สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๖ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๐

สวิง ตันอุด หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบภาษีให้เหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงระบบการศึกษาให้ครอบคลุมและไม่แบ่งแยก นอกจากนี้ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจเสรี และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายสวิง ตันอุด

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ ผมมีอยู่สองสามประเด็นนะครับ ที่คิดว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่างฯ อาจจะยังไม่ค่อย ชัดเจน หรือว่าค่อนข้างจะเหนียม ๆ ไปสักหน่อยในแง่ของการที่จะทำเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่า สิ่งที่เราไปรับฟังประชาชนมา แล้วก็ไปสร้างคำมั่นสัญญากับประชาชนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับกินได้ หรือประชาธิปไตยที่กินได้ แต่ว่า หลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจของประชาชน หรือเศรษฐกิจรากฐานของ ประชาชนนี่นะครับ ผมคิดว่าเรายังไม่หนักแน่นพอนะครับ มีอยู่สองสามเรื่องนะครับ ซึ่งผมคิดว่าที่จะตั้งเปึนข้อสังเกต เพื่อที่จะได้ซักถาม รวมทั้งที่จะนำไปสู่การแปรญัตติ ต่อไปนะครับ

ประเด็นแรก ผมคิดว่าสิ่งที่เราก้าวหน้าไปกว่าป้ ๒๕๔๐ ซึ่งผมคิดว่า ก็ค่อนข้างใช้ได้นะครับ ก็คือเรื่องของการเขียนคําว่า ปฏิรูปที่ดิน ลงไปนะครับ แทนคําว่า การจัดรูปที่ดิน ในป้ ๒๕๔๐ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะว่าปัจจัย การผลิตของประชาชนตอนนี้นะครับ ก็คือว่าทำอย่างไรเราถึงจะทำให้ตรงนี้หนักแน่นขึ้น กว่าเดิม เขียนเพิ่มลงไปอีกได้ไหมในเรื่องเกี่ยวกับการกระจายการถือครอง เรื่องเกี่ยวกับ การทําประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทําให้เรื่องนี้เปึ้นที่รับประกันได้ว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นำไปสู่การกินได้ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้เขียนไว้นิดเดียวครับ ถ้าหากว่าจะทำให้เรื่องนี้ นี่นะครับ เพราะว่าเรารู้อยู่ว่าโครงสร้างรากฐานในแง่ของปัจจัยการผลิตตอนนี้นะครับ คนส่วนน้อยถือครองที่ดินส่วนใหญ่ และคนส่วนใหญ่ตอนนี้กำลังไร้ที่ดิน แล้วก็กำลังที่จะ รุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติหรือในเรื่องเกี่ยวกับป์ามากยิ่งขึ้น ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ถ้าเราทำให้ ชัดเจนและหนักแน่นมากกว่านี้ ผมคิดว่าเราจะตอบกับประชาชนได้นะครับ เพราะว่าเขียน ไว้ในมาตรา ๘๔ (๒) เพียงแค่นิดเดียวนะครับ อันนี้คืออันแรกนะครับ

อันที่ ๒ ผมคิดว่าที่เราไปรับฟังมานะครับ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับระบบภาษี ผมคิดว่า ในมาตรา ๘๓ (๓) เขียนไว้เพียงแค่ว่า การจัดเก็บภาษีที่เปึนธรรม เท่านั้นเอง ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ถ้าเปึ้นอย่างนั้นนะครับก็ไม่ได้แตกต่างไปกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ สักเท่าไรนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราจะกล้าหาญมากกว่านี้ ในแง่ของการที่จะคิด เรื่องเขียนลงไปเรื่องอัตราภาษีก้าวหน้า หรือเรื่องเกี่ยวกับภาษีมรดกอะไรทั้งหลายเหล่านี้ เปึนต้น ก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าเรื่องนี้นะครับจะโยงไปสู่เรื่องรัฐสวัสดิการอย่างอื่น รัฐสวัสดิการที่ประชาชนพอใจอยู่บ้าง ก็คือ เรื่องทางด้านสาธารณสุข แต่ว่าเรื่องที่เราได้รับ การสะท้อนมากที่สุดในเรื่องระบบสวัสดิการ ก็คือ เรื่องการศึกษา เรื่องการศึกษานี่นะครับ พอไปดูเรื่องระบบการศึกษานี่นะครับ เขียนไว้ไม่ต่างอะไรเลยกับป้ ๒๕๔๐ คืออาจจะเพิ่ม ขึ้นมาบ้างเรื่องเกี่ยวกับผู้ยากไร้ คนพิการ หรืออะไรต่าง ๆ เท่านั้นเอง จะมีอะไรที่จะทำให้ หนักแน่นมากกว่านี้ได้ไหม ว่า เรียนฟรี ๑๒ ป้ แล้วรัฐสามารถที่จะจัดระบบเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างทั่วหน้า แล้วก็ฟรีอย่างที่พูดถึง เพราะว่านั่นมันไปเกี่ยวข้องกับระบบภาษี ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่หนักแน่น จะตอบคำถามไม่ได้ว่า ประชาธิปไตยอันนี้กินได้หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เราอาจจะต้องถกกันอีกในสภานี้นะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๒ นะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าอันนี้ก็สําคัญนะครับ ถูกเขียนไว้เหมือนกัน แต่เขียนไว้เพียงแค่นิดเดียวนะครับ ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ได้รับการสะท้อนมากนะครับว่า การเปลี่ยนหรือการปรับทิศทางของการพัฒนา ประเทศที่จะนำไปสู่เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถูกเขียนไว้ นิดเดียวครับ ในมาตรา ๘๒ นะครับ ถ้าจะทําให้หนักแน่นมากกว่านี้จะได้ไหม ว่าด้วยเรื่อง เกี่ยวกับสถาบันที่จะมาทำเรื่องนี้ ว่าด้วยแผนแม่บทสำหรับเรื่องนี้ ว่าด้วยงบประมาณ สำหรับเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าพอไป มาตรา ๘๓ ว่าด้วยแนวทางด้านเศรษฐกิจ เขียนไว้ เยอะเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จริงแล้วนี่นะครับ ๘๒ กับ ๘๓ นี่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ที่จริงแล้วต้องตอบคำถามให้ได้ด้วยว่า แนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับ เศรษฐกิจเสรีนี่มันไปด้วยกันอย่างไร ซึ่งผมคิดว่า อันนี้คือข้อสังเกตที่อยากจะตั้งไว้ ซึ่งเรา อาจจะต้องถกกันต่อไป ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ