วีระกร คำประกอบ หารือแผนปฏิรูปพลังงาน โดยเสนอให้ใช้ก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงแยกก๊าซมาผลิตปุ๋ยยูเรียเพื่อช่วยเกษตรกรและลดการพึ่งพานำเข้า แทนการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อ ๗ นาทีที่จะให้วิเคราะห์วิจารณ์ในส่วน ของแผนปฏิรูปของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งหมด ๑๓ เรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตพูดในเรื่องที่ ๑๐ คือเรื่องของพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าพูดถึงเรื่องพลังงานในประเทศไทย ผมว่าในสิ่งที่ท่านได้กล่าวไว้ เป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรปิโตรเลียมในการพัฒนา เศรษฐกิจยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยและสร้างรายได้ ให้กับประชาชนปัจจุบันนี้การพัฒนาปิโตรเลียมในระยะที่ ๔ ตามที่ท่านได้รายงานมา ในหนังสือฉบับนี้ การจัดทำการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอล (Petrochemical) ระยะที่ ๔ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ผมกราบเรียนตรงนี้ ก็เพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ซึ่งนั่งรับฟังอยู่ในวันนี้ในฐานะตัวแทนของ คณะรัฐมนตรีได้รับทราบว่าทั้งหมดทั้งเล่มนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการพลังงาน ผมก็ชื่นชม เพียงแต่ว่าอยากจะเสริมท่านสักนิดหนึ่งว่าลักษณะของการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย พลังงานเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นพลังงานในระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือพลังงาน แสงอาทิตย์มันก้าวไปไกลเยอะครับ ทำไมเราไม่เน้นในเรื่องของส่วนนี้ซึ่งเป็นพลังงาน สะอาดด้วยครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือปัจจุบันนี้เราใช้ก๊าซธรรมชาติในการเผา ทำกระแสไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่นะครับ ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เราใช้พลังงานจากการ เผามีเทนซึ่งได้จากโรงกลั่นของบริษัท ปตท. ที่เราทำโรงกลั่นออกมาแล้วเราก็ส่งมีเทนที่ได้ มีเทนก็คือซีเอช ๔ (CH4) ส่งไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเผาเกือบทั้งหมดเลยครับ ในปัจจุบันนี้ อยากจะเรียนท่านว่าเราสามารถที่จะเอาอย่างอื่นมาทดแทนพลังงานไฟฟ้าได้อย่างที่ผม กราบเรียนแล้วว่าในเรื่องของโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือในเรื่องของการใช้ถ่านหินที่มี ค่าฮีตทิงแวลู (Heating Value) ที่สูง ๆ แล้วก็ให้เถ้าน้อยให้มลภาวะที่ต่ำมากสามารถที่จะมา ทดแทนได้ สาเหตุที่ผมพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าผมอยากจะเห็นการใช้โรงงานปิโตรเคมิคอล (Petrochemical) ในโรงแยกก๊าซให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรด้วยครับ ดังที่ท่านได้ตั้ง จุดหมายไว้ว่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน จะเพิ่มได้อย่างไรล่ะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเราลืมเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมาโดยตลอดครับ ประเทศไทย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร และพื้นที่กว่า ๖๐๐ ล้านไร่เป็นพื้นที่การเกษตร ผมถามว่าเรามีโรงปุ๋ยหรือเปล่า ประเทศไทยขาดแคลนโรงปุ๋ย ทั้งโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ซึ่งเราสามารถเอามีเทนที่จะไปเผาทำกระแสไฟฟ้าแบ่งมาส่วนหนึ่งสิครับ เอามีเทนมาทำปุ๋ย ยูเรีย (Urea) ให้กับประชาชน ปุ๋ยยูเรีย (Urea) เป็นสารประกอบอันเกิดจากแอมโมเนีย บวกกับคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์มันเหลือเฟือที่ออกมาจากโรงกลั่นตอนนี้ ก็ทิ้งหมด ออกมาก็ทิ้งหมด โดยน้ำหนักมีส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ปุ๋ยยูเรีย (Urea) ที่เป็นเกล็ดขาว ๆ มันเป็นสารประกอบของแอมโมเนีย แอมโมเนียได้จากอะไร ก็ได้จากเอามีเทนมาครับ เพราะมีเทนก็คือซีเอช ๔ (CH4) เราก็ดึงมา เอาซีเอช ๔ (CH4) มาทำแอมโมเนีย แล้วเอาแอมโมเนียมาผสมกันกับคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เผาทิ้งไปทุกวันนี่ ปล่อยทิ้งไปทุกวันเอามาผสมออกมาเป็นปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ประเทศไทย เราขาดปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีพลังงานก็ดีที่ไปเจรจา ขอซื้อปุ๋ยยูเรีย (Urea) มาจากทางซาอุดีอาระเบียได้ถือเป็นเรื่องที่เป็นโชคดีของประเทศไทย ความขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย (Urea) เป็นเอามาก ไม่ใช่ว่าราคาแพงขึ้นไปจน ๓ เท่าของปีที่แล้ว ปีที่แล้ว ๖๕๐ บาท ปีนี้ล่อเข้าไป ๑,๘๐๐ ๑,๙๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมา ๓ เท่า ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะมองดูว่าปัจจัยการผลิตที่สำคัญนอกเหนือจากที่ดิน นอกเหนือจากการ ชลประทานน้ำแล้วก็คือโรงงานปุ๋ย ผมเรียกร้องทุกเวทีล่ะครับที่จะให้รัฐบาลนี้สนใจที่จะทำ โรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ขอร้องเถอะการที่จะทำพลังงานให้เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเผามีเทน เอามีเทนส่วนหนึ่งดึงเอามาทำโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ต้องเกิดได้แล้วครับ มาบตาพุดก็ดี หรือจะเป็นอีอีซี (EEC) แห่งใหม่ก็ดี ซึ่งเรามีโรงแยกแก๊สขนาดใหญ่ โรงแยกแก๊สเรามี คาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเต็มที่อยู่แล้วไม่ต้องซื้อ ที่ต้องทำก็คืออย่างเดียวแทนที่จะเอา มีเทนส่งไปให้โรงเผาทำไฟฟ้าเอามีเทนส่วนหนึ่งครับ ขอแค่ส่วนเดียวเอามาเข้าโรงงานปุ๋ย ยูเรีย (Urea) อันนี้มันถึงจะตรงกับเป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ในกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๔ กิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่ ๔ ก็คือการพัฒนาปิโตรเลียมในระยะที่ ๔ ท่านเขียนไว้ชัดเจนครับในเรื่อง เป้าหมาย สร้างรายได้ให้กับประชาชน วันนี้ที่ท่านสร้างมันคือรายได้ของโรงแยกแก๊ส โรงงาน เคมีของคนร่ำคนรวย ของนายทุนทั้งหลาย ของบริษัทใหญ่ ๆ ท่านลืมนึกถึงเกษตรกร ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเจ้าของประเทศ ไม่มีโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) พูดถึงโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ก็ยังมีปุ๋ยอีกชนิดหนึ่งที่เรามีทรัพยากรมหาศาลก็คือปุ๋ยโพแทช (Potash) ซึ่งปุ๋ยยูเรีย (Urea) เราใช้ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมันของท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนชาวนาที่ปลูกข้าวในบ้านผม หรือบ้านท่านรัฐมนตรีอนุชา หรือบ้านของท่านอนุชาจากพิษณุโลก หรือว่าท่าน ส.ส. บุญยิ่งของราชบุรี ล้วนแล้วแต่เป็น ชาวนาทำการเกษตรทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นปุ๋ยโพแทช (Potash) เรามีตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน อยู่ที่ชัยภูมิ อยู่ที่อุดรธานี อยู่ที่โคราช ทำไมไม่คิดทำโรงงานปุ๋ยครับ เขามีคนได้ สัมปทานเหมืองปุ๋ยโพแทช (Potash) เรียบร้อยแล้ว เขาพร้อมที่จะส่งให้กับโรงงาน แต่ประเทศไทยที่ได้เซ็นสัญญาไว้เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วว่าจะมีโรงงานปุ๋ยอาเซียน (ASEAN) เพราะ เรามีโพแทช (Potash) มากที่สุดในภูมิภาคนี้คือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เราใช้โพแทช (Potash) ปีหนึ่งประมาณ ๑ ล้านตัน เราใช้ ๔๐๐ ล้าน เราใช้ ๔๐๐,๐๐๐ ปีถึงจะหมด ๔๐๐,๐๐๐ ปี แต่เราทำไมต้องไปซื้อปุ๋ยเขามาใช้ล่ะครับ ทุกวันนี้ต้องนำเข้าโพแทช (Potash) ปีหนึ่งครับ ถ้าปีนี้ผมเข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะโพแทช (Potash) อย่างเดียว เพราะฉะนั้นทำไมเราไม่คิดทำโรงงานปุ๋ยโพแทช (Potash) ล่ะครับ ก็ขอเรียนว่าแผนปฏิรูป ทั้งหมดปฏิรูปให้ใคร ถ้าท่านจะปฏิรูปให้กับประชาชน ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ซึ่ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ท่านต้องคิดแล้วว่าแผนปฏิรูป ๑๐ เรื่องนี้ไม่มีเรื่องของเกษตรกร แม้แต่นิดเดียวไปอยู่รวมกับเศรษฐกิจแต่ไม่มีการกล่าวถึงเกษตรกรเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ ฝากท่านอนุชา นาคาศัย ที่เป็นตัวแทนของ ครม. วันนี้ ซึ่งก็เป็นผู้ที่มีความรักชาวนา และเกษตรกรอย่างยิ่ง ช่วยเข้า ครม. เอาเรื่องที่ผมพูดวันนี้การปฏิรูปเพื่อพี่น้องเกษตรกร ตั้งโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทช (Potash) ให้กับเกษตรกรไทยโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ