พิมพ์รพี ชี้วิจัยช้า-งบลด กระทบคนจน ยันต้องปฏิรูปงบประมาณ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือปัญหาการวิจัยของประเทศที่ล่าช้าและไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณและกระบวนการวิจัยให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการยกระดับรายได้และพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเรียกร้องให้ทบทวนการตัดงบประมาณของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติให้สอดคล้องกันเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงในการลดความยากจนและเหลื่อมล้ำ

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจทุกครั้งที่มีการประชุมในเรื่องของรายงานความคืบหน้าของการ ปฏิรูปประเทศนี้ดิฉันตั้งใจที่จะมาฟังแล้วทุกครั้งพยายามจะอภิปรายค่ะ แล้วแนวทางของ บิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์พูดอยู่ตลอดเวลา ดิฉัน ก็ตั้งใจแล้วก็มั่นใจว่าท่านตั้งใจจริง ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อน ประเทศให้ดีขึ้น ดิฉันมั่นใจในสิ่งนี้ในประถมเจตนาของรัฐบาลที่ตั้งใจทำ ท่านประธานคะ ดิฉันขอดูประเด็น ๆ หนึ่งก็คือว่าเรื่องของรายได้ของประชาชนเราเชื่อว่าทุก ๆ คนในสภานี้ ที่มานั่งตรงนี้ก็อยากจะให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ประชาชนต้องการอะไรบ้าง มีรายได้ดี มีรายจ่ายที่ลดลง แล้วก็มีบ้านที่มีความอบอุ่นและเข้มแข็ง ดิฉันเชื่อว่าทุก ๆ อย่างที่มัน จะเกิดขึ้น ในเรื่องเกษตรประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการเกษตรมากเลย เพราะว่าที่คุยกันใน ส.ว. เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราค้นพบว่าเรามีเกษตรกรเกือบร้อยละ ๓๐ แต่มีรายได้จาก การเกษตรเพียงร้อยละ ๗ มันแปลว่าเกษตรกรจะจนลงเรื่อย ๆ ดิฉันก็เลยเชื่อเหลือเกินว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้นล่ะค่ะที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทำให้ประชาชนร่ำรวย มั่งคั่งมากขึ้น และนี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์พยายามทำเพื่อก่อเกิดให้มีรายได้ในเศรษฐกิจ ฐานรากตลอดเนื่องเวลาที่ผ่านมาผ่านคลัง เกษตรผลิต พาณิชย์จำหน่าย ท่านประธานคะ ดิฉันขอดูแผนปฏิรูปประเทศที่หน้า ๒๗๑ ค่ะ เป็นเรื่องของการนำการวิจัยมาใช้เพื่อให้ ประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืนค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ ๒ พูดถึง เรื่องหน้า ๒๗๑ ค่ะ พูดถึงเรื่องการสนับสนุนวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศออกจาก กับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน โดยกำหนดยุทธศาสตร์วิจัยของประเทศให้มีผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียกระบวนการวิจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการวิจัยในทุกระดับ ยกระดับขีดความ สามารถด้านนวัตกรรม ให้ผู้ประกอบการและชุมชนให้มีความสามารถในการใช้ ขีดเส้นใต้ค่ะ ใช้นวัตกรรมในการยกระดับ ขีดเส้นใต้คำว่า ยก นะคะ ในการดำเนินงานรวมทั้งสามารถ ทำการวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนของประเทศชาติได้ค่ะ ท่านประธานคะ เราพยายามทำสิ่งนี้มาก แล้วดิฉันเชื่อว่าท่านเลขาอนุชาเอง ท่านรัฐมนตรีเองก็พยายามทำด้วย แต่เราค้นพบว่าปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือกระบวนการวิจัย ทันทีที่งบประมาณอนุมัติแล้วนะคะ ๒ เดือนแรกจะใช้เกี่ยวกับการประกาศการใช้วิจัยว่าจะวิจัยเรื่องอะไรนั่งคิดดูว่าจะวิจัยว่า อะไร ๔ เดือนผ่านไปแล้วเราสรุปได้ว่าโครงการวิจัยจะทำอะไร เดือนที่ ๖ แก้ไขพรอปโพเซิล (Proposal) ครั้งที่ ๑ เดือนที่ ๘ แก้ไขพรอปโพเซิล (Proposal) ครั้งที่ ๒ มีแต่เดือนที่ ๙ ที่ ๑๐ และ ๑๑ นี่ล่ะคะที่ประชาชนสามารถทำงานได้ เพราะฉะนั้นงบประมาณและโอกาส ของประเทศชาติ ๑๒ เดือน ทำงานวิจัยลงวันนี้ประชาชนแค่ ๓ เดือนค่ะท่านประธาน แล้วเดือนที่ ๑๒ ก็สรุป มันก็แปลว่าเราจะมีปัญหาทับซ้อนอย่างนี้ในการทำปัญหาของ การวิจัย มันก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้เพราะมันจะมีความ ล่าช้าประมาณ ๔ เท่าของสิ่งที่ต้องการ ฉะนั้นก่อนที่จะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ดิฉันว่าเราควรจะหลุดจากกับดักของปัญหาของการวิจัยด้วย ท่านประธานคะดิฉันมั่นใจที่สุด ว่ารัฐบาลและสภาพัฒน์ต้องการทำงานนี้เป็นอย่างมาก แล้วดิฉันเห็นรายงานของสภาพัฒน์ ที่ทำมาก็มีความตั้งใจที่จะทำแต่สภาพัฒน์เป็นเพียงแค่ผู้รวบรวมรายงานไม่ได้เป็น ผู้ดำเนินการ เป็นผู้ชี้กรอบว่าควรจะทำอย่างไร แต่วิธีการการดำเนินการล้วนอยู่กับสำนัก งบประมาณทั้งสิ้น ดิฉันจึงเสนอขอนะคะ เรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าครั้งหน้าในการรายงานนี้ขอให้ปลัดกระทรวงมาด้วยนะคะ เพราะผู้ปฏิบัติการทั้งสิ้นคือ ปลัดกระทรวง คือข้าราชการ แต่ถ้าเราสามารถเห็นบิ๊กร็อก (Big Rock) เป็นรูปเดียวกันแล้ว ดิฉันเชื่อว่าเราน่าจะขับเคลื่อนประเทศชาติได้อย่างที่ตั้งใจเจตนาไว้ ท่านประธานคะ ดิฉันยกตัวอย่างนี้ให้เห็นว่ากรอบการวิจัยงบประมาณต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเขียน พรอปโพเซิล (Proposal) หรือบทขอวิจัยล่วงหน้า มีเงินงบประมาณก่อนแต่ว่าเขียนบทวิจัย ทีหลัง

ดิฉันขอเสนออีกเรื่องหนึ่งค่ะ พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน งบประมาณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนปีนี้ฝากบอกถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่างบประมาณที่เคย ตั้งว่าประชาชนจะหลุดออกจากความยากจนสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือ พอช. ที่ท่าน ชวน หลีกภัย ตั้งไว้เมื่อ ๒๐ ปีก่อน เรายังไม่เห็นจุดมุ่งหมายเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์เองปีนี้เราขอตั้งงบ รัฐมนตรีขอไว้ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เราถูกตัดเหลือ ๑,๔๐๐ ล้านบาท แล้วเราจะสามารถแก้ไขปัญหาในประชาชนได้อย่างไร งบประมาณของ พอช. นี้แตกต่างจากงบวิจัยเพราะงบประมาณ พอช. นี้บอกเลยค่ะว่านาง ก นาง ข นาง ค ที่ยากจนต่ำสุดของสังคมนี้มีใครรอเงินก้อนนี้บ้างและสามารถแก้ไขปัญหาของการอยู่อาศัย การทับซ้อนของป่า การสร้างรายได้ แล้วก็สามารถเอาบทวิจัยนี้มาใช้เพื่อยกระดับรายได้ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เรื่องพวกนี้ถูกยกเลิกโดยงบประมาณค่ะ เทคนิคของสภาพัฒน์ ที่พยายามต้องการทำมันไม่สามารถตอบโจทย์ได้ และอีก ๖๐ ๗๐ ปีหลังจากนี้ไม่ว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) บิ๊กแบง (Big Bang) มันจะเกิดขึ้นอย่างไรก็แล้วแต่ประเทศไทยเราจะไม่ดีขึ้น เพราะว่า ๑. นวัตกรรมการวิจัยที่เราพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงของ ประเทศชาตินี้เราล่าช้า เป็นแค่ ๑ ใน ๔ ที่ทำได้เพราะว่ากระบวนการนี้ เราติดกับดักของ กระบวนการการวิจัยและกับดักกระบวนการวิธีการมากกว่าผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชน และโครงการดี ๆ ที่ลดความเหลื่อมล้ำสร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเงินผ่านไปหาประชาชน ตรง ๆ มันไม่ได้รับการดูแล มันถูกด้อยค่าด้วยกระบวนการ ด้วยแนวคิดที่คิดว่าเป็นปัญหา ของการใช้จ่ายของประชาชนนั้น ดิฉันถึงสนับสนุนว่าขอให้มอง ๒ ๓ ด้านนี้ให้มันชัดตรงกัน ดิฉันขออีกหนึ่งครั้ง ท่านประธานคะครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้เราเหลือสภาอีกไม่นานแล้ว ขอให้ ท่านรัฐมนตรีอนุชาลองเสนอท่านนายกรัฐมนตรีดูว่าปัญหาที่บิ๊กร็อก (Big Rock) มันจะเกิด บิ๊กแบง (Big Bang) หรือเปล่า เป็นเพราะว่าข้าราชการหรือผู้นำของกระทรวงต่าง ๆ อาจจะ ไม่ได้ตอบโจทย์และพูดภาษาเดียวกัน ครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้นี่เป็นไปได้ไหมว่าขอให้ปลัด กระทรวงมาฟังดูบ้างเพื่อจะได้ฟังสิ่งที่สะท้อนจาก ส.ส. นี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ