อภิชาติ ศิริสุนทร วิพากษ์รายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศที่ขาดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในด้านการเมือง พร้อมเสนอให้มีการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริงและผลักดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังวิพากษ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เน้นทวงคืนพื้นที่จากประชาชน แทนที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วม จึงเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายและแนวคิดเดิมๆ เพื่อสร้างแนวทางการอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน ผมใคร่ขออภิปรายเพื่อเสนอแนะและเสนอความเห็นเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑๓ เดือน กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๔ ท่านประธานครับเท่าที่ผมได้เปิดอ่านรายงานฉบับนี้ส่วนใหญ่ ผมก็เห็นเป็นเรื่องของกิจกรรมที่เป็นเรื่องของเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องคำว่า ปฏิรูป ต้องทำความเข้าใจอย่างนี้ว่าคำว่า ปฏิรูป ก็คือการเปลี่ยนแปลงให้สิ่งเดิม ๆ มันพัฒนา ให้ดีขึ้นใช่ไหมครับ แต่ถ้าปฏิรูปแล้วถอยหลังเข้าคลองเขาไม่เรียกปฏิรูป เขาเรียกว่าปฏิปักษ์ ดังนั้นผมคิดว่าการปฏิรูปก็คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านที่ ๑ ด้าน การเมือง ถ้าเปิดดูแล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องหลักสูตรใช่ไหมครับ อบรมให้ประชาชนเข้าใจ เรื่องประชาธิปไตย แต่ปัญหาถ้าความเป็นประชาธิปไตยยังถูกโครงสร้างอำนาจที่มันรวมศูนย์ ไว้ไม่ให้พี่น้องประชาชนได้แสดงความคิดเห็น กฎหมายที่มันเป็นอุปสรรคต่อพื้นที่ในการใช้ อำนาจทางการเมืองของพี่น้องประชาชน ท้องถิ่นยังไม่มีอำนาจบริหารจัดการตัวเองท้องถิ่น ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้คนในท้องถิ่น ผมว่านั่นไม่ใช่ ความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยก็คือการมีส่วนร่วม การให้พื้นที่การใช้ อำนาจของพี่น้องประชาชนเข้าถึงให้ใกล้ชิดที่สุด ดังนั้นสำหรับด้านการเมืองผมเสนอว่า ทางคณะกรรมการก็ควรที่จะไปดูนะครับว่าต้องปฏิรูปโครงสร้าง ต้องพูดถึงเรื่องการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นให้เป็นจริงเป็นจัง ผู้ว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง เปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชน เข้าถึงอำนาจของตัวเองผ่านระบบการเลือกตั้งตัวแทนของตัวเองในระดับท้องถิ่น นั่นถึงจะ เรียกว่าปฏิรูป นั่นถึงจะเป็นเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นประชาธิปไตย วิถีอำนาจของพี่น้องประชาชน ดังนั้นผมเสนอท่านไปดูนะครับ ทำเรื่องกระจายอำนาจให้ จริง ๆ จัง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่านะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นนะครับก็คือเรื่องในด้านของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเปิดมาแล้วผมก็อ่านหน้าที่ ๑๑๙ เท่าที่ผมดู ผมก็ยัง ไม่เชื่อว่าเป็นการปฏิรูป เพราะท่านบอกว่าท่านจะปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ ให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงมีส่วนร่วมในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอนุรักษ์ เรื่องการ จัดการที่ดิน เรื่องต่าง ๆ ให้เกิดความเท่าเทียม แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ท่านรายงานมาส่วนใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านโดนทวงคืน ทวงคืนนะครับ ทวงคืนที่ดินที่เขาเคยอยู่มา ทวงคืนที่ดิน ที่เขาใช้เป็นที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขา ผมไปหลายที่ครับ ท่านประธานครับ ล่าสุดผมไปที่ ภูสระดอกบัว จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านถูกเขตพื้นที่อุทยานรุกครับ แล้วก็ถูกทุบทำลาย อาสินต่าง ๆ อันนี้มันไม่ใช่ปฏิรูปแล้วมันเป็นปฏิปักษ์ การปฏิรูปที่ดีนั้นต้องดูที่ต้นตอวิธีคิด ผมคิดว่าวิธีการจัดการทรัพยากรของรัฐต้องทบทวนหลักคิด แนวคิด วิธีคิดเสียใหม่ คุณต้อง เชื่อว่าคนอยู่กับป่าได้ คุณต้องเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมีสำนึกในการที่จะดูแลทรัพยากร ของเขาตราบที่เขาใช้ทรัพยากรเป็นประโยชน์ต่อการหล่อเลี้ยงชีวิตของเขาซึ่งมีเห็นให้ ปรากฏในอีสาน ในเหนือเยอะแยะไปครับ เขาหวงแหนป่าชุมชนของเขา เขาต้องการ อยากดำเนินการรักษาป่าของเขาในการดูแลทรัพยากรที่เขาใช้ประโยชน์ นี่ครับรัฐต้องปฏิรูป วิธีคิดในการบริหารการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติเสียใหม่ คนต้องอยู่กับป่าได้ ระบบนิเวศต้องรับใช้คน คนต้องรับใช้ระบบนิเวศ ถ้าท่านเปลี่ยนกรอบวิธีคิดอย่างนี้เมื่อไร รับรองครับการปฏิรูปเรื่องทรัพยากรท่านไม่ต้องไปทวงคืน พี่น้องประชาชนช่วยรักษาป่า พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแน่นอน ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับนะครับป่าไม้ถูกทำลายเพราะการสัมปทาน โดยรัฐเปิดให้สัมปทานป่าไม้ ท่านไปศึกษาประวัติดี ๆ ไม่ได้เกิดจากการทำลายโดยพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นเปลี่ยนวิธีคิดเสียในการปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนต้องอยู่กับป่าได้ ป่าต้องอยู่กับคนได้ และต้องเชื่อว่าคนมีสำนึกในการที่จะอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นพอเปลี่ยนวิธีคิดแล้วผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราต้องมาคิดว่าอันไหนที่มันเป็นอุปสรรค ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามแนวตามกรอบวิธีคิดที่คนอยู่กับป่า ก็กฎหมายอย่างไรครับ ถ้าเราดูกฎหมายทุกวันนี้กฎหมายป่าไม้ปี ๒๔๘๔ กฎหมายป่าไม้ประกาศต่าง ๆ ตั้งแต่ ยุคไหนก็ไม่รู้ยังคงใช้อยู่ ยังเป็นอุปสรรคในการที่จะไปจัดการในเรื่องนี้ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ การจัดการที่ดินของรัฐไทยมันล้าสมัยมันล้าหลัง ไม่รู้ประกาศ อะไรต่อประกาศอะไรเยอะแยะไปหมด ท่านต้องไปศึกษาครับศึกษาว่ากฎหมายตัวไหน ประกาศตัวไหน มติ ครม. ตัวไหน ตั้งแต่ยุคไหนที่มันเป็นอุปสรรคไปล้างไพ่ออกมาใหม่ ให้หมด ไปลบ ไปแก้ออกมาให้หมด อย่างเช่น พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ มันไม่ใช่ป่าแล้ว มันเป็นหมู่บ้านแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ เขาเรียกเป็นป่าไม้ทั้ง ๆ ที่เป็นป่าปูน เป็นบ้านเรือนของ พี่น้องประชาชน ดังนั้นผมเสนอให้การปฏิรูปเรื่องทรัพยากรต้องไปศึกษากฎหมายที่มันเป็น อุปสรรคและต้องปฏิรูปทั้งกฎหมายและปฏิรูปทั้งแนวคิดในการบริหารการจัดการเสียใหม่ นี่ถึงจะเป็นการปฏิรูป ถ้าตราบใดที่ท่านยังไล่ลุกคุกคามจับชาวบ้านดำเนินคดีมันเป็นปฏิปักษ์ ต่อพี่น้องประชาชนครับไม่ใช่ปฏิรูป ขอบคุณครับ