สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๐

อัครวิทย์ สุมาวงศ์ หารือเรื่องหลักการของการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องการตรวจค้นและจับกุมบุคคล โดยเน้นย้ำว่า หลักการของการบังคับใช้กฎหมายจะต้องมีหมายหรือคำสั่งของศาล แต่มีข้อยกเว้นที่จะทำได้โดยไม่มีหมายหรือคำสั่งของศาล

นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม อัครวิทย์ สุมาวงศ์ กรรมาธิการครับ ที่ร่างของคณะกรรมาธิการได้กำหนดในวรรคสามของมาตรา ๓๒ ว่า การจับ คุมขัง ตรวจค้นตัวบุคคล หรือกระทำการอื่นใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น หลักที่เราวางไว้ ก็เปึนหลักที่ว่า การจะกระทำเช่นนั้นได้นี่ ในเบื้องต้นก็ต้องมีหมายหรือคำสั่งของศาล หรือมิฉะนั้นก็ต้องมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งข้อห่วงใยของท่านที่พูดมาถึงเรื่อง เจ้าพนักงานตํารวจไปเจอบุคคลกระทําความผิด และจะจับหรือตรวจค้นไม่ได้นี่ เพราะไม่มี หมายศาล ความจริงแล้วในเรื่องของหลักของประมวลกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้นะครับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานี่ ได้วางหลักเอาไว้ว่า การที่จะจับขัง จำคุก หรือค้น ในที่รโหฐานหาตัวบุคคลหรือสิ่งของนั้น ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น แต่ก็ กำหนดข้อยกเว้นเอาไว้ นี่เปึนเรื่องของมาตรา ๕๗ ว่า ภายใต้บังคับของบทบัญญัติหลายมาตรา ต่อไป แล้วก็จะต้องเปึ้นเช่นนี้ คำว่า ภายใต้บังคับ นั่นหมายความว่า สิ่งเหล่านั้น ที่มาตรา เหล่านั้นกําหนดไว้ เขาสามารถจะทําได้โดยไม่ต้องมีหมายหรือคําสั่งของศาล แต่สิ่งที่จะทําได้ นั้นคืออะไร ต้องมีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตราเหล่านั้น ที่จะจับโดยไม่มีหมายจับ หรือค้นโดยไม่มีหมายค้น ฉะนั้น อย่างที่เปึ้นห่วงเรื่องเจ้าพนักงานตำรวจไปพบบุคคลแล้วจะจับ ไม่ได้ ทำผิดแล้วจะจับไม่ได้นะครับ มาตรา ๗๘ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นว่า พนักงานฝ์ายปกครองหรือตำรวจนั้น สามารถจับบุคคลได้โดย ไม่ต้องมีหมายจับ ในกรณีที่เขากำหนดเอาไว้ แล้วเขายังบัญญัติว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ พนักงานฝ์ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับนั้นไม่ได้ วางหลักก็จับไม่ได้ แต่วางข้อยกเว้นเอาไว้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแต่ ก็คือ ถ้ามีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ อย่างที่ได้กำหนดไว้ในตอนท้ายของวรรคสามนั้น หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ คืออะไรครับ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า เมื่อพบบุคคลนั้นกำลังพยายามกระทำ ความผิด หรือพบโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า ผู้นั้นจะกระทำความผิดโดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด ๓. เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้นั้น ได้กระทำความผิดมาแล้ว แต่จะหลบหนี้ ๔. เมื่อมีผู้ขอให้จับ โดยแจ้งว่าบุคคลนั้นได้กระทำ ความผิด และแจ้งด้วยว่า ได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบแล้ว เหล่านี้เปึนข้อยกเว้นที่จะจับได้โดย ไม่มีหมายจับ โดยพนักงานฝ์ายปกครองหรือตำรวจ เมื่อมีเหตุที่กฎหมายบัญญัติตามที่เขียนไว้ แล้ว ในเรื่องของการค้น ในเรื่องของการค้นนั้นก็เช่นเดียวกัน หลักก็คือ การค้นจะต้องมี หมายค้น ในกรณีของการค้นในที่รโหฐานนั้นจะทำไม่ได้โดยไม่มีหมายค้น ที่รโหฐาน ก็คือ เช่น ตัวอย่าง บ้านเรา เปึ้นต้นนะครับ เว้น แต่ก็มีข้อยกเว้นในมาตรา ๓๒ ว่า เว้นแต่ให้พนักงานฝ์าย ปกครองหรือตำรวจเปึนผู้ค้น ซึ่งหมายความว่า พนักงานฝ์ายปกครองหรือตำรวจถ้าเปึนผู้ค้น แล้วไม่ต้องมีหมายค้น แต่ไม่ใช่ทุกกรณีนะครับ ในกรณีต่อไปนี้ คือ ต้องมีเหตุที่กฎหมายบัญญัติ กรณีอะไรครับ ๑. เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐานนั้น ได้ยินเสียงร้องจากข้างใน นั้น ๒. เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้า ซึ่งกำลังกระทำลงในที่รโหฐาน ๓. เมื่อบุคคลที่ได้กระทำ ความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับ หนีเข้าไป หรือมีเหตุอันแน่นแฟันควรสงสัยว่า ได้เข้าไปซุกซ่อน ตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น ๔. เมื่อมีความสงสัยตามสํารวจแล้วว่าสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำ ความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่า เนื่องจากการล่าช้ากว่าจะเอา หมายค้นมาได้ สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายเสียก่อน ๕. เมื่อที่รโหฐานนั้น ผู้จะต้องถูกจับเปึน เจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับ หรือจับตามมาตรา ๗๘ นั่นเปึ้นเรื่องที่รโหฐานนะครับ แต่ถ้า จะค้นในที่สาธารณะ ในถนนหนทางนั้น กฎหมาย มาตรา ๙๓ ของประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญานั้น บัญญัติว่า ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่รโหฐาน แต่มีข้อยกเว้นว่า เว้นแต่พนักงานฝ์ายปกครองหรือตำรวจเปึนผู้ค้น เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของ ในความครอบครอง เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือ ซึ่งมีไว้เปึนความผิด ท่านจะเห็นได้ว่า ตํารวจนั้นจะสามารถค้นหรือจับบุคคลได้โดยไม่มี หมายค้น ในกรณีที่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่หลักที่จะวางไว้ก็คือ การจับก็ดี การค้นก็ดี หรือการคุมขังก็ดี เบื้องต้นต้องมีหมายหรือคำสั่งของศาล แต่มีข้อยกเว้นที่จะทำได้โดยไม่มี หมายของศาล ก็เมื่อมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ