การุณ ใสงาม หารือเรื่องการแปรญัตติของญัตติที่ 1 ของพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ และเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของการแปรญัตติ และขอให้ตรวจสอบเอกสารการแปรญัตตีชุดแรก
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพต่อทุกท่านนะครับ แล้วก็ด้วยความเกรงใจ เปึนอย่างยิ่ง แต่บังเอิญว่า มันเปึนเรื่องที่อาจจะกระทบกระเทือนกับเพื่อนสมาชิกอยู่ หลายคน ที่สำคัญ ก็อาจจะกระทบกระเทือนถึงสภาอยู่บ้าง กับบุคคลภายนอก หรือกับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ภายนอก จากกรณีที่เราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของหักหลัง หรือ ไม่หักหลัง ์ถูกตู้ม หรือไม่ถูกตู้ม ในกรณีญัตติที่ ๑ ของคุณพิเชียร ที่มีผู้รับรองครบ ๑๐ สุดท้ายผมจะเอาอย่างย่อ ๆ นะท่านประธานครับ สุดท้ายก็มีการถอนชื่อไป ๑ ท่าน คือ คุณสดศรี ท่านได้ถอนชื่อไป จนทำให้ญัตติตกไป เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ในวันนั้นนะครับ ต่อจากนั้น จึงได้ทำการรวบรวมขึ้นมาใหม่ เปึนญัตติใหม่ จนครบเปึน ๑๐ คน และได้ นําเสนอในวันที่ ๘ มิถุนายน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ตามที่ปรากฏในการประชุมครั้งนี้ บังเอิญ ว่า เราได้พูดคุยกันไปพอสมควรแล้ว ก็เสียเวลาไปพอสมควรในวันนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคืนนี้คือ คุณพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ ได้ไปออกรายการของทีวีช่องเนชั่น (Nation) ใช่ไหมครับ ในรายการ คม ชัด ลึก ออกรายการเมื่อคืนนี้นะครับ ในช่วงเวลา ๒๑.๐๐ น. ถึง ๒๒.๓๐ น. และรายการนี้ได้นำมาถ่ายทอดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเวลาเที่ยงครึ่งของวันนี้ อีกรอบหนึ่ง เบื้องต้นนั้นนะครับ พิธีกรเขาก็เป่ดรายการโดยมีรายการภาพของพวกเราที่ นั่งประชุมกันและถกเถียงกันในเรื่องนี้ และพิธีกรก็ได้ตั้งคำถามคุณพิเชียรว่า เปึนอย่างไร ครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแปรญัตติ เรื่องพระพุทธศาสนา อะไรทํานองนี้นะครับ เปึนศาสนา ประจำชาติ แล้วมีญัตติของคุณพิเชียรที่เสนอไป ปรากฏว่า มีเรื่องเกิดปัญหาในการ อภิปรายว่า มีการถูกต้ม มีการไม่ถูกต้ม มีการหักหลังกัน ไม่มีการหักหลังกัน คุณพิเชียร ก็ได้เริ่มพูดนะครับในรายการนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๗ นาที ๓๗ วินาที จนถึงเวลา ๑๖ นาที ๕๖ วินาที ใช้เวลาประมาณทั้งหมด ๙ นาที อธิบายเกี่ยวกับเรื่องการถูกต้ม หรือไม่ถูกต้ม อย่างไรนะครับ รายการนี้นะครับ ปรากฏตามอันนี้นะครับ แผ่นที่ได้มาจากเดอะ เนชั่น (The Nation) และท่านที่เคารพทุกท่านคงได้ดู ๒ รอบแล้วล่ะครับ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ กับตอนเที่ยง อย่างย่อครับ คุณพิเชียร์ได้พูดเมื่อตอน ๐๗ นาที ๕๗ วินาที โดยใช้คำว่า เกี่ยวกับเรื่องการถูกต้มหรือหักหลังนั้น คุณพิเชียรบอกว่า มันไม่ถูกต้อง ไม่ดีงามเลย ไม่มีสิ่งเหล่านี้ มีบางคนเท่านั้นที่มาพูด ซึ่งเปึนการพูดไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามความเปึนจริง โดยสิ้นเชิงนะครับ และคุณสดศรีนั้นเข้าใจผิด คุณสดศรีท่านอยู่ทางขวามือผมนะครับ คุณสดศรีนั้นเข้าใจผิด ได้รับทราบข้อมูลไปแล้ว ผมก็พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก เปึ้นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง คุณสดศรีนั้นเข้าใจผิด ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทําไมคุณสดศรีจึงพูดอย่างนั้นนะครับ สำหรับคุณการุณนั่นแหละให้ตัดออก ของคุณการุณอยู่ครบถ้วนแล้ว แล้วคุณพิเชียร์ก็เอา นี่นะครับ รายการเอาออกด้วยนะครับ นี่ ของคุณสดศรีมาตรา ๖๘ ก็อยู่ครบถ้วนแล้ว ชี้รายการให้ดู ของคุณการุณ ๑๓๘ ประเด็น ก็อยู่ครบถ้วนแล้ว คือท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดซ้ำอย่างนี้นะครับ คุณพิเชียรพูดไปถึง เวลา ๐๑๖นาที ๕๖ วินาที แล้วที่เน้นตรงนี้ ตอนท้ายคุณพิเชียรยังบอกว่า เขาก็ถาม เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติอยู่ในส่วนนี้ คุณพิเชียรบอกว่า อย่างนี้ครับ อย่างย่อนะครับ คุณพิเชียรบอกว่า มาตรา ๒ พระพุทธศาสนาเปึนศาสนา ประจําชาตินั้น ได้เลื่อน จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้อภิปรายแม้แต่ประโยคเดียว นี่ประเด็นที่ ๑ มีการร่วมกันดิสเครดิต (Discredit) คุณพิเชียร์ในเรื่องนี้ ทำให้การพูดคุยพระพุทธศาสนา เลื่อนพระพุทธศาสนาไป ไปรวมกับมาตรา ๗๘ อะไรต่าง ๆ แล้วจะไปพูดในคราวหลังนี่ จนเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้พูดเรื่องพระพุทธศาสนาแม้แต่ประโยคเดียว ท่ามกลางการอภิปราย ส่วนนี้ ก็มีเกี่ยวข้องกับท่านประสงค์ด้วย มีท่านสดศรีด้วย มีผมด้วยนะครับ รายการอยู่ เทป (Tape) อันนี้นะครับ ท่านจะสนใจจะดูก็ได้ครับ ช่วงเวลามีกําหนดไว้แล้วชัดเจน เอาละครับ ผมจะพูดในส่วนนี้อย่างย่อ ก็คือว่า ผมก็นึกไม่ถึงครับ ท่านประธาน ผมไปเจอ เอกสารอีกชิ้นหนึ่งครับ คุณพิเชียรบังอาจไปขีดฆ่าชื่อผมในญัตติตัวนี้ครับ แล้วเซ็นชื่อ ตนเองกำกับ นี่จุดที่ ๑ ครับ แล้วก็บังอาจไปขีดฆ่าลบชื่อผมอีก ตรงนี้อีกอันหนึ่งครับ จากเอกสารการแปรญัตติชุดแรกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อจากนี้นะครับ คุณพิเชียรยังได้ไปทำเอกสารอีกฉบับหนึ่งนะครับ เปึนใบแก้คำผิดลงนามเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ เกี่ยวกับเรื่อง ให้เพิ่มเติมส่วนของผมเพียงมาตราเดียวเท่านั้น คือ มาตรา ๒๖๗ สำหรับ ๑๓๘ ประเด็นนั้นนะครับ ตัดออกไป ๑๓๗ ประเด็น คงไว้อยู่เพียง มาตราเดียว คือ มาตรา ๒๖๗ ลงชื่อ คุณพิเชียร อยู่ที่นี่ครับ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนา ท่าน ประธานครับ เมื่อทำอย่างนี้ขึ้นมานะครับ ผมไปเจอ จึงพบเอกสารของเจ้าหน้าที่รายงาน อันนี้ตรงตามข้อเท็จจริงอย่างที่ผมเคยนำเรียนท่าน เจ้าหน้าที่ได้ทำรายงานให้กับท่าน ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ บอกว่า เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคำแปรญัตติที่ ๑ คือ ของคุณพิเชียร ปรากฏว่า นายการุณ ใสงาม ได้ลงชื่อในคำแปรญัตติดังกล่าว ๒ ฐานะ คือ ผู้แปรญัตติร่วม และ ผู้รับรองคำแปรญัตติ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ นายพิเชียรได้มาพบข้าพเจ้า ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๓๒๐๑ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๓ และได้ขีดฆ่าลายมือชื่อ นายการุณ ใสงาม ตรงตามเอกสารที่ได้มาครับ ขีดฆ่าลายมือชื่อของผมนะครับ ๒ จุด เลยครับ ตรงนี้ครับ เอกสารก็ตรงกัน ต่อไปครับ เจ้าหน้าที่รายงานต่อไปอีกว่า นายพิเชียร ได้สั่งให้ข้าพเจ้าเปรียบเทียบคำแปรญัตติอย่างไม่เปึ้นทางการของ สสร. ๓ คน ดังกล่าว กับของตน คือ ของคุณพิเชียรนะครับ ว่า มีกี่มาตราที่แปรญัตติตรงกัน และมีมาตรา อะไรบ้าง โดยให้ยึดคำแปรญัตติของตนเปึนหลัก ของตน คือ ของคุณพิเชียรนะครับ เมื่อจัดทำเสร็จแล้วให้แจ้งให้ นายพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ ทราบ เพื่อจะได้ตัดสินใจ ต่อไป ตอนนี้สำคัญแล้วท่านประธานครับตรงนี้ ข้อ ๓ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ข้าพเจ้า คือ เจ้าหน้าที่นะครับ ได้ติดต่อประสานงานกับนายพิเชียร์ เพื่อให้มาดูเอกสาร แต่นายพิเชียรไม่ได้เข้ามา เนื่องจากติดภารกิจ จึงใช้วิธีสอบถามข้าพเจ้าทางโทรศัพท์ ต่อจากนั้นนะครับ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ข้าพเจ้าจะได้ทําร้ายละเอียดคําแปรญัตติ จึงขอ หลักการในการที่จะจัดทำต่อไป นายพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ จึงให้หลักการว่า ให้ยึด คำแปรญัตติของตนเปึ้นหลัก ถ้าของผู้ใดไม่ตรงกับตน ให้ใส่ในคำแปรญัตติ อย่างเปึ้นทางการได้ แต่ในกรณีของนายการุณ ใสงาม เนื่องจากเกือบทุกมาตรา จะเกี่ยวกับการให้มีสภาเดียว ซึ่งตรงกันข้ามกับความคิดของตน จึงไม่ให้นํามาใส่ไว้ ในคำแปรญัตติอย่างเปึ้นทางการ นี่ละครับ คือ จุดที่จะตก ๑๓๗ ประเด็นล่ะครับ จากนั้นข้าพเจ้าได้สอบถามในกรณีของมาตรา ๖๘ มาตรา ๖๘ คือ ของท่านสดศรี นะครับ ว่า จะให้แปรญัตติแบบใด เนื่องจากนายพิเชียรได้แปรญัตติมา ๒ แบบ คือ ให้ตัด วรรคสองออก และให้เพิ่มความ และผู้นำสามเหล่าทัพ ไว้ในวรรคสอง รวมทั้งนายการุณ ได้แปรญัตติให้ตัดมาตรา ๖๘ ออกทั้งมาตรา นายพิเชียรให้ข้าพเจ้าใช้แบบตัดวรรคสอง ออก นี่ล่ะครับ ของท่านสดศรีหลุดเลย ตัดวรรคสองนะครับ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ข้าพเจ้าจึงนัดให้ นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ มาดูคำแปรญัตติทั้งหมดอีกครั้ง ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ตอนเช้า ข้อ ๔ ตอนนี้สำคัญ โดนตัดแล้วทีนี้ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ นายพิเชียรได้มาดูคำแปรญัตติทั้งหมดแล้ว ให้ข้าพเจ้าดำเนินการดังนี้ เอาละสิ ครับ คำแปรญัตติของนายการุณให้เอาเฉพาะมาตรา ๒๖๗ เท่านั้น เฉพาะมาตราอื่นที่ เรื่องเกี่ยวกับสภาเดียว ซึ่งไม่ตรงกับความคิดของตนที่ให้มี ๒ สภานะครับ ให้ตัดออก เกลี้ยงเลย เหลืออันเดียว หลุดหมดเลยครับของผม ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ เคยให้ที่ประชุมดูหลักการแล้วนะครับ นี่ท่านดูหลักการ หลักการข้อตกลงในการนำเสนอ นี่ลายมือคุณพิเชียรอยู่ที่นี่ครับ