สมชาย ชี้รายงานยุทธศาสตร์ล้าสมัย ห่วงงบฯไร้เป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

สมชาย ฝั่งชลจิตร วิพากษ์การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติที่ขาดการเปลี่ยนแปลงพาราไดม์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงความล้มเหลวในการสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตยและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนชายฝั่ง

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตามที่สภากำหนด ๗ นาทีในการที่จะพูดถึง รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ความจริงถ้าพบเห็นเอกสารที่รายงานมา ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมรู้สึก สูญเสีย สูญเสียในที่นี้ก็หมายความว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ก็คือ ทำให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และกำหนดแนวทางปฏิรูปประเทศไว้ในยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ทำให้ต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญ และ ๓ เดือนจะต้องรายงาน ครั้งหนึ่ง เอกสารที่ปรากฏอยู่ตรงนี้มันคือคำตอบว่ามีความสูญเสีย สูญเสียในแรงงานของ เจ้าหน้าที่ ของสภาพัฒน์ สูญเสียงบประมาณในการจัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ผมมองคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกับมองกำแพงเมืองเก่า เพราะวันนี้ในรายงาน ทั้งหมดมันไม่ได้เปลี่ยนพาราไดม์ (Paradigm) ของการเปลี่ยนแปลงของโลกในทางเศรษฐกิจ ซึ่งสภาพัฒน์เป็นผู้ที่มีส่วนรู้ เพราะสร้างมา ๖๐ กว่าปีมาแล้วครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ กว่า ๆ เดิมประเทศเราวางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เริ่มต้นไว้ที่ผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า แล้วมัน พัฒนามาสู่การผลิตเพื่อการส่งออก กรอบวิธีคิดในการวางแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ มันยังติดกรอบเดิมอยู่ ทั้ง ๆ ที่โลกของเศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ทุกอย่างที่รายงานพูด เหมือนกับแผนพัฒนา เหมือนกับโครงสร้างของงบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่กำลัง พิจารณากันอยู่ นั่นก็คือพูดแต่เรื่องของความสามารถทางการแข่งขัน พูดถึงตัวเลขความ เติบโตทางจีดีพี (GDP) แต่ไม่เคยเห็นความเติบโตของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ถามว่า อะไรคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นภายใต้การใช้งบประมาณนี้ ผมนึกถึงหนังสือเล่มนี้กับงบประมาณที่ใช้ สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่เอารายงานของหน่วยงานเข้ามาสรุปในนามของ สภาพัฒน์ มันคือเงินถ้าเราดูจานข้าวของนักเรียนวันละ ๒๑ บาท มันเสียหายนะครับ เราใช้ งบประมาณโดยไม่มีกรอบความจำเป็นในคณะยุทธศาสตร์ชาตินี้เลย แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ มันเป็นปัญหาที่สร้างมาไว้เราก็ต้องยอมรับจนกว่าจะแก้ แต่สิ่งหนึ่งที่พูดถึงการเมือง เอาประเด็นแรกก่อน พรุ่งนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ มันคือ ๙๐ ปีของ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มิถุนายน อยากจะถามคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่าวันนี้ได้สร้างจิตสำนึกของ ความเป็นพลเมืองของระบอบประชาธิปไตยได้มากน้อยแค่ไหน ความเคารพในสิทธิความเป็น มนุษยชนภายใต้กรอบของการพัฒนาทางการเมืองไปได้เพียงใด หรือว่าเห็นแต่การพยายาม ยัดเยียดหลักสูตรและแนวทางการปฏิบัติให้กับโรงเรียนเพื่อที่จะใช้วัฒนธรรมครอบงำไว้ เหมือนเดิม โดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้ความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ปลดล็อก เราต้องปลดล็อกเหมือนกัน ทีนี้มาดูที่ผมอยากจะพูดวันนี้คือเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๖ ก็คือพูดถึง การพัฒนาในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรอบวิธีคิดที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ เน้นไปที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุดเมื่อ ๒ ๓ เดือนที่ผ่านมาเห็นการรั่วไหลทางทะเล ของน้ำมัน เห็นความเสียหายของพี่น้องประมงชายฝั่งไหม นี่คือสิ่งที่มันพูดถึงเรื่องการ เจริญเติบโตของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ไปกระทบต่อคนกลุ่มหนึ่งเพื่อหวังตัวเลขทางเศรษฐกิจ นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงภายใต้แนวคิดของการพัฒนาในยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังจะทำกันต่อ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดพลาด เรามาจัดอันดับความสัมพันธ์หรือความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ชายฝั่งทะเล วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านสภาพัฒน์หรือคณะกรรมการได้เห็นว่า ลองไปดูลุ่มน้ำปากพนังสิครับ แนวคิดในการสร้างคอนกรีตขวางลำแม่น้ำจนกระทั่งทำให้ แม่น้ำตื้นเขินไปทั้งตอนบนและตอนล่าง ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราพูดถึง เราอยู่ ในอันดับที่ต่ำกว่า ๑๔๔ ของโลก นี่คือการพยายามที่จะสร้างแนวคิดแบบอุตสาหกรรม ปล่อยมลพิษหรือวิธีไหนก็ตามในการที่จะคิดว่าแก้ปัญหาส่วนหนึ่ง นี่คือการแยกส่วน ในการคิด ไม่คิดอย่างเป็นระบบ สุดท้ายเรากำลังพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ตกต่ำ มากที่สุดเพราะแนวคิดในการกระทำทั้งหลายที่มีการแยกส่วนในเชิงการพัฒนามันไปทำลาย นิเวศน้ำกร่อย เมื่อสังคมทำลายนิเวศน้ำกร่อยและปล่อยให้รัฐหรือหน่วยงานของรัฐกำลังทำ แบบนี้อยู่ต่อไป นี่คือสิ่งที่มันจะเป็นผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและความ อุดมสมบูรณ์แห่งอาหารของมวลมนุษยชาติ สภาพัฒน์เห็นตรงนี้ไหมครับ และความสมบูรณ์ ของฝั่งทะเลมันคือวิถีชีวิตของคนยากคนจน และอาชีพของคนมั่งคั่งก็สามารถทำได้ในอาชีพ การอาศัยพื้นทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ ไม่ต้องลงทุนไปปลูกอะไร เพียงแต่ปล่อยให้ มันเจริญเติบโตของมัน เราก็สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ในระดับหนึ่ง ผมอยากจะฝาก ว่าท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อความมั่นคงทางความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นตัวชี้วัด อย่างหนึ่งที่ท่านตั้งไว้และยังอยู่ในอันดับต่ำมากสำหรับประเทศไทย ขอบคุณครับ