้วถ้าสิ่งที่ผมกำลังอธิบายเปึน ความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็คือท่านกำลังจะเปลี่ยนใจว่า มาตรา ๕๔ ไม่ได้ใช้เฉพาะแต่บุคคล ซึ่งไร้ที่อยู่อาศัย แต่ท่านจะใช้กับบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยกลุ่มหนึ่ง และบุคคลที่มีรายได้ ไม่เพียงพออีกกลุ่มหนึ่ง กรณีอย่างนี้ คำแปรญัตติของผมต้องขออนุญาตแก้ไขเปึนว่า คน ๒ กลุ่มนี้ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐในเรื่องที่อยู่อาศัย และเรื่อง รายได้ที่พอเพียงกับการยังชีพ ต้องขอแปรญัตติตามสิ่งที่ท่านเปลี่ยนแปลงไปใหม่ครับ ขอบพระคุณครับ