ดวงสุดา เตโชติรส ระบุผลการสำรวจความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรแก้ไขในหมวดสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย รวมถึงการแก้ไขมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญ โดยมีประเด็นที่ควรแก้ไข 19 ประเด็น รวมถึงการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และการเพิ่มบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กราบเรียน ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน ดวงสุดา เตโชติรส กรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ขอกราบเรียนสรุปผลการสำรวจ ความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญต่อประเด็นเดิมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ นะคะ การรายงานจะแบ่งกันรายงาน โดยในหมวดที่ ๑ ถึงหมวดที่ ๖ ดิฉันจะ เปึ้นผู้รายงาน และในหมวดที่ ๗ ถึงหมวดที่ ๑๒ ท่านกรรมาธิการท่านพรรณราย แสงวิเชียร์ จะเปึนผู้รายงานต่อจากดิฉันนะคะ ซึ่งรายละเอียดของการรายงานตรงนี้ ท่านสมาชิกสามารถดูได้ ในหน้า ๑๔ ถึงหน้า ๑๘ ของเอกสารเล่มเหลืองที่แจกให้ท่านนี้ แล้วก็เรามีซีดี (CD – Compact Disc) แจกไว้ ซึ่งอยู่บนโต๊ะของทุกท่านแล้วด้วย แล้วท่านสามารถที่จะตามจากดิฉันรายงานนี้ตามเพาเวอร์พอยต์ไปได้ด้วยนะคะ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐
หมวด ๑ บททั่วไป ศาสนาประจําชาติและศาสนาอื่น จากผลการสํารวจ ความคิดเห็น เห็นว่าให้คงไว้นะคะ
หมวด ๓ สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ๓.๑ การรับรองสิทธิเสรีภาพ การสื่อสาร จากผลการสำรวจความคิดเห็น เห็นว่าควรแก้ไข ซึ่งประเด็นที่ควรแก้ไขก็คือ ควรกําหนดเวลาออกกฎหมายรับรอง ๓.๒ การรับรองสิทธิเสรีภาพทางการเมือง จากผลการสำรวจสมควรแก้ไข ประเด็นที่ควรแก้ไขก็คือควรมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ๓.๓ การรับรองสิทธิเสรีภาพการตรวจสอบอํานาจรัฐ ควรแก้ไข ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น ๓.๔ การรับรองสิทธิเสรีภาพในทรัพย์สิน เห็นควรแก้ไขว่าควรให้มีการเวนคืนทรัพย์สินที่เปึ้นธรรม ๓.๕ การรับรองสิทธิเสรีภาพ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ควรแก้ไขว่า รัฐควรเน้นสวัสดิการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณะแทนการหยิบยื่นช่วยเหลือ ๓.๖ การรับรองสิทธิเสรีภาพ ภูมิปัญญา และจารีตประเพณี ควรแก้ไขว่า ควรมีกฎหมายรับรองตามรัฐธรรมนูญ ๓.๗ โทษประหาร ชีวิต จากผลการสำรวจ ให้คงไว้
หมวด ๔ หน้าที่ของชนชาวไทย การไม่ไปเลือกตั้งทำให้เสียสิทธิ ตามมาตรา ๖๘ เห็นควรแก้ไข โดยมี ๒ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ประเด็นที่ ๑ ควรกําหนดให้เปึนหน้าที่ ประเด็นที่ ๒ การเสียสิทธิ จะเปึนการเสียสิทธิ หากไม่ไปเลือกตั้ง
หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ๕.๑ ความเปึ้นอิสระในการบริหาร งบประมาณขององค์กรผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ เห็นควรแก้ไข คือควรกำหนดงบประมาณ ในจำนวนที่ชัดเจน ตามสัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำป้ให้แก่องค์กรผู้ใช้อำนาจ นิติบัญญัติ รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ๕.๒ รัฐต้องสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรี กำกับดูแลให้แข่งขันอย่างเปึ้นธรรม เห็นควร แก้ไขในประเด็นที่ว่า รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ๕.๓ การกำหนดสภาพบังคับของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามมาตรา ๘๘ เห็นควร แก้ไขในประเด็นที่ว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๒๑๑ และรายงานแสดง ผลการดำเนินงานของรัฐบาลป้ละครั้งเหมาะสมแล้วนะคะ ๕.๔ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ตามมาตรา ๘๙ สมควรแก้ไข จากผลการสำรวจว่า ควรแก้ไขนะคะ ประเด็นที่ควรแก้ไขจะมีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ควรมีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ในมาตรา ๘๙ ประเด็นที่ ๒ คือสภาที่ปรึกษาควรมีบทบาทเพิ่มเรื่องการพัฒนาการเมืองด้วย ในมาตรา ๗๗ และประเด็นที่ ๓ คือสภาที่ปรึกษาควรเสนอร่างกฎหมายได้นะคะ ๕.๕ การกำหนด คุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมือง จากผลการสำรวจให้แก้ไขว่า ประเด็นที่ควรแก้ไข คือ ควรมีการกําหนดมาตรฐานและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ๕.๖ บทบาทชุมชนในการคุ้มครองจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๗๙ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรเพิ่ม บทบาทการมีส่วนร่วมของชุมชนในการคุ้มครองและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ชัดเจนค่ะ
หมวด ๖ รัฐสภา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ๖.๑ ผลการสำรวจให้คงไว้ ในเรื่องรัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในมาตรา ๙๐ ส่วนที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎร ๖.๒ สส. บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ในมาตรา ๙๙ จากผล การสำรวจว่าควรแก้ไข คือควรยกเลิกนะคะ ๖.๓ สส. ต้องมีคุณสมบัติจบปริญญาตรี ในมาตรา ๑๐๗ ควรคงไว้นะคะ ๖.๔ สส. ต้องสังกัดพรรคการเมืองอย่างน้อย ๙๐ วัน ในมาตรา ๗๗ มีประเด็นที่ควรแก้ไขเพิ่มเติมคือมีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ คือ ควรยกเลิก ประเด็นที่ ๒ คือ ลดระยะเวลาสังกัดพรรคการเมืองเปึน ๓๐ วัน ๖.๕ จำนวน สส. เขตละ ๔๐๐ คน ในมาตรา ๙๘ จากผลการสำรวจให้แก้ไขว่า ควรลดจำนวน สส. เขตให้เหลือ ๓๐๐ คน ๖.๖ จำนวน สส. แต่ละเขตเลือกตั้งใน มาตรา ๑๐๘ เห็นควรแก้ไขว่า ควรเพิ่มเปึนเขตละ ๓ คน ๖.๗ ตำแหน่ง สส. ที่มาจาก การเลือกตั้งว่างลง ให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่แทน ผลการสำรวจว่ามีประเด็นที่ควรแก้ไข คือ ควรให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนถัดไปเปึ้น สส. แทนผู้ได้ใบเหลือง ใบแดง โดยไม่ต้องเลือกตั้งซ่อมค่ะ ส่วนที่ ๓ วุฒิสภา ๖.๘ จํานวน สว. ๒๐๐ คน ในมาตรา ๑๒๑ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรลดลงเหลือ ๑๐๐ คน ๖.๙ เขตเลือกตั้ง สว. ใช้เขตจังหวัด ในมาตรา ๑๒๒ จากผลการสำรวจนี้ให้คงไว้นะคะ ๖.๑๐ วิธีการได้มา ซึ่ง สว. ในมาตรา ๑๒๙ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือควรมาจากการสรรหาจากตัวแทนของ ทุกภาคส่วนในสังคมแทนการเลือกตั้งโดยตรง ๖.๑๑ วาระการเปึน สว. ๖ ป้ ในมาตรา ๑๓๐ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรลดวาระการดํารงตําแหน่งเปึน ๔ ป้ ๖.๑๒ บทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา มีประเด็นที่ควรแก้ไขอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันคือ ประเด็นที่ ๑ ควรเพิ่มอํานาจถอดถอนนักการเมือง ประเด็นที่ ๒ ควรลดอํานาจ แต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระ คงทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายอย่างเดียวค่ะ ส่วนที่ ๔ กรรมการการเลือกตั้ง ๖.๑๓ กกต. มีอำนาจชี้ขาดการเลือกตั้ง ในมาตรา ๑๔๕ ผลการสํารวจคือ ควรแก้ไขว่าควรให้อำนาจศาลชี้ขาดการเลือกตั้งนะคะ ส่วนที่ ๕ บทที่ใช้แก่สภาทั้งสองนะคะ ๖.๑๔ ระยะเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในมาตรา ๑๗๕ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน ๖.๑๕ รัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ นายกรัฐมนตรี ต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา ๖.๑๖ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๘๕ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรลดจำนวน สส. ที่ขอเป่ดอภิปรายจาก สองในห้า เปึน หนึ่งในห้าค่ะ ๖.๑๗ อำนาจของคณะกรรมาธิการในการเรียกเอกสารหรือ เชิญบุคคลมาชี้แจง ในมาตรา ๑๘๙ ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรเพิ่มขึ้นโดยมีอำนาจ เรียกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการที่รับผิดชอบมาชี้แจงได้ ส่วนที่ ๗ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภา ๖.๑๘ ผู้ตรวจการไม่มีบทบาท ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรเพิ่มบทบาท ทางการปฏิบัติให้มากขึ้น ส่วนที่ ๘ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๖.๑๙ คณะกรรมการสิทธิไม่มีบทบาทและกิจกรรม ประเด็นที่ควรแก้ไขคือ ควรเพิ่ม บทบาททางปฏิบัติมากขึ้นค่ะ