เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง พูดเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่ประชุมใหญ่ โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และการเปลี่ยนแปลงหลักการ โดยเจิมศักดิ์ ป่ืนทองได้แสดงความไม่พอใจและขอความช่วยเหลือจากประธานในการอธิบายเหตุการณ์นี้
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ระหว่างที่เรายังรอความพร้อมกัน ผมขอใช้เวลาสัก ส่องสามนาที่ คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้นี่ ผมกลับไปที่บ้านได้รับโทรศัพท์มากมาย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ในตอนมาตราสุดท้าย คือ เนื่องจากว่า ผมนี่ เปึ้นหนังหน้าไฟพอสมควร เพราะว่าผมเปึนผู้ที่ออกไปรับฟังความเห็นของประชาชน แล้วผมก็ จะต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ในเฟส (Phase) ที่ ๓ ในการไปชี้แจงรณรงค์ให้ประชาชนได้เข้าใจ รัฐธรรมนูญ แล้วจะได้ลงประชามติ ท่านประธานคงจะต้องเห็นใจผมพอสมควรนะครับว่า ผมต้องอธิบายเขา แต่ว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้นี่ผมได้รับคำถาม และผมยังอธิบายไม่ได้ ผมจะขอปรึกษาท่านประธานว่า ท่านประธานหรือกรรมาธิการจะให้ผมอธิบายเขาอย่างไร คือ เมื่อวานนี้มีประชาชนโทรศัพท์มาหาผมเมื่อคืนนี้ แล้วก็เมื่อเช้าก็มี ถามว่า เห็นกรรมาธิการ โดยท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ นี่ ก็ได้พูดตอนก่อนที่จะพักว่า กรรมาธิการก็มีเจตนาตรงกัน และในหลักการนี่ก็จะไปช่วยกันหาคํา เพราะว่า คําในรัฐธรรมนูญนี่มันก็ต้องสื่อความหมาย แล้วก็ขอพัก เพื่อที่จะไปคุยกันในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ แล้วเขาก็ถามว่า เมื่อเจตนาตรงกัน แล้วนี่ การหาคำนี่มันหายาก จนกระทั่งต้องเปลี่ยนเปึนหลักการนี่ ต้องมีการโหวต (Vote) กัน อย่างนั้นหรือ ผมไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรครับตรงนี้ เขาติดตามดูอยู่ตลอด เขาลุ้นอยู่ตลอด และเขาถามผมตรงนี้ล่ะครับ เขาบอกว่า เมื่อกรรมาธิการ โดยตัวแทนกรรมาธิการ คือ ท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ พูดนี่ ทุกคนก็บอก โอ.เค. (O.K. – Okay) เหลือแต่เพียงแค่ หาถ้อยคำ แล้วพอหาถ้อยคำแล้วนี่ เขาถามว่า มันทำไมกลับไปสู่ร่างเดิมของกรรมาธิการได้ โดยที่ไม่มีคำพวกนี้เลยนี่ เขาถามผม ผมอธิบายเขาไม่ได้ครับท่านประธาน ผมพยายาม จะอธิบายเขาว่า เราไปตกลงถ้อยคำนี่ มีปัญหาว่า ถ้อยคำนี่เขาก็ไม่เห็นด้วย ส่วนที่เขาบอกว่า จะตัดคําว่า เพศ ออก ใส่แต่ ความแตกต่างทางเพศ ผมก็เห็นว่ามันไม่สื่อ เพราะว่าวรรคสองนี่ ผมก็ตัดออกแล้วว่า ชาย หญิง และความแตกต่างทางเพศ มีสถานะเสมอภาคกัน ก็ตัดออก เพราะฉะนั้นผมเองนี่อธิบายตรงนี้ ก็บอกเขาว่า ผมก็เลยไม่เห็นด้วย ก็เลยคิดว่า ในที่ประชุมใหญ่จะหาทางออก โดยการหาถ้อยคำร่วมกัน แต่แล้วก็มีผู้ยกมือขึ้นมา บอก ขอให้โหวตก็เปลี่ยนจากหลักการที่เราพูดกัน ผมก็เลยตกใจ ผมก็ไม่รู้จะอธิบาย เขาอย่างไรว่า ทําไมสมาชิกเราจึงขอโหวตขึ้นมา แน่นอน เปึนเอกสิทธิ์แน่ แต่ว่าที่เราตกลงกันนี่ มันก็ลงตัวแล้ว กำลังหาถ้อยคำกันไป หาถ้อยคำกันมา ท่านคณบดีนิติศาสตร์ จุฬา ก็กรุณาหา คําบาลีมาผสม แล้วตอนนั้น คนทางบ้านนี่นะครับ เขาก็โทรศัพท์ถึงผม บอกใช้คํานี้ได้ไหม ว่า เพศผสมผสาน ก็คือ เพศผสาน ผมก็บอก เอ๊ย ผมยังไม่กล้าเสนอน่ะ เดี๋ยวฟังเขาก่อน พอ ระหว่างนั้น ก็เลยมีการป่ดอภิปราย ป่ดหลักการ เปลี่ยนหลักการ ลงมติกันไปเรียบร้อยเลย แต่ ท่านประธานต้องเห็นใจพวกผมนะครับ พวกผมนี่จะต้องไปรับหน้าเสื่อแทนท่าน วันอาทิตย์นี้ผม ก็ต้องไปพิษณุโลก สัปดาห์ถัดไป ผมกับท่านประธานน่ะรับหน้าเสื่อด้วยกัน ๒๔ มิถุนา ถัดไปผม ต้องไปจังหวัดตาก แล้วก็ไปจังหวัดเลย ที่ท่านประธานประสงค์กับผมจะต้องไปรับหน้าเสื่อ ร่วมกัน ก็ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ล่ะครับ แล้วในเฟสที่ ๓ ในช่วงที่ ๓ นี่ ท่านอาจารย์สมชัยกับผม จะต้องเดินสาย แล้วจะต้องถูกถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ว่า แล้วที่เขาบอกมานี่ ทำไมไม่พิจารณาบ้าง เพราะเขาฟังเราอยู่ตลอด แล้วถ้าเขาถามผมว่า คนบางคนเอาความรู้สึกส่วนตัวมาอย่างเดียว เลย ไม่ค่อยฟังเขาเลยนี่ จะให้ผมอธิบายเขาอย่างไรท่านประธาน ผมอยู่ในฐานะลําบากนะครับ ที่ผมพูดนี้ ท่านก็รู้ว่า ผมทำงานมาโดยตลอด เสร็จแล้ว ถ้าบอกใช้ความรู้สึก แล้วท่านเลขาของ กรรมาธิการก็บอกว่า เราไม่เอาแพ้ เอาชนะกัน มีแต่อาจารย์เจิมศักดิ์ แต่แล้วเมื่อวานนี้เขาถาม ว่าอย่างนี้นี่ แล้วจะอธิบายอย่างไรว่าเราเอาแพ้ เอาชนะกันหรือเปล่า พอในที่สุด ก็มีการขอ โหวต ก็เปึนเอกสิทธิ์ล่ะครับ แต่คุณการุณขอว่า ขอให้ท่านเกียรติชัยได้แสดงความเห็นสักนิด หนึ่งได้ไหม มีคำที่จะหาทางออกได้ ท่านเปึ้นนักกวี อาจารย์เกียรติชัยเตรียมเขียนไว้เยอะแยะ เลย ตอนหลังวิ่งมาให้ผมดูบอก อะไรวะ นี่มาให้ดูอย่างนี้นี่ไม่มีโอกาส ป่ด โหวต ผมอธิบายเขา อย่างไร ช่วยอธิบายแทนผมตรงนี้เลยได้ไหมครับ ผมจะได้ไม่ต้องไปอธิบาย หรือจะได้จำคําของ ท่านเอาไปอธิบาย ท่านประธานช่วยหน่อยเถอะครับ ขอบพระคุณครับ