สฤษดิ์ ชี้ปฏิรูปการศึกษาต้องจริงจัง เน้นความเสมอภาคและพัฒนาครู

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นความจำเป็นในการปรับระบบให้เกิดความเสมอภาค พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และยกระดับครูอาชีวศึกษาอย่างแท้จริงร่วมกับภาคเอกชน

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมก็ต้องกราบขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพที่ให้โอกาสในการที่จะมานำเสนอ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ท่านมารายงานเรื่องการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นผมเป็นนักการศึกษา มาตลอดเวลาของหลายสิบปีมานี่ ๔๐ ปี ผมคงผ่านไปไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องพูดซ้ำกันกับ คนอื่นบ้าง ตามที่ท่านประธานบอกว่ามันจะซ้ำกันก็ผ่านบ้าง แต่ผมในฐานะปฏิบัตินะครับ การปฏิรูปประเทศเราปฏิรูปเพื่อพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง แต่การปฏิรูปที่ท่าน พูดกันมาโดยเฉพาะด้านการศึกษา โดยการศึกษาเป็นพื้นฐานของการสร้างคน คนสร้างชาติ แต่วันนี้ที่ให้ท่านรายงานมาทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสมอภาค เรื่องของการ พัฒนาการเรียนรู้สูตรฐานสมรรถนะหรือเรื่องของระบบการพัฒนาบุคลากรนี่หรือเรื่องของ ทวิภาคีมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันหมดครับ ผมจะขออภิปรายร่วมในเรื่องของสัก ๒ ๓ จุด ที่เป็น ที่อยากจะให้คณะที่มารายงานนำเสนอในวันนี้ได้นำไปปฏิรูปหรือนำไปพัฒนาใน องค์กร เพราะผมก็เกรงว่าช่วงนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติอยู่ในช่วงวิสามัญไม่ว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมการเรียนรู้ หรือร่างพระราชบัญญัติ กยศ. ทั้งหมดนี่เราพูดกันพยายามจะพูดตามตัวหนังสือ สุดท้ายเดือนจะมีความเสมอภาคนี่ที่พูดกัน ว่าไปเสมอภาคแม้จะตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคมา สุดท้ายก็ไม่ได้มีความเสมอภาค อย่างแท้จริงครับ ที่ท่านสุรวาทอภิปรายไปก็พูดเรื่องแม้แต่เงินค่าอาหารที่จะให้กับเด็กท่านก็ มองไปว่าให้มาน้อยนิดก็ยังแล้ว แต่ท่านก็ยังบอกอีกว่าโรงเรียนเอกชน โรงเรียนภาครัฐ โรงเรียนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นท่านก็พยายามแยกว่าไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน นี่ก็เป็น อีกจุดหนึ่งท่านทำไมไม่ให้ความเสมอภาคเสียล่ะครับในสิ่งที่ทำได้ แล้วท่านก็พยายามจะไป สร้างความเสมอภาคตั้งกองทุนมา แล้วก็จะมียากจน มียากจนพิเศษอะไรอีก ในส่วนเรานี่ ผมอยากให้ท่านนำปฏิรูป เพราะเขียนกฎหมายมากี่ครั้ง กี่ครั้ง กำหนดให้มีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ สุดท้ายก็ไม่ทำตามที่เขียนเป็นร่างพระราชบัญญัติไว้ ส่วนในเรื่องของการ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนฐานสมรรถนะอย่างนี้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศหลักสูตรสำคัญมากครับหลักสูตรสำคัญแล้ว แล้วผู้ที่จะ สอนล่ะครับ คุณครูท่านมีการปฏิรูปกลไกในการสร้างหรือผลิตครูหรือไม่ แล้วคุณครูเข้าใจ ไหมว่าฐานสมรรถนะมันคืออะไร คือการปฏิบัติครับ นำความรู้สู่การปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเฉพาะปัจจุบันนี้องค์ความรู้และการรู้โดยเฉพาะหลักสูตรด้านอาชีวศึกษา ๑๐๐ หน่วยกิต ของ ปวช. มันเป็นสายสามัญเสียตั้ง ๓๓ กว่าหน่วยกิต ๑ ใน ๓ ๑ ปี เราแยกกันสอน เป็นวิชา วิชา วิชา แยกการปฏิบัติออกจากกันแล้วมันจะประสบความสำเร็จอย่างไร ท่านต้อง ปฏิรูป ต้องปฏิรูปให้คุณครูนี้เข้าใจก่อนว่าการอบรมหรือการสอนแบบฐานสมรรถนะมันคือ อะไร มิใช่ให้มีแต่หลักสูตรแล้วก็บอกให้ครูทำ มีอบรมมา ๒ วัน แล้วก็มีการติดตาม นิเทศ ไปติดตามก็การนิเทศไว้บนกระดาษ แล้วก็บอกว่าการนิเทศนี่นิเทศตามสภาพจริง ผมก็เห็น อย่างนี้มา ๒๐ ปีแล้ว ทุกครั้งการประเมินผลภายนอกก็จะพูดอยู่อย่างนี้ว่าจะประเมินตาม สภาพจริง ลดเอกสารมีหรือครับ ผมยังไม่เคยเห็นเลย นอกจากหยิบกระดาษมาแล้ว ผู้ประเมินเขาทำงานกันมา ๓ ๔ ๕ ปี เข้าไป ๓ วัน ๓ วันก็อยู่ในห้องแล้วก็ตรวจเอกสาร อย่างบ้าคลั่ง เราจะปฏิรูปอย่างไร ท่านคิดดูดี ๆ นะครับ ดังนั้นเหมือนกันการปฏิรูปประเทศในช่วง ๖ เดือนนี่รายงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือน ธันวาคมก็ตาม เพราะผมอยู่ในวงการศึกษาโดยเฉพาะอยู่ในภาคเอกชนมา ๔๐ กว่าปีแล้ว ผมถึงอยากให้มีการปฏิรูปเถอะครับ มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มิฉะนั้นประเทศชาติ จะพัฒนาอย่างไร แล้วโดยเฉพาะเรื่องของอาชีวศึกษาในทวิภาคีนี้ก็เช่นเดียวกัน เราเน้นที่จะ ปฏิบัติ ปฏิบัติที่จะนำความรู้ไปสู่การพัฒนาประเทศ มันมีทางเดียวล่ะในชั้นนี้ที่จะใช้ งบประมาณ ที่สุดคือดึงภาคเอกชน ท่านก็บอกว่าจะร่วมมือกับสถานประกอบการ นั่นล่ะเป็น วิธีการที่ดีที่สุดแล้วครับ แต่สุดท้ายท่านให้ความสำคัญกับภาคเอกชนเพียงใด ทุกคนที่จะ เข้ามาร่วมนั้นควรที่จะได้รับสิทธิ ได้รับเกียรติ หรือได้รับแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน มิใช่แต่ เป็นรูปของระบบการไปฝึกงานแบบดั้งเดิมอยู่ตลอดมา ดังนั้นตรงนี้ในส่วนของการปฏิรูป ที่ท่านนำมารายงานต่าง ๆ ในภาคแอกชัน (Action) ในนี้ท่านก็บอกอยู่แล้วว่าการปฏิรูป ในระบบทวิภาคีนี้มันล่าช้าไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดหรอกครับ แต่ขณะเดียวกันโดยเฉพาะ ครูอาชีวศึกษาส่วนใหญ่กลไกการผลิตครูทางด้านอาชีวศึกษายังล้าหลัง ยังไม่มีกลไกที่ถูก คุณครูยังถูกระบบการเรียนการสอนมาแบบทฤษฎีที่ไม่ได้เน้นภาคลงมือแอกชัน (Action) อย่างจริง ๆ จัง ๆ ผมถึงอยากจะกราบเรียนว่าในทศวรรษที่ ๒๑ นี้ ความรู้ องค์ความรู้นี้ มันสั้น มันเกิดความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา เราจะต้องทำอย่างไรให้ผู้เรียนเข้าใจที่จะรู้ว่าการปฏิบัติ แล้วแรงงานที่จะเสริมสร้างเข้าสู่ตลาดแรงงานนั้นควรให้ความเสมอภาค เพราะอย่างไรก็ตาม นักศึกษาอาชีวศึกษาก็มีปมด้อยอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มที่จะเข้าสู่อาชีวศึกษา ส่วนการแนะแนว เราก็จะมองแทบจะพูดกันว่าเด็กดีที่เรียน ม.ปลาย เด็กใช้ไม่ได้ก็ไปอาชีวะ มันเป็นตราบาป ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วทั้ง ๆ ที่ทางการปฏิรูปศึกษาก็พยายามจะส่งเสริมให้เด็กเรียนอาชีวะ แต่ทางด้านคุณครูล่ะครับสร้างความเข้าใจกันหรือยัง ก็จะบอกว่าการแนะแนวนี่เราจะ แนะแนวไปอย่างไร ในเมื่อผู้แนะแนว คุณครูที่แนะแนวต่าง ๆ ก็พยายามจะผลักดันเด็กให้ เรียนสายสามัญโดยตลอด ผมถึงกราบเรียนคณะผู้ปฏิรูปการศึกษาในส่วนของการปฏิรูป ประเทศ การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญมากโดยเฉพาะท่านเห็นว่าอาชีวศึกษาเป็นหัวใจของการ สร้างชาติและท่านให้ความสำคัญขนาดไหน ท่านให้ความสำคัญกับครูขนาดไหน ถ้าท่าน ปฏิรูปตั้งแต่เริ่มต้นคือความเสมอภาคความเท่าเทียมกันนี่ล่ะนั่นคือหัวใจของการพัฒนา และทวิภาคีคือหัวใจของการสร้างคน ถ้าท่านให้ความสำคัญตรงนี้ปฏิรูปจริงจังแล้ว ผมเชื่อว่า การขับเคลื่อนประเทศจะเกิดขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ