สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

ประสงค์ สุ่นศิริ หารือเรื่องการถูกล้อเลียนในรายการคมชัดลึก และขอชี้แจงความจริงเรื่องการถูกล้อเลียนนั้น

นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติ กระผม นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่า กระผมได้ถูกล่ากเข้าไปพาดพิงในเรื่องนี้ จำเปึนต้องขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะได้กราบเรียนชี้แจงให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบ ซึ่งจะกราบเรียนเฉพาะในประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับตัวกระผม และคำพูดในตอนสุดท้ายของการไปออกรายการคม ชัด ลึก ทางเนชั้นทีวีเมื่อคืนนี้ แล้วก็มาฉายซ้ำอีกเมื่อตอนเที่ยงครึ่งนี่ ซึ่งเรื่องนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับกระผม ก็คือว่า ต้นเรื่องมันมาจากญัตติที่ทางท่านพิเชียรได้เสนอเข้ามา ก็ครบ ทั้ง ๑๐ ท่านในการที่จะเซ็นรับรองมา กระผมก็เชิญมา เพื่อมาดูว่า ญัตติที่ขอแปรนั้นมี อะไร แล้วพอจะพูดตกลงอะไรกันได้บ้าง เพื่อที่จะปรับปรุงก่อนที่จะส่งสภาร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณา ทีนี้บังเอิญท่านสดศรีท่านได้ถอนชื่อออกไป เมื่อถอนชื่อออกไป กระผมในฐานะ เปึ้นประธานกรรมาธิการยกร่าง มันก็ขัดข้อบังคับ ญัตติไม่สมบูรณ์ กระผมก็บอกว่า ญัตติ นั้นต้องตกไป ต้องตกไป แต่ว่า ยังมีเวลาที่ทางท่านพิเชียรจะไปหาผู้ที่มาเซ็นรับรองเสนอ ญัตติอันนี้ จนกระทั่งถึงวันก่อนการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ คือ ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน กระผมก็ได้พูดอย่างนั้น ก็ยังบอกว่า ไม่ตก อันนี้ต้องพูดตามข้อเท็จจริง ท่านพิเชียรเองก็ได้ลุกขึ้นยืน บอกไม่ตก ก็เถียงว่า ไม่ตก แต่กระผมก็ยืนยันว่า ตกไปแล้ว นะครับ แล้วหลังจากนั้นมา ก็มีการเซ็นรับรองอะไรกันเข้ามาอีกอย่างไร มันก็เข้ามา พิจารณาได้อีก หรือแม้กระทั่งญัตติจะตกไปในวันนั้น กระผมในฐานะที่เปึนประธาน ยกร่าง ก็เห็นว่า เราน่าที่จะให้ผู้ที่เสนอการแปรญัตตินั้น ได้แสดงความเห็นหรือข้อคิดเห็น ของเขาว่า สิ่งที่เขาแปรญัตติมานั้น มันเปึ้นเรื่องอะไรบ้าง ผมก็เป่ดโอกาสให้พูด ไม่ใช่ว่า เมื่อญัตติตกไปแล้ว ผมเชิญออก ไม่ใช่ครับ ในขณะที่โต้เถียงกันระหว่างผู้ที่ขอแปรญัตติ ด้วยกันเอง กระผมก็ยังได้พูดว่า ไปตกลงกันข้างนอกก่อนได้ไหม ถ้ายังเถียงกันไม่จบ ตกลงกันไม่ได้ก็ไปพบกันหลังวัด กระผมก็บอกอย่างนั้น ในที่สุดก็มาพูดจากันแล้ว ผมก็เป่ดโอกาสให้ท่านการุณได้ชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ วันนั้นเหตุการณ์ก็ผ่านไป ท่านพิเชียร์ ก็โทรมาหาผม ขอความสนับสนุนจากผมที่จะให้ สสร. ที่อยู่ในกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญลงชื่อรับรอง กระผมก็บอก ก็เปึ้นเอกสิทธิ์ของแต่ละท่าน กระผมคงไปบังคับ อะไรไม่ได้หรอก แต่ถ้าเข้ามาถามผม ผมจะให้ความเห็น ไม่เปึนไรหรอก และต่อมาก็ได้มี เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านมาอีก จนกระทั่งท่านพิเชียรเองให้นายพลเอก ความจริงเปึนรุ่นน้องผม โทรศัพท์มาขอโทษผมแทนท่านพิเชียร บอกว่า ท่านพิเชียรขอร้องให้โทรมาขอโทษด้วย อะไรต่าง ๆ ผมก็บอกว่า ผมไม่เคยถือโทษหรอก เรื่องมันเล็กเกินไป อาจจะไม่เข้าใจ หรือ อาจจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม แต่ผมนั้นผมไม่ถือโทษใคร ผมก็ได้ตอบนายพลเอก ท่านนั้นไป และท่านพิเชียรเองก็ได้โทรศัพท์มาขอโทษผม ในขณะเดียวกันที่ห้องอาหาร ของรัฐสภา ท่านพิเชียรเข้ามานั่งลง แล้วก็ยกมือขอโทษ ผมสงสารครับ เพราะว่าท่าน พิเชียร์ก็อายุน้อย ประสบการณ์ต่าง ๆ ในทางการเมือง หรืออะไรต่าง ๆ ก็คงจะ ถ้าจะพูด กันก็คือยังมีน้อย อันนี้ผมไม่ถือโทษอะไรหรอก เหตุการณ์ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ไป ออก คม ชัด ลึก เนชั่นทีวี ทีนี้มันมาเกี่ยวข้องก็ตรงที่ว่า กระผมก็จำเปึ้นจะต้องชี้แจงให้ ทราบ เพราะในตอนสุดท้ายนั้น บอกว่า มีขบวนการดิสเครดิต จนกระทั่งไม่สามารถที่จะ หยิบยกเรื่องพระพุทธศาสนามาพูดได้แม้แต่คําเดียว อันนี้ทําให้สังคมเข้าใจผิดได้ หรือ พระสงฆ์องค์เจ้าต่าง ๆ แต่ละเย็นนี่ท่านก็สวดชะยันโต (ชย์นฺโต) ให้ผม ผมถือว่า ให้พร ท่านอาจจะเข้าใจผิด ผมก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร เพราะวันหนึ่ง ความจริงก็คงจะต้องทราบว่าเปึนอย่างไร และผมคิดอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ แหละครับ จากเหตุการณ์ในทีวีเนชั่นมา จนกระทั่งมาถึงคำ คำนี้ ทำให้กระผมต้องจำเปึน จะต้องชี้แจงให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี่ ไม่ใช่เปึ้นเรื่องที่กระผม หรือกรรมาธิการยกร่างพยายามที่จะไม่ให้พูดเรื่องพระพุทธศาสนา หรือแม้กระทั่งในสภา แห่งนี้ ก็ตกลงกันแล้วว่า มาตรา ๒ มาตรา ๓๗ มันคล้ายกับมาตรา ๗๘ ไปพูดกันเสีย ทีเดียว คราวเดียวกันเลยก็ได้ ซึ่งกระผมก็นั่งอยู่ที่นี่ ก็รับฟังอยู่ ก็ยังเห็นว่า ถ้าหากว่า เปึ้นอย่างนั้นก็สุดแล้วแต่ทางสภาจะพิจารณา ซึ่งกระผมพร้อมที่จะชี้แจงในนาม ของคณะกรรมาธิการยกร่าง เรื่องของเรื่องที่พาดพิงมาก็มีเพียงเท่านี้ แต่ที่กระผมต้องยืนขึ้นพูด เพื่อให้สังคมเข้าใจว่า กระผม หรือท่านสดศรี หรือท่านการุณ นั้น กระผมไม่คิดว่า จะอยู่ในกระบวนการดิสเครดิตท่านพิเชียร์ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของ ต้น แต่ที่มากระทบมากก็คือว่า ทําให้ประเด็นเรื่องพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ ไม่มีโอกาสได้พูดสักคําเดียว ตรงนี้ต่างหากที่สังคม หรือพระสงฆ์องค์เจ้าจะเข้าใจผิด คิดว่ากระผม หรือกรรมาธิการยกร่าง หรือสภาแห่งนี้เปึ้นผู้ขัดขวางไม่ให้มีการพูดเรื่องนี้ ซึ่งมันไม่ตรงข้อเท็จจริง นี่คือ ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กระผมยืนขึ้นมา เนื่องจากว่า มาพาดพิง ถึงกระผม สำหรับท่านพิเชียรนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า ผมเมตตา เอ็นดู สงสาร แต่สิ่งที่ได้กระทำไปทั้งหมดนั้น เมื่อกี้นี้ท่านพิเชียร์ก็ขอโทษนะครับ ถ้าหากว่า ไม่มีคำนี้อยู่นี่ กระผมคงไม่ยอม แต่เมื่อท่านพิเชียร์ได้กล่าวขอโทษในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เราก็ต้องถือว่า การขอโทษคือการยอมรับผิดนะครับ เพราะฉะนั้นท่านการุณก็อย่าไปขยี้ ขยำ แต่ความจริงนี่มันต้องขย้ำขยี้ ความหมายมันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าขยี้ขยำนี่ คนฟังแล้วเขาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะฉะนั้นต่อไปท่านการุณจะไปพูดที่ไหน ท่านต้องบอกว่า ขยำก่อน แล้วถึงขยี้นะครับ มันจะได้เสร็จ ๆ ไปเสีย กระผมขอขอบพระคุณท่านประธาน นะครับ ที่เสียเวลา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง จะได้ไม่เข้าใจกันผิด แล้วสังคมข้างนอก หรือแม้ พระสงฆ์องค์เจ้าต่าง ๆ ถ้าท่านรับฟังอยู่นะครับ กรุณาเข้าใจด้วยครับ กระผมและ กรรมาธิการยกร่าง รวมทั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้นั้น ไม่ได้มีพฤติกรรม หรือพฤติการณ์ อะไรเลยที่จะไปทําให้ไม่มีการพูดกันถึงเรื่องพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ ไม่เปึนไป อย่างนั้นเลย กระผมขอขอบคุณครับ