กิตติ ตีรเศรษฐ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 47 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับดูแลสื่อสารมวลชน เขาแนะนำให้ตัดคำว่า "องค์กรหนึ่ง" ออก และให้มีองค์กรเดียวที่จะดูแลเรื่องคลื่นความถี่ นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีองค์กรที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีในการกำกับดูแลสื่อสารมวลชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านกรรมาธิการยกร่าง และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม กิตติ ตีรเศรษฐ์ สสร. ครับ ก็เปึนเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วนะครับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย กันถึงมาตรา ๔๗ นะครับ และสาระส่วนใหญ่จะอยู่ในเรื่องของวรรคสอง ซึ่งในมาตรา ๔๗ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะตรงกับมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นะครับ ซึ่งในร่างฉบับรับฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการยกร่างที่ออกมาในตอนแรกนั้น จะมีอยู่ ๒ ประเด็น ที่แตกต่างกันกับป้ ๒๕๔๐ ก็คือ จะมีการเพิ่มคำว่า องค์กรหนึ่ง เข้ามานะครับ และตัดในตอนท้ายของวรรคที่ว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ออกนะครับ และสุดท้าย ในร่างปัจจุบันที่นำเสนอต่อสภาในเวลานี้ ก็ได้มีการเพิ่มเติมคำว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ กลับเข้าไปใหม่ โดยมีเหตุผลที่เขียนไว้ในเอกสารที่ได้นำเสนอต่อ ที่ประชุมทุกท่านแล้วว่า เพื่อให้บทบัญญัติมีความสอดคล้องกันมากขึ้น และเกิดความ ชัดเจนตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ควรมีองค์กรเดียว ประเด็นนี้ ตัวผมเองแล้วก็จากข้อมูลที่ได้รับฟังมา หรือจากการศึกษาถึงเรื่องของพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับองค์กรกำกับดูแลกิจการวิทยุ โทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมในต่างประเทศ ก็จะมีลักษณะเปึนลักษณะเดียวกัน คือ การที่จะให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เพียง องค์กรเดียว จากเดิมที่ป้ ๒๕๔๐ นั้น ก็ได้กำหนดให้องค์กรที่มีหน้าที่กำกับนั้น มีอยู่ ๒ องค์กร คือ กทช. และ กสช. ในป้ ๒๕๔๓ นะครับ อย่างไรก็ตามการที่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างได้มาใส่คำว่า องค์กรหนึ่ง ลงไปในวรรคที่ ๒ นั้น กระผมมีความเห็นที่อยากจะขอ เสนอต่อท่านกรรมาธิการ ซึ่งจะสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกเกือบทุกกลุ่มที่ได้อภิปรายไป ก็คืออยากจะขอให้ตัดคำว่า องค์กรหนึ่ง ออกนะครับ เนื่องจากความชัดเจนในเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อยุติที่แน่นอนว่า ในอนาคตเราควรจะมีกี่องค์กรนะครับ แน่นอนครับว่า ในป้ ๒๕๔๓ ที่มี พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่นั้น กำหนดให้เปึ้น กทช. ดูแลเรื่องของ คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม และ กสช. ดูแลในเรื่องคลื่นความถี่สําหรับกิจการวิทยุ โทรทัศน์ แต่เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาไปเปึนอย่างมากนะครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้ อภิปรายไปแล้วว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวดูได้ทั้งโทรทัศน์ ฟังได้ทั้งวิทยุ ส่งข้อความ ส่งอีเมล์ ส่งภาพยนตร์ หรือส่งภาพนิ่ง ส่งอะไรสารพัดที่จะอยู่ในมือถือนะครับ ซึ่งเปึนการ ผสมผสานเทคโนโลยีทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของคลื่นความถี่ที่มีการแยก ออกมาว่า เปึนคลื่นของวิทยุโทรทัศน์ซึ่งอยู่ในย่านหนึ่ง กับคลื่นของโทรคมนาคมซึ่งจะอยู่ ในอีกย่านหนึ่ง รวมทั้งในย่านไมโครเวฟนั้น ปัจจุบันนี้ได้ถูกนำมาผสมผสานกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นองค์กรที่จะดูแลในด้านนี้จึงควรจะมีองค์กรเดียวนั้น เปึ้นที่ถูกต้องนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในองค์กรส่วนนี้นะครับ กระผมมีความเห็นว่า ผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ในองค์กร นี้ เนื่องจากจะเปึนองค์กรที่จะต้องดูแลด้านการกำกับดูแล แล้วก็จัดสรรคลื่นความถี่ หรือ จะทำหน้าที่ออกกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับใบอนุญาต หรือว่า การขอประกอบ กิจการทางการสื่อสารทุกประเภทแล้วนี่นะครับ สาระของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง ไป ผู้ที่ดูแล หรือว่าเปึนกรรมการในชุดนี้ จึงควรจะต้องเปึ้นผู้ที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี อยู่ไม่น้อยนะครับ ทีนี้อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งนะครับ เรื่องของเนื้อหาสาระที่สื่อมี การนำเสนอออกมา ซึ่งในประเด็นนี้ ก็น่าจะต้องมีองค์กรที่จะทำหน้าที่กำกับดูแลเนื้อหา สาระเช่นเดียวกันว่า สื่อต่าง ๆ ที่ได้มีการนำเสนอนั้นได้มีเนื้อหาสาระที่เปึนประโยชน์ต่อ ประชาชนหรือไม่ มีเนื้อหาสาระที่เปึนการมอมเมาประชาชน หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม ขัดต่อวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่ง สุดท้ายอาจจะขัดต่อเรื่องของ หรือว่าเปึนภัยต่อเรื่องของ ความมั่นคงของรัฐ เพราะว่า สื่อเหล่านี้สามารถจะเผยแพร่ได้กว้างขวางนะครับ และยัง อาจจะมีหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ปลีกย่อยลงไปอีกที่จะต้องมาทำหน้าที่ดูแล นอกเหนือจากการจัดสรรคลื่นความถี่ หรือการกํากับดูแลการประกอบกิจการ โทรคมนาคม เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่า ในวรรคที่ ๒ ของมาตรา ๔๗ นี้ จึงยังมิควรที่ จะกำหนดลงไปให้ชัดเจนว่า มีเพียงองค์กรหนึ่งนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่า ในส่วนของสิ่งที่ ทางกรรมาธิการได้เติมลงมาในตอนหลัง คือ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ จะสามารถสื่อ ให้ผู้ที่จะไปทำหน้าที่ออกกฎหมายต่อไปในอนาคตได้ตระหนักว่า มิใช่เพียงการจัดสรร คลื่นความถี่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีองค์กร หรือว่าคณะกรรมการที่ค่อยกำกับดูแล เรื่องของการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ในลักษณะของดูแลในเรื่อง ของเนื้อหาสาระ และการพัฒนาเนื้อหาสาระ เช่นเดียวกับกรณีของ ขออนุญาต ยกตัวอย่าง ในต่างประเทศประเทศหนึ่งนะครับคือ ประเทศอังกฤษ ก็จะมีคอมมูนิเคชัน แอกต์ (Communication Act) ป้ ๒๐๐๓ ซึ่งอันนั้นก็จะมีบอร์ด ออฟ ฟอร์ม บอร์ด (Board of Form Board) เพียงชุดเดียว แต่ว่าในบอร์ด (Board) ชุดนั้น ก็จะมีบอร์ดย่อยลงไปอีกที่ จะทำหน้าที่ดูแลทั้งเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ ดูแลเรื่องของการควบคุมการประกอบ กิจการ และก็มีคณะกรรมการที่จะดูแลเรื่องของเนื้อหาสาระ และก็การพัฒนาเนื้อหาสาระ ดังที่เพื่อนสมาชิกก็ได้มีการอภิปรายไปแล้วในส่วนนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้น กระผมจึงเห็นว่า ถ้าหากว่า ในส่วนนี้เปึนเรื่องที่จะกระทำได้ หรืออาจจะมีการแยกในอนาคตเปึ้นคนละชุด กัน ก็ทําได้เช่นเดียวกัน จึงขออภิปรายในส่วนสนับสนุนท่านสมาชิกว่า ในขั้นนี้ถ้าเปึ้นไป ได้ก็อยากจะให้ตัดคำว่า องค์กรหนึ่ง ออกจากวรรคสองของมาตรา ๔๗ ครับ ขอบพระคุณ ครับ