สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

คมสัน โพธิ์คง หารือเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ โดยเสนอให้มีองค์กรเพียงองค์กรเดียวในการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแบ่งแยกองค์กรในการจัดสรรคลื่นความถี่ และเพื่อให้การดำเนินการประกอบกิจการของผู้ประกอบการง่ายขึ้น

นายคมสัน โพธิ์คง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ สำหรับประเด็นเรื่องขององค์กร จัดสรรคลื่นความถี่นั้นนะครับ เนื่องจากสภาพปัญหาในปัจจุบันนี่เราพบว่า จริง ๆ แล้ว ขณะนี้เรามีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เพียงองค์กรเดียวนะครับ ซึ่งปรากฏปัญหาในทาง ปฏิบัติในเรื่องของการดำเนินการสรรหา ซึ่งไม่สามารถสรรหาคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งได้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องขององค์ประกอบของกฎหมายนะครับที่อยู่ภายใน ที่จะทำให้ การดำเนินการไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ เพราะเนื่องจากจะต้องถูกดำเนินการ แล้วก็ถูก พิพากษาโดยศาลซ้ำแล้วซ้ำอีกในประเด็นเหล่านี้นะครับ นอกจากนี้ครับ ท่านประธาน ครับ ได้ปรากฏข้อเท็จจริงอันหนึ่งว่า ในกฎหมายที่จะต้องมีการตราขึ้นเพื่อรองรับอำนาจ ของคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ กสช. นั้น ก็คือพระราชบัญญัติการประกอบ กิจการวิทยุและโทรทัศน์นี่นะครับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีกฎหมายดังกล่าวตราออกมา อยู่ในช่วงระหว่างของการดำเนินการจัดทำนี่นะครับ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการ ดำเนินการของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์นะครับ แบ่งออกเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง ก็คือ กลุ่มที่ใช้คลื่นวิทยุโทรคมนาคม อีกกลุ่มหนึ่ง ก็คือ ใช้วิทยุกระจายเสียงนะครับ ซึ่งปรากฏว่าประเด็นของกลุ่มที่ใช้คลื่นวิทยุกระจายเสียงนั้น ถ้าดำเนินการโดย กสช. แล้วจะมีองค์กรที่แน่ชัด แล้วขอใบอนุญาตเพียง ๑ ใบเท่านั้นนะครับ แต่ขณะที่ อีกกลุ่มหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โทรทัศน์บอกรับสมาชิก หรือแม้แต่ เคเบิลทีวีนี่ จะต้องขอใบอนุญาตถึง ๒ ใบ จาก ๒ องค์กรนะครับ ซึ่งเปึนกฎกรณีที่ต้อง ขอใบอนุญาตในลักษณะที่ซ้ำซ้อนกัน ในปัจจุบันไม่ได้มีการขอใบอนุญาตลักษณะนั้น เนื่องจากไม่มี กสช. เกิดขึ้น ก็เลยไม่สามารถที่จะดำเนินการในเรื่องใบอนุญาตได้ ก็เกิด ปัญหาในเรื่องของวิทยุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของวิทยุชุมชน ซึ่งเกิดปัญหา อย่างมากมายในกระบวนการของการที่จะจัดสรรสำหรับวิทยุชุมชนและการให้ใบอนุญาต เพราะฉะนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการเองก็ได้พิจารณาครับ คิดว่า ประเด็นนี้เปึ้นปัญหา ที่สำคัญ แล้วถ้ายังปล่อยให้กระบวนการในการดำเนินการจัดการตามกฎหมายเดิมนั้น มีอยู่ต่อไปนี่ คงจะไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งนับวันจะรกรุงรัง แล้วก็มีปัญหาที่ ทับถมมากขึ้น จึงมีความจำเปึนที่จะต้องให้มีเพียง ๑ องค์กร ทำหน้าที่ในการจัดสรร ทั้ง ๒ ส่วนนะครับ ซึ่งโดยหลักการแล้วขณะนี้นี่ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปนั้นทำให้กิจการทั้ง ๒ ประเภทนั้น มาอาศัยช่องในคลื่นความถี่เดียวกันทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นนะครับ ในประเด็นนี้นะครับ ที่ประชุมของกรรมาธิการเองก็เลยมีความเห็นในลักษณะที่ออกมา เปึ้นเพียง ๑ องค์กร ทีนี้ถ้าจะตัดถ้อยคำออกไปว่า ไม่ต้องเขียนว่า มีองค์กรหนึ่งนะครับ ก็จะเกิดปัญหาในการตรากฎหมายลูกต่อว่า ตกลงมีกี่องค์กร สุดท้ายก็อาจจะกลายเปึน มากกว่า ๒ ๓ ๔ หรือ ๕ หรือซอยย่อยลงไปมากกว่านั้น ซึ่งก็จะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ในเรื่องของการทับซ้อนอำนาจหน้าที่ ขณะที่เทคโนโลยีนั้น กลับมารวมอยู่ที่เดียวกัน นะครับ ในสภาพปัจจุบัน ปัจจุบันในหลายประเทศนี่ คณะกรรมการหรือองค์กรที่ทำหน้าที่ ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งแต่เดิมนั้น เคยแบ่งออกเปึนกิจการกระจายเสียง และกิจการ โทรคมนาคมนั้น เคยแบ่งออกจากกัน แต่ปัจจุบันในหลายประเทศก็เนื่องจากเทคโนโลยี ก้าวหน้าไปก็ยุบรวมกันเปึนคณะกรรมการ หรือองค์กรเพียงองค์กรเดียวทำหน้าที่จัดสรร เพียงองค์กรเดียว แล้วก็จะทำให้การดำเนินการประกอบกิจการของผู้ประกอบการนี่ สามารถทำได้ ไม่ต้องขอดำเนินการขอถึง ๒ องค์กร ในกรณีที่เทคโนโลยีนั้นไป ค่อนข้างมาก ในกรณีของฟรีทีวีนั้น ผมคิดว่า ประเด็นนี้ก็คงไม่สามารถจัดสรรได้มากนัก แต่ในประเด็นของวิทยุอื่น ๆ ที่ต้องใช้คลื่นโทรคมนาคม หรือวิทยุโทรทัศน์ที่ต้องใช้คลื่น โทรคมนาคม เช่น โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั้งหลาย ซึ่งมีเปึ้นจำนวนเปึนร้อยช่องนั้น ผมคิด ว่าตรงนี้นี่การมีเพียงองค์กรเดียวจะเปึนประโยชน์กับผู้ประกอบการค่อนข้างมาก สำหรับปัญหาที่ท่านเพื่อนสมาชิกเกรงว่า องค์กรที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม จะครอบงำนั้น ผมคิดว่า ตรงนี้สามารถแก้ไขได้ โดยการจัดสัดส่วนของคณะกรรมการให้มี ความเหมาะสมในระหว่างผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญในเรื่องกิจการกระจายเสียง และกิจการ วิทยุโทรทัศน์ แล้วก็กิจการโทรคมนาคม ในสัดส่วนลักษณะที่อย่างเท่าเทียมกันนะครับ ว่า มาจากที่มา ๒ กลุ่ม หรืออาจจะแบ่งเปึน ๒ ภายในอยู่ในองค์กรนั้นก็ได้ ผมคิดว่า ตรงประเด็นนี้เปึ้นประเด็นที่สามารถไปบัญญัติอยู่ในกฎหมายลูกได้ ในประเด็นนี้ครับ ได้มีการหารือครับท่านประธาน ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ได้มีการหารือ คิดว่า ถ้ามีการดำเนินการตรากฎหมายในการจัดสรร องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เพียง ๑ องค์กร คงจะต้องมีบทเฉพาะกาลขึ้นมาบทหนึ่ง ก็คือ ให้มีการตรากฎหมายตามบทบัญญัติมาตรานี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งได้มีการหารือว่า น่าจะเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับนะครับ ก็คงจะต้องเปลี่ยน ในหลักการเดิมที่จะเปึ้น ๒ ป้ ให้เสร็จภายใน ๖๐ วันนะครับ แล้วก็ให้มีการดำเนินการ สรรหา โดยคณะกรรมการสรรหาที่มีความเปึนอิสระและเปึนกลาง ทำหน้าที่ในการ ดำเนินการสรรหากรรมการองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ตามกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งต้องทำให้ เสร็จภายใน ๖๐ วัน นับจากกฎหมายนั้นใช้บังคับนะครับ แล้วก็ให้คณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งเปึนไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. ๒๕๔๓ คงอยู่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ค้างค่า แต่ไม่ให้ดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ใด ๆ จนกว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความเปึน เอกภาพ แล้วก็จัดสรรเปึนไปภายใต้ระบบเดียวกัน จะได้ไม่เกิดปัญหาในทางภาคปฏิบัติ นะครับ ซึ่งตรงนี้ได้หารือกับท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการหลายท่านก็เห็นว่า น่าจะบัญญัติบทเฉพาะกาลในลักษณะเช่นนี้ ก็นำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในความเห็นนี้ครับ